เมพหมี shakri View my profile

จากกระทู้นี้

 

โหมโรง: ไม่ได้ดัดจริต แต่ดูจบแล้วรู้สึกผิดยังไงก็ไม่รู้ -*- 

 

อ่านเนื้อหากันเองนะ นี่คือที่เราตอบไว้

ในมุมมองของคนที่โตมาโดยที่บ้านมีนักเรียนกรมศิลป์แขนงโขนเต็มบ้าน ข้างๆ บ้านเป็นคณะละครรำ เรียนรำแต่เด็ก เรียนดนตรีไทย ขิม ระนาด กลองแขก(อันนี้ลักจำจนครูสอนให้เล่นในวง) ขลุ่ย โปงลาง กลองยาว พิณอีสาน ฯลฯ (จับฉ่าย ไม่เก่งเทพหรอก แต่เล่นแล้วหนุก)

แต่ชอบฟังเพลงเกาหลีล่ะ อุวะฮะฮ่ะ
(นอกนั้นยังมีเพลงไทย แจ๊ซ สกา อื่นๆ อีกมากมายมากๆ ใครเคยคุยด้วยคงรู้ว่าอีนี่จับฉ่ายจริงจัง)

โดยส่วนตัวคิดว่ากระแสมา ตามกระแสจะผิดไร ถ้าชอบกระแส
แต่ไม่ใช่ตามจนถอนรากถอนโคนไป
ปล่อยให้กิ่งก้านลู่ตามไป กระแสก็ทิ้งร่องรอยเป็นประวัติศาสตร์ให้เราได้
เจ๋งจะตายไป

 

- - - - - - - - - - - - - - - - -

 

ความคิดเห็นที่ 12   

เป็นหนังเรื่องเดียว ที่ทำเรานั่งร้องไห้จนเดินออกจากโรงไม่ได้
ที่เป็นอย่างนั้นเพราะรักดนตรีไทยเหลือเกิน ร้างมานาน และอยากสัมผัสทิพย์นั้นอีก

โหมโรงเป็นหนังเกี่ยวกับความเป็น "ชาติพันธุ์" ที่เอ่ยได้ดี โดยไม่ต้องดูถูกคนอื่น
ไม่ต้องมาพูดว่าชาติอื่นเลว เราดี ทำไมไม่รักของเราล่ะ
(ตามสำนวนปัจจุบัน ข้อความเหล่านี้ปลุกแอนตี้แฟนและก่อดราม่ามากๆ)
หนังเรื่องนี้แทรกความแยบคายของแนวคิดกล่าวถึงพรมแดนที่ทะลายลง
และการหลั่งไหลอย่างพรั่งพรูของวัฒนธรรม ในทุกยุคทุกสมัยได้อย่างดี

“เป็นอารยะโดยการดูถูกรากเหง้าของตัวเองน่ะหรือ
ไม้ใหญ่จะยืนทะนงต้านแรงช้างสารได้ ก็ด้วยรากที่หยั่งลึกและแข็งแรง
ถ้าไม่ดูแลรักษาเอาไว้ให้ดี เราจะอยู่รอดกันได้แบบไหน...”


นั่นคือคำตอบของกระแสเอลวิส-บีทเทิลส์และอาจจะหมายรวมถึงกระแสเกาหลีในขณะนี้
ในยุคหนึ่งสมัยหนึ่งเราหยัดต้นยืนตรงผ่านกระแสเหล่านั้นได้
แล้วกระแสนั้นๆ ก็สร้างรอยเขียนภาพและข้อความลงบนประวัติศาสตร์ชาติเราได้เหมือนกัน
มาถึงยุคนี้สมัยนี้ที่มีกระแสเกาหลีหลาก อย่างรุนแรง
คนพูดกันว่ามันเลว มันไม่ดี เราควรต่อต้าน แต่จะได้ประโยชน์อะไร?
เราเรียนรู้จากกระแสต่างๆ ในอดีตแล้วว่ามันมา แน่นอนสักวันมันก็จะไป
เพียงแต่ตัวเรา-ความเป็นไทยของเรา- เราจะรู้จัก รู้สึก และเรียนรู้ตัวของเราเองดีพอไหม?
คนที่เขาหลากไหลตามกระแสก็ให้เขาไป การไปชี้หน้าด่าเขามันไม่ใช่เรื่องถูก (และเสียเวลา)
เริ่มจากที่ตัวเองทำเป็นไม้หยั่งรากลึกให้คนที่ไหลไปตามกระแส ได้เกาะ ได้พัก เมื่อเขาอ่อนล้าดีกว่า
มีไม้เล็กๆ หลายต้น หยั่งรากรวมๆกัน มันก็เหมือนป่าโกงกางที่กันสึนามิได้

ว่าไหม :)

(เขียนเสียยาวเลย ขอบคุณเจ้าของกระทู้มาก ที่เขียนกระทู้นะคะ)

 

 

ความเห็นที่  25

ใช่เลย นึกถึงฉากที่สองพ่อลูกเล่นด้วยกัน

ครูศร ไม่คุ้นนัก ที่ลูกชายสั่งเปียโนเข้าบ้าน ดูจากสายตาที่ท่านครูมอง
แต่ท่านก็ไม่ได้เอาอคติมาบดบังความงามของดนตรี
ท่านไม่ด่า ไม่ว่าที่ลูกชายทำอย่างนั้น หากลองเรียนรู้ "ไม่ก่ออคติ"
การที่ลูกชายท่านยกเปียโนเข้าบ้านท่านครูดนตรีไทยก็จัดว่ากล้าเหมือนกัน 555
แต่เพราะคงรู้ทัศนคติพ่อตัวเองเป็นอย่างดีจึงทำ
คนที่เคยคุ้นกับการตีคู่แปด กดนิ้วชี้ของตัวเองลงที่คีย์เปียโน
เสียงดนตรีที่ไม่คุ้นหูดังขึ้น แต่ท่านก็ยังไม่เอ่ยอะไร

"ไหนลองเล่นให้พ่อฟังหน่อยซิ"

ท่านครูศรเอ่ยกับลูกชาย คนที่รู้จักและเข้าใจในสิ่งที่ท่านไม่รู้
เรียกได้ว่าเป็นผู้ใฝ่รู้ที่แท้ ไม่กลัวการรับความรู้จากผู้ที่ด้อยวัยวุฒิกว่า
แต่กระหายในความเข้าใจ เพื่อดับความสงสัยในใจ

ทีแรกลูกชายก็เริ่มมาซะคลาสสิคเลย แล้วคนเล่นดนตรีไทยจะเข้าใจไหมคะ //ฮ่าฮ่าฮ่า
แต่แกก็ฉลาดนะ เล่นเพลงไทยเดิมเป็นการเริ่มต้นก่อน
มันก็เหมือนการจูนเข้าหากันทีละหน่อยก่อน
เมื่อได้สดับ...จึงคิดต่อยอดจากความสงสัย
ลองเล่นดนตรีไทยผสมผสานกับดนตรีสากลที่ไม่คุ้นเคย
แล้วกำแพงที่เกิดจากความ "ไม่รู้-ไม่เข้าใจ" ก็หายไปในทันที

แสดงให้เห็นว่าก่อนที่ท่านจะ "ตัดสิน" อะไรไปนั้น
ท่านยังลองทำความเข้าใจ ลองเรียนรู้ดูก่อน

มานึกถึงยุคนี้สมัยนี้ ที่แอนตี้เพลงเกาหลีกัน
หากคนฟังแล้วไม่ชอบ เราก็ว่าไม่ได้ เพราะมันไม่ถูกจริต
โบราณท่านว่า "ลางเนื้อชอบลางยา" ก็ไม่ควรไปบังคับให้ใครชอบ-ไม่ชอบอะไร
เรายังไม่ชอบให้ใครเขามาบังคับเราเลยจริงไหม
แต่แน่นอนว่า คนที่ว่าๆ ตามเขา เขาว่าให้เกลียดก็ว่า มันก็มี
ผิดกาลามสูตรของทางพุทธชัดๆ (ฮา)

การที่คนเราไม่ชอบแนวเพลง หรือใดๆ ในโลกต่างจากคนอื่น มันไม่ผิด
แต่จะผิด ถ้าเราชี้นิ้วด่าและตัดสินว่าที่เขาทำมันผิด :)

ต่อให้อีกร้อยปี เอา โหมโรง กลับมาฉายใหม่ เรื่องนี้ก็ยังทันสมัย
เพราะสาระในเรื่องที่คนทำต้องการสื่อ มันเป็นปัญหาที่ต้องเจอะกันในทุกยุคสมัย
ตราบเท่าที่มนุษย์ยังเป็นสัตว์สังคม และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันเป็นธรรมดา

โหมโรง เป็นภาพยนตร์ "อะกาลิโก" หรือไม่ยึดติดกับเวลา
เพราะเอ่ยถึงความจริง ที่หมุนซ้ำดั่งรอยเกวียน ซึ่งเราพึงประสบได้เนืองๆ นั่นเอง

คลิปที่ว่า ขอบคุณคนที่อัพไว้ค่ะ

 

- - - - - - - - -

หมดข้อความจากในพันทิป
คงจะพอเห็นไอเดียเราบ้างแล้ว

 

อีกฉากหนึ่งที่เรายังไม่ได้พูดถึง คือฉากที่ผู้พัน (แสดงโดย พงพัฒน์ วชิระบรรจง) เข้ามาหาท่านครู
พยายามบอกว่าที่ท่านทำน่ะ มันล้าหลัง ท่านผู้นำต้องการให้ชาติพัฒนา

ตรงจุดนี้ประเด็นหนึ่งคือคนด่าท่านผู้นำมาก ซึ่งเราว่าก็ไม่ควรด่าหรอก
ในยุคนั้น สมัยนั้น ชาติใดที่ไม่ศิวิไลซ์ตัวเองให้ดูเป็น "อารยะตะวันตก" ยากจะอยู่ได้
ที่เราอยู่ได้ คงเพราะช่วงหนึ่งสมัยหนึ่ง บรรพบุรุษเราได้คิด และตัดสินใจทำลงไปแล้ว

ในมุมมองของคนยุคนี้(บางคน) อาจจะว่ามันผิด
แต่อย่าลืมว่าการเอาความคิดของคนในคนละช่วงเวลา ไปตัดสินคนในอีกช่วงเวลาหนึ่ง มันก็ไม่ถูก
เราไม่ไ่ด้อยู่ ณ ขณะนั้น เราไม่รู้ว่าวัฒนธรรม แนวคิด ปัจจัย และตัวแปร
ที่กำหนดให้เขาต้องกระทำเช่นนั้นมันมีอะไรบ้าง
ฉะนั้นเราก็ควรที่จะเรียนรู้ และทำความเข้าใจมากกว่า ว่าด้วยเหตุอะไรมันจึงเป็นแบบนั้น
ดีกว่าการมานั่งด่าเฉยๆ ไม่ทำอะไร ไม่ทำความเข้าใจ

กลับมาที่ประเด็นของผู้พัน
ผู้พันแกชอบเพลงคลาสสิค แกชอบแบบดื่มด่ำ ไม่ค่อยสนใจเพลงไทยเดิมของท่านครูสักเท่าไหร่

 

 

 

 

แต่เห็นอะไรไหม?

เห็นสีหน้าของคนที่ดื่มด่ำกับสุนทรีย์ในดนตรีไหม?

 

ชนใดไม่มีดนตรีการ
ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก
อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ
เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์

-พระราชนิพนธ์ในล้นเกล้า รัชกาลที่ ๖-

 

พลังการแสดงของคุณพงษ์พัฒน์ ทำให้เรานึกถึงกลอนบทนี้ในหัว ทันทีที่ดูครั้งแรกในโรง
ดนตรีไม่ว่าชาติใด ภาษาใด แนวใด มันมีจุดร่วมคือความสุนทรีย์ของการฟัง
ความอิ่ม ใน"ทิพย์" เป็นความปิติของคนที่ได้ยิน และเป็นยิ่งกว่าชีวิตของคนที่ได้เล่น

แม้ผู้พันจะชอบเพลงคลาสสิค คิดว่ามันไพเราะที่สุด แต่เมื่อเขาลองได้ฟังดนตรีไทย
ฟัง...อย่างตั้งใจ และเปิดใจฟัง เช่นเดียวกับคนที่ถูกดึงดูดด้วยเสียงระนาด
เขาก็พบถึงความไพเราะได้เช่นเดียวกับที่ตนเองเจอในเพลงคลาสสิค

ด้วยเหตุนี้...เขาจึงมีสีหน้า และแววตาเช่นนั้น :)

 

อันที่จริงดนตรีมันไม่จำเป็นต้องบอกว่า "กูจะฟังแต่ ooo เพราะมันเพราะที่สุด"

ไม่ใช่เลย ที่คุณเห็นว่ามันเพราะที่สุด เนื่องจากมันถูกจริตคุณต่างหาก
แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณไม่นึกถึงคำว่า "เพราะที่สุด" หากเปลี่ยนเป็น "ชอบมากที่สุด"
คุณก็จะเปิดใจรับฟังเพลงแนวอื่นๆ เอง เนื่องจากจะเริ่มคิดว่า "มีอะไรเพราะๆ อีกบ้างนะ"
อันนี้เกิดกับตัวเอง 555 บอกได้ว่า ชอบแจ๊ซมากสุด ชอบไทยเดิมมากสุด
แต่ไม่มีอะไรที่เพราะที่สุด ฉะนั้นเราเลยมีความสุขกับการแสวงหาเพลงฟังไปเรื่อยๆ 

เป็นความสุขที่ไม่สิ้นสุดตราบที่ยังมีคนทำดนตรี หรือเรายังฟังได้อยู่

 

อีกเรื่องนึงงงงง

ขออีกหน่อย เบื่อกันหรือยัง แหะๆ

 

ว่าด้วยคนเล่นดนตรี และคนฟัง คนเีขียนบท ผกก. วางไว้ได้แยบคายมาก
เพื่อนของศร ที่เล่นดนตรีไม่เป็น แต่มีความสุขกับการฟังดนตรี
และฟังจนรู้ด้วยว่าดนตรีเป็นอย่างไร เพียงแต่เขาบรรเลงมันไม่ได้

แต่ศรก็ไม่เคยดูถูกเพื่อน...

 

การทำงานศิลปะเนี่ย มันมีคนทำ ทำเพื่อความพอใจตัวเอง แล้วก็มีคนเสพงาน
คนเล่นดนตรีบางคนด่าคนที่มาติเพลงตัวเองว่า "เล่นไม่ได้อย่างกู ไม่มีสิทธิ์ว่า"
(ในกรณีที่เมนต์แบบด่า ไร้สาระ) เราเห็นด้วย

แต่ถ้าคนเมนต์แบบธรรมดา แล้วเหวี่ยงใส่ บอกได้คำเดียวว่า

 

 

"มึงก็เล่นแล้วฟังคนเดียวสิวะสัด"

 

พี่นักดนตรีอาชีพหลายคนที่รู้จักรักคนฟังมาก
เขาบอกว่าถ้าไม่มีคนฟัง เขาก็คงเหงา เล่นให้ตัวเองฟังแค่นั้น
มีคนฟัง มีคนคุย แลกเปลี่ยนความเห็น และช่วยสนับสนุนกัน

"ไม่มีคนฟัง ไม่มีแฟนเพลง ศิลปินที่สร้างงานศิลปะก็อยู่ไม่ได้" 

นี่คืออีกประเด็นที่โหมโรงสอนเรา :) 

 

 

 

ปิดท้ายด้วยอะไรที่...อธิบาย โหมโรง(ดนตรีไทย) + K-pop ได้เป็นอย่างดี

 

 

ขิมเก้าหย่อง เพลง Oh! ของ SNSD

 

 

  ดนตรีไม่มีพรมแดนในการเสพ

มีแต่คนแหละที่ไปแบ่งและขีดเส้นให้ตัวเอง

 

 

ขอบคุณทุกท่านค่ะ

 

Comment

Comment:

Tweet

"ดนตรีไม่มีพรมแดนในการเสพ

มีแต่คนแหละที่ไปแบ่งและขีดเส้นให้ตัวเอง " <<< ช่ายเลย

ชอบฟังเพลงหลายแนว เพราะชีวิตเราต้องมีดนตรีบ้าง

#46 By pat_chy_to_niji on 2010-03-04 14:54

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ประโยคสุดท้ายคมจริงๆค่ะ

ดนตรีช่างไร้พรมแดนจริงๆ

#45 By Indigo✰ on 2010-02-19 11:53

เขียนออกมาได้สุดยอดมากๆค่ะ

ปลื้มกับทุกคำที่ออกมา มันถูกใจอะ

สุดยอดจริงๆ ถึงแม้จะไม่มีโอกาสดู

(เพราะเข้าทู้ปไม่ได้ เน็ตบล็อค - -)

ปรบมือให้ดังเลยค่ะ เยี่ยมจริงๆ big smile

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#44 By BEWZSUKI on 2010-02-19 02:39

ชอบหนังเรื่องโหมโรงมากๆ
และพี่ที่เล่นขิมก็เทพมากๆ นับถือครับ
ภูมิใจแทนคนไทยมากๆเลย Hot! Hot!

#43 By hackerlife on 2010-02-19 02:22

ในฐานะคนชอบดนตรี
เห็นด้วยสุดๆเลยค่ะ
เราชอบฟังญี่ปุ่นนะ แล้วก็พวกบัลลาร์ดฝรั่งด้วย
แต่บางทียังแอบร้องเกาหลี Hot!

#42 By ZZereine on 2010-02-18 22:42

ลืมกดอ่ะ
Hot! Hot! Hot!

#41 By cattiiez on 2010-02-18 22:16

จขบ.มีแนวคิดด้านการฟังเพลงเหมือนกันเลย ><

ขอแค่เป็นดนตรี แล้วเปิดใจฟัง มันก็เพราะแล้ว

แต่หนูฟังทุกอย่างจริงๆนะ
ดนตรีไทยก็ฟัง โอเปร่ายังฟังเลย เหอๆ

ไว้จะไปสีซอเพลงเกาหลีบ้าง
แต่คงไม่ให้เห็นหน้า อาย >///<

#40 By cattiiez on 2010-02-18 22:14

พอมาเล่นเป็นดนตรีไทยแล้วฟีลเปลี่ยนไปเลยค่ะ
เพราะไปอีกแบบ ถ้าไม่รู้จักเพลง SNSD จะคิดว่านี่คือเพลงจีน (คลิปสุดท้ายนะคะ)

ดนตรี