shakri

อย่างที่ทราบกันดีว่าได้ไปเป็นตากล้องคอนเสิร์ตพี่คิ้ม เจนนิเฟอร์ คิ้ม ซึ่งไม่ได้เอารูปถ่ายกับพี่คิ้มมาโชว์เลย มีแต่เอารูปถ่ายกับพี่เคนมายั่ว โฮะโฮะโฮะ (เล้วเลว) ในฐานะคนดูชอบคอนนี้นะคะ คงเพราะเพลงสากลเยอะดี (ฮา) ในฐานะคนทำงาน ยิ่งชอบคอนนี้เลย แขกรับเชิญน่ารักและเป็นกันเองมาก ทีมนักดนตรีก็น่ารักอะ สุดๆ ไปเลย (ทาเคชิแบนด์ แบ็คอัพพี่คิ้มและพี่โก้) แถมยังเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ไปนั่งจ้วงข้าวหลังเวที (ข้าวสตาฟฟ์แหละ) จ้วงไปก็มีคนมานั่งจ้อง เหมือนเป็นหลินปิงมากๆ โดนพี่ๆ แกล้ง (ฮา)

รายละเอียดคอนเสิร์ตว่าใครเล่นอะไรยังไงขอไม่บอกก็แล้วกัน จะเล่าแต่หลังเวทีดีกว่าเนอะ อืม...เล่าไงดี ขอลำดับเหตุการณ์ก่อนนะคะ...แบบว่าเรื่องราวเยอะ เรื่องซึ้งรับรองมีแน่ (ฮา)

 

เรื่องมันเริ่มจากที่ว่า ลุงกึ่ง กึ่งยิงกึ่งผ่านโทรมาหา... ลุงเป็นแรงบันดาลใจให้เราชอบการถ่ายภาพ และรักการถ่ายคอนเสิร์ต (ทวิตเตอร์คือ @overconda) นั่นหลังจากคอนเสิร์ต พี่หนึ่ง จักรวาร เสาธงยุติธรรม จบไป คอนเสิร์ตนั้นฟีดแบ็กรูปดีมาก...จนตกใจ (ไปถ่ายคอนเสิร์ตพักร้อน etc เข้าไปหลังเวที มีนักดนตรีรู้จักเรา บอกว่าน้องคนนี้ไง ที่ถ่ายรูปเจ๋งๆ ...แต่เราไม่รู้จักเขาล่ะ 555 )

ลุงโทรมาแล้วบอกว่า

"น้ำตาล มีคนเขาอยากให้เราถ่ายรูปให้"

"จ๋า ใครคะ"

"เขาชื่อเจนนิเฟอร์ คิ้ม"

"@#$%^&^%$#"  

*กรี๊ดเงียบๆ ไม่เป็นภาษา

 

"จริงเหรอคะลุง"

"เออ จริง พี่คิ้มเห็นภาพคอนฯ อาจารย์หนึ่งแล้วชอบมาก"

 

ดีใจชิบหายแล้ว TwTb

(ผ่านมาเป็นเดือนๆ)

 

ถึงคอนเสิร์ตแล้วล่ะ ตื่นเต้นโคตรรรรรร

 

ปิดเพลงก่อนก็ได้นะคะ
อ่านข้างท้ายแล้วค่อยเปิดอีกที จะได้อิน ฮ่าๆ

 

 

 

วันศุกร์ ที่ 6 พ.ย. 2552

 

  • เจอเคน ธีรเดช หนแรกในชีวิต หล่อออร่ามาก พี่เคนจะไปห้องน้ำ เรายืนขวางประตูทางออก หันไปปะหน้าเคนระยะประชิด สิ่งที่พูดออกไปคือ

    "สวัสดีค่ะ"  *ยกมือไหว้*
    orz ส้นตรีนมากกรู ดีกว่านี้มีมั้ย
  • หลังจากยืนปรึกษากับบรรดาพี่ๆ แล้ว ที่ยุว่า "น้ำตาล ขอถ่ายรูปเลย" พอพี่เคนกลับมา ทุกคนขอพี่เคนถ่ายรูป น้ำตาเลยเอามั่ง

    "พี่คะ ถ่ายกับหนูด้วยนะ"
    *โยนกล้องให้พี่อีกคนถ่ายให้*
    พี่เคนเดินไป...
    "ทิ้งกล้องเลยนะเธอ"
    "ก็เพราะเค้าคือพี่เคน !" (ใช้แม่งทุกคำสั่งตัวอักษร


 จงบูชา"ลุง"และครูกุ๊กซะ วะฮะฮ่า


  • ไม่รู้สั่งกับข้าวมาจากไหน แต่อาหารอร่อยมากๆ รสเลิศ กินกี่กล่องก็ได้ แต่กินแค่ 1 ก็พอ เดี๋ยวอิ่มแล้วจุก แค่กล่องเดียวนี่ก็โดนเฮียๆ แกล้งจ้องเกินไปแล่ว (หรือเพราะสนิทกับทาเคชิมากไป ก็เลยเป็นตากล้องที่แลหลั่นล้ามากมาย นั่งเมาท์อยู่หลังเวที
Photobucket


  • หลังถ่ายวันซ้อมใหญ่ (รอบสื่อ) เสร็จ ไม่รู้ทำไมป่วยหนัก ไมเกรนอาการแย่มาก วันเสาร์เลยไปไม่ได้ เศร้าสุดๆ ต้องโทรขอบาย น้าต๊ะเลยต้องหาคนอื่นมาถ่ายแทน (รู้สึกผิดสุดๆ)
  • จบวันแรกยังไม่ได้ขอถ่ายรูปกับพี่คิ้ม แต่แขกคนอื่นถ่ายหมดแล้ว (กร๊าก)


วันเสาร์ที่ 7 พ.ย. 2552

 

  • โทรนัดเพื่อนสาว พลอยชมพู จะเอาของให้พลอยที่เซ็นทรัลปิ่น (ไปช่วยงานพลอย ถ่ายรูปน่ะ) ตอนนั้นอยู่ระหว่างตัดสินใจว่าควรไปทำงานไหมวันนี้... เพราะอาการดีขึ้นแล้ว ไข้หาย เดินไหว แต่ตัวลอยๆ มึนๆ
  • พี่ชายจะไปเซ็นทรัล เลยหยิบกระเป๋าตังแล้ววิ่งขึ้นรถมันไปด้วย (ประหยัดค่ารถกระป๊อไป 5 บาทแน่ะ)
  • ไปถึงเซ็นทรัล โทรนัดพลอยเสร็จสรรพ ให้มาหาที่ร้านบูมเมอแรง สอย CD ของ Tom Gaebel (เพราะมากก) กับ DVD Star Trek
  • พลอยชมพูยื่นมือมา
  • จตุรดามองหน้าพลอยชมพูและเอ่ยขึ้นมาว่า

    "เออ ต้องเอาของมาให้แกนี่หว่า"
    "จตุ นึกแล้วว่าแกต้องลืม"
    "จริงๆ เพิ่งนึกออกว่าต้องเอาของมาให้แกตอนเห็นหน้าแกเมื่อกี้แหละ"
    "จากสภาพแก อย่าเพิ่งไปทำงานเลยว่ะ.."
    "ฉันก็ว่างั้น"
  • สรุป ไปหาเพื่อน จะเอาของไปให้ แต่ไม่ได้เอาของไป (จ้ะ ควรพักจริงๆ)

 

อาทิตย์ 8 พ.ย. 2552

 

  • รีเฟรชมากกกกก พลังงานเต็มสูบ นอนเต็มที่ พาแม่ไปด้วยล่ะ ฮิ้ววววจนก่อนคอนจะเริ่ม ฉันยังวิ่งเต้นหาบัตรให้แม่เข้าอยู่เลย (จริงๆ คุยกับพี่หนึ่งจักรวาร และพี่โก้ไว้แล้ว แต่เพื่อความชัวร์ต้องวิ่ง แล้วพี่หนึ่งจักรวารก็หาบัตรมาให้แม่ได้

    *กราบขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้ ส่วนกล้วยบวชชีจะตามไปทีหลัง ยังไม่สุก
Photobucket

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกว่าตัวเอง "ตัวเล็ก"
พวกเฮียๆ ทาเคชิยุ "น้ำตาล เบ่งกล้ามสู้เลย"
เราตอบไปว่า
"ไม่ค่ะ หนูจะเรียบร้อย อ่อนหวาน น่าทะนุถนอม"
 
คือ นอกจากถ่ายกับพี่ๆ เหล่านี้แล้ว ดิฉันคงไม่มีทางดูน่ารัก กุ๊กกิ๊กได้ขนาดนี้ ฮ่าๆ
 
 
  • พุ่งไปหลังเวทีหาข้าวกิน (กร๊าก) แล้วก็นั่งคุยนั่งเมาท์ เดินไปคุยกับคนนั้นคนนี้
  • เอานิยายของตัวเองสองเล่มไปด้วยล่ะ



    งงล่ะสิ เอาไปทำไม แต่เอาไปจ้ะ
  • ถึงเวลาทำงาน สนุกสนานมาก โชคดีมีที่นั่งว่างด้านหน้า เลยได้พักนั่งกับพี่ๆ น้องๆ ที่มาเสียบนั่งตรงนั้นเหมือนกัน พักขาๆ (แต่ปกตินั่งๆ ยืนๆ อยู่หน้าเวที)
  • อายเหมือนกัน...แต่เราเป็นตากล้องที่กรี๊ดดังมาก (ฮา บิลท์คนดูสินะ)
  • เดินไปหามุมถ่ายจากฝั่งขวามือคนดู ยืนมุมเวที ย่อๆ ยุบๆ พี่การ์ดคนนึงบอก

    "น้องยืนบนนั้นก็ได้นะ"
    *มืด มองไม่เห็น เลยเอามือตบๆ*
    "เก้าอี้พี่เอง ยืนถ่ายได้เลย ไม่ับังใคร"

    นอกจากพี่การ์ดปีกขวาคนนั้นจะหล่อแล้วยังใจดีอีกหาก (สายตาจับความหล่อได้แม้แสงจะไม่ค่อยสาด *เมพ* )
  • เลยคุกเข่าบนเก้าอี้แล้วก็ถ่าย ชอบหนีไปถ่ายมุมที่คนเขาไม่ถ่ายกัน (กร๊าก)
Photobucket


  • ช่วงที่เก็บรูปไปเยอะแล้ว บางทีก็ยืนพักริมๆ ในเงามืด และเต้นในเงามืด กร๊ากกก
  • ฟังพี่คิ้มกับ Janice B. Javier ร้องเพลง Stand up for love เพราะมาก คนนั่งแถวหน้าจะได้เห็นตากล้องร้องตามเสียงดังมาก และนั่งร้องไห้ไปด้วย
Photobucket


  • คอนเสิร์ตจบ กลับไปหลังเวที ทีมงานกอดกัน คุยกัน
  • เห็นพี่คิ้มไปกอดป๊าและม้า...ป๊าพี่คิ้มนั่งรถเข็นแล้ว ใส่ชุดแพรจีน เท่มากกกกกก มีคนพูดว่า

    "ป๊าไม่ยอมกลับ จะอยู่รอดูจนจบ"
  • แม่พี่คิ้มสวย
  • อีทีซีทั้งวง ที่นั่งดูอยู่ ก็เข้ามาหลังเวที ระหว่างรอพี่คิ้ม ก็เลยถ่ายรูปเล่นหนุกหนานกันไป
  • พี่คิ้มไปส่งพ่อ แม่ และเพื่อนๆ ขึ้นรถ
  • ทีมงานสเตจทุกคนถ่ายรูปรวมกัน และหลังเวทีคุยกันด้วยภาษาคำเมือง !! หัวหน้าทีมเต้นเป็นเด็กเชียงใหม่ !! แม่พี่โซ่ etc เลี้ยงมา(เพราะเปิดโรงเรียน) เลยแนะนำให้มาช่วยงานพี่คิ้มหลายปี จนในที่สุดได้ทำงาน ณ จุดนี้

    ภาษาคำเมืองทั้งนั้นเลย etc + AC7 แม่มเอ๊ย อู้กันเร็วขนาด... เฮาบ่ฮู้เรื่องสักกำ (จริงๆ ก็พอฟังออก)

Photobucket


  • ถ่ายรูปกับพี่ Janice พี่จานิซจำเราได้จากที่ Overtone และ คอนเสิร์ตพี่หนึ่งจักรวาร

    "Hey ! My sister"
    ฮากันไป พี่น้องด้วยขนาดตัว ไม่กอดก็กลม
  • วิ่งไปหาแม่ ขอนิยายสองเล่มนั้นถือติดตัวมาด้วย
  • ยืนกอดพวกมันไว้อย่างเขินๆ ยืนรอกว่า 30 นาที เพื่อให้พี่คิ้มถ่ายวีดิโอเบื้องหลังกับทุกๆ คน ลงแผ่นดีวีดี คิดว่าคงไม่มีโอกาสให้แล้วเอาไว้วันหลังก็ได้
  • ตัดสินใจเดินไปหาพี่คิ้มที่รถ
  • ยื่นหนังสือให้

    "พี่คิ้มคะ หนูน้ำตาลค่ะ"
    "อ๋อ น้ำตาล ไงลูก ถ่ายรูปเหนื่อยไหม"
    "เหนื่อยค่ะพี่ แต่สนุก" เรายิ้ม "พี่คิ้มคะ หนูขอให้หนังสือสองเล่มนี้กับพี่นะคะ"

    พี่คิ้มรับไป เปิดดู "หนูเขียนเองเลยเหรอ...เอื้องอลิน "
    "ค่ะพี่ เขียนเอง แล้วก็คงจะไม่มีทางเขียนได้ ถ้าหนูไม่ได้เพลง-ไม่ยอมหมดหวัง-ของพี่"
    พี่คิ้มเงยหน้ามองเรา (ใครที่อ่านบล็อกมานานคงเคยเจอเอนทรี่นั้น แต่ดราฟท์ไปแล้วล่ะ :) )

    "มีช่วงนึงทุกอย่างในชีวิตหนูมันดาวน์มาก เฟลไปหมด แต่พอได้ยินเพลงพี่ หนูลุกมาได้ แล้วหนูก็มีสองเล่มนี้ได้ ถ้าไม่มีเพลงในวันนั้น หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ตัวเองจะเป็นยังไง"
    "ขอบคุณนะคะพี่ ขอบคุณที่เพลงและเสียงของพี่เป็นกำลังใจให้หนู"

    พี่คิ้มยิ้ม ยิ้มกว้าง
    เราถ่ายรูปด้วยกัน "หนูขอกอดพี่นะคะ"
    "กอดเลยๆ" พี่คิ้มหัวเราะ
Photobucket



  • ตอนนั้นเป็นเวลาเที่ยงคืน
  • เราเดินกลับมาอีกหน ถอดบัตร Photographer ที่คอออก พลิกด้านหลัง แล้วยืมปากกาพี่แถวนั้น ส่งให้พี่คิ้ม

    "พี่คะ เซ็นให้หนูหน่อยได้ไหม"
    "ทำไมจะไม่ได้ล่ะ"
    น้าต๊ะเป็นคนถือบัตรให้พี่คิ้มเซ็น น้าต๊ะแอบอ่าน แล้วหันมาบอกว่าเจ๋งเลย (อย่าสปอยล์สิ 555)
  • พี่คิ้มเซ็นเสร็จ ส่งมาให้เรา

    "งานหน้ามาทำงานกันอีกนะ"
    "พี่เรียกหนูเถอะ หนูจะมาหาพี่เลย"
  • เที่ยงคืนเศษๆ เรากำลังเดินออกไปด้านนอก ไปหาแม่ที่นั่งรออยู่
    เราพลิกบัตรตากล้องที่ห้อยคออยู่เพื่ออ่าน แล้วน้ำตาเราก็ซึมออกมา
Photobucket
 
 
  • เราปาดน้ำตา ยิ้มออกมา แล้วเอาไปให้แม่ดู
  • แม่ก็ยิ้ม 
 
 

รูปอื่นๆ จ้ะ


Photobucket

Photobucket



Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket



Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

เลียนแบบเหมยลี่ล่ะ ฮ่าๆ
 
 
 
Photobucket


อยากบอกพี่คิ้มว่า

"ต่างคนต่างเป็นกำลังใจให้กัน...ตลอดไป"
ขอบคุณจริงๆ ค่ะ ขอบคุณ
 
 

 
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ