[Photo] หัวหิน#2 หัวหิน ตูร์ เดอ ฟรองซ์ ที่พระราชนิเวศมฤคทายวัน
posted on 24 Jun 2009 11:19 by shakri in Photo, Travel
กลับมาอีกแล้ว แฮร่ ขอเว้นไปหนึ่งวัน เพราะใช้เวลาทำรูปมากจริงๆ
[Photo] หัวหิน#1 ฉันจะไป...ให้ไกลกังวล
จากเอนทรี่ก่อนด้านบน ที่ไปอยู่กับทะเล ธรรมชาติมากหน่อย เราเริ่มที่จะไปยังสิ่งก่อสร้างซึ่งเป็นแลนด์มาร์คของหัวหิน-ประจวบฯ(แถวๆ นั้นแหละ) บ้างแล้วนะคะ
ในวันแรกนั้นเราเหนื่อยกันมาก เพื่อนบางส่วนก็ซื้ออะไรมาดื่มกันริมสระ เลยนอนกันเลทหน่อย เราเองหมดสติไปตั้งแต่ราวๆ ห้าทุ่มเที่ยงคืน พร้อมๆ กับนาร์เนีย (ฮา ช่อง 7 ฉายภาคแรกอะ) เนื่องจากคืนแรกที่มาถึงนั้นเรานอนตีสามตื่นตีห้ากว่าๆ =[]= (ทำได้ไงวะ) เลยนอนชดเชยเอาวันนี้ ซึ่งเพื่อนส่วนใหญ่ก็คิดกันว่าตื่นสายๆ แหละ ตื่นเมื่อไหร่ค่อยออก อิฉันเลย...
ตื่นก่อนหกโมงเช้าอีกแล้ว 555+
วันนี้เลยจัดเตรียมของอะไรให้เรียบร้อย ไม่ได้หยิบกุญแจห้องไปด้วย ตั้งใจว่าจะไปเดินหาด...เดินถ่ายรูปเล่นๆ ขำๆ วันนี้ฟ้าก็ยังปิดค่ะ บางคนอาจจะคิดว่าอา...แย่จังเลยนะ ไม่มีอาทิตย์ คนเรามันจะคาดหวังให้พระอาทิตย์ฉายแสงในทุกวันของชีวิตไม่ได้หรอก ยิ่งคาดหวังแล้วไม่ได้ดั่งหวัง ก็ผิดหวังใช่ไหม ลองเปลี่ยนมุมมองว่า วันนี้ที่เมฆเยอะๆ เมฆมันก็สวยดีเหมือนกันนะ วันที่มีพระอาทิตย์ขึ้นแสงจ้าๆ คงไม่มีทางได้เห็นความสวยแบบนี้แน่ เราว่าคิดแค่นี้ให้ได้ทุกวัน เราก็สามารถผ่านมันไปได้อย่างทุกข์น้อยที่สุดแล้วล่ะ
ที่เราห่วงคือกลัวว่าวันทั้งวันมันจะอึมครึมจนเที่ยวไหนไม่ได้มากกว่า แต่ก็นั่นแหละ เราค่อยหาที่เที่ยวให้เหมาะกับความอึมครึมแทนเมื่อเวลามาถึง อะไรที่ยังมาไม่ถึงเราก็อย่าไป "คาดหวัง" ให้ "คาดเดา" + "เหตุผล" = คาดการณ์ จะได้ลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด (แต่ไม่ได้แปลว่าห้ามเสี่ยงนี่เนอะ)
แต่พอเดินไปเรื่อยๆ เริ่มสงสัย และอยากท้าทายตัวเอง ว่าจะเดินไปได้ถึงไหนนะ ก็เลยเดินไปเรื่อยๆ ค่ะ อยากขึ้นเมื่อไหร่ก็ขึ้น แต่นานมากค่ะกว่าจะได้ขึ้น (ฮา)
กดดูภาพใหญ่ได้นะคะ

ว่าน้ำลงแล้ว พี่ยังนั่งอยู่ที่เรือทำไม
พอเดินมาเรื่อยๆ ก็เจอเรืออีก
ส่วนอันนี้แสงจริงจ้ะ
มีหนุ่ม Nikon ด้อมๆ มองๆ เรือนี้อยู่สองคนด้วยล่ะ ฮ่าๆ
เราออกเดินจากหัวหินซอย ๘๓/๑ ตอนราวๆ หกโมงครึ่งค่ะ เดินไปถ่ายรุปไป เจอหลวงพ่อท่านเดินรับนิมนต์ริมหาด O_O ริมหาดเลยนะ ฮ่าๆ ระหว่างเดินก็ผ่านรีสอร์ทหรูหรามากมาย เจอน้องหมาน่าร้ากของคนไฮโซวเยอะเหมือนกัน แต่ก็น่ารักสู้หมาทะเลไม่ได้ (ฮา)
เดินๆ ไปได้ครึ่งชั่วโมง....
ฝนตก
ฝนตกว้อยยยยยย
ไม่ได้เอาร่มมา อ๊ากกกกก
แต่มันก็ไม่ได้ตกหนักมาก (ในทีแรก) หลังๆ ก็เลยไมไ่ด้ถ่ายรูป เอากล้องซ่อนไว้ในเสื้อค่ะ สักพักแม่งตกหนักขึ้น ฝนเต็มเลนส์แว่นเลย ก็เลยซ่อนกล้องเอาไว้ 555+ แต่ก็ไม่หนักมากอะ ปรอบๆ แบบเม็ดหนาๆ ทั้งหาดมีอิฉันกับชายปริศนาอีกคนที่วิ่งให้เท้าโดนคลื่นซัด...แต่เขาอยู่แถวนั้น ไม่ได้เดินทางมาไกลเหมือนดิฉัน
สรุปได้ว่าเราก็เดินมาถึงที่นี่ค่ะ ฝนหยุดพอดี
เขาตะเกียบ...
ดิฉันเป็นผู้หญิงที่เดินจากหัวหินซอย ๘๓/๑ มาจนถึงเขาตะเกียบ ฮ่าๆๆๆ ออกเดินทาง 6.30 น. ถึงที่หมาย 7.30 น. เดินไปถ่ายรูปไป กร๊าก ใครมาบ้ากับดิฉันไหม
ภูมิใจสาด ใครมันจะบ้าทำเหมือนช้าน ผู้ชายเขายังไม่ทำกันเลยมั้ง อันที่จริงคนปกติเขาไม่ทำกันหรอก 555+ นึกถึงที่คุยกับบายเมื่อเย็นวันแรก บอกว่าต้องเดินไปเรื่อยๆ เดินไม่คิด เราสวนมันไปว่า ถ้าคิด และพกสมองไปด้วย คงไม่เดินไปถึงเขาตะเกียบหรอก
อือ ลืมพกสมองไปจริงๆ
โอย ทำอะไรลงไปวะ แต่สาแก่ใจมาก เดินตากฝนเป็นนางเอกเอ็มวีอยู่เกือบ 20 นาที ระหว่างนั้นมีทางให้เดินขึ้นก็ไม่ขึ้น เดินต่อ คิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ ยามที่พักตามรายทางมองด้วยสายตาแบบ...มึงเดินมาจากไหนน่ะ พอไปถึงก็ซื้อชาลิปตันเลมอนดื่มแก้กระหาย
"พี่คะ จากแถวหัวหินซอยแปดสิบสามมานี่นี่กี่โลพี่รู้ไหมคะ"
"หลายโลอยู่นะน้อง ทำไมเหรอ"
"อ๋อ หนูเดินมาอะค่ะ เลยอยากรู้ว่าเดินมากี่โล"
"..."
หาดหัวหินถึงเขาตะเกียบเอาจริงๆ มันก็เปลี่ยวนะ เขื่อนซึ่งแบ่งเขตที่พักมันแบบว่า...สูงอะ ถ้ามีใครเป็นอะไรไปนี่อาจจะตายตรงนั้นได้ แต่ความที่มันเป็นเมืองที่สงบมาก เลยไม่มีไรเกิดขึ้น สาวๆ ที่ไม่น่าจะเอาตัวรอดได้อย่าทำอย่างเรานะคะ เราเองยังหวั่นๆ แต่ก็เดิน? เพราะใช้ความเป็นมิตรเขาสุ้น่ะ เดินผ่านสวนสาธารณะของแถบเขาตะเกียบ เจอชายฉกรรจ์นั่งคุยกัน ก็หันไปยิ้มให้พี่เขา สู้ด้วยความเป็นมิตรก่อน ฮ่าๆ จริงๆ ไม่มีไรหรอก แกก็แค่มาคุยกันตอนเช้าอะแหละ
เสร็จแล้วเลยกลับไปที่พัก เคาะให้เพื่อนเปิดห้อง แล้วอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าไปหาข้าวกิน เพื่อนก็ถามอีกละ ไปไหนมาวะ
"เดินไปเขาตะเกียบมา"
"ไอ้บ้า"
อันนี้รู้ตัวเองดี 555+
ปอฝ้ายก็กลับวันนี้เหมือนกันค่ะ แต่ออกจากที่พักช่วงกลางวัน
ต้องเช็คเอาท์ก่อนเที่ยง
พวกเราเลยตกลงกันว่าเดี๋ยวเช็คเอาท์ออกตอนสิบโมงครึ่งเลย แล้วฝากของไว้ที่ฟรอนท์ ไปเที่ยวกันก่อนแล้วค่อยกลับมาเอาของ ซึ่งที่ฟอรนท์ก็รับฝากค่ะ (มินิเทลนี่น่ารักนะ) ของของสิบคนเชียว พนง.ก็ยิ้มแย้มดีค่ะ ไม่ได้หรูหราอะไรมาก แต่อยู่แล้วกันเอง สบายใจ
เราติดต่อรถกระบะรับจ้างที่ทำเป็นรถสองแถวเพื่อท่องเที่ยว หรือที่คนหัวหินเรียกกันว่า "แท็กซี่" โดยได้เบอร์มาจากโรงแรมค่ะ ราคาต่อรองกันได้ แล้วพี่ที่เป็นโชเฟอร์นี่อย่างฮา น่ารักมากๆ เลยล่ะ ก็คุยๆ กันว่าจะไปที่พระราชนิเวศมฤคทายวันก่อน มาหัวหินหลายครั้งแล้วไม่เคยไป พี่เขาก็บอกว่าได้ ไปที่นั่นก่อนนะ แล้วจะไปไหนอีก เราเลยบอกไปเพลินวาน แล้วไปสถานีรถไฟ เขาเลยว่าออกไปทางพระรานิเวศก่อนก็แล้วกัน แล้วค่อยกลับมาในเมือง
เราก็เลยมาถึงพระราชนิเวศมฤคทายวันกันค่ะ
ที่นี่มีสัญลักษณ์เป็นรูปกวาง เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะคำว่า มฤค คำนี้หมายถึงสัตว์จำพวกเนื้อทราย หรือกวางไงล่ะ เหมือนกับ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ที่อิสิป - นักบวช / มฤค - กลาง เป็นที่ที่กงล้อแห่งพุทธธรรมได้หมุนขึ้นครั้งแรก เนื่องจากพุทธองค์ได้ไปโปรดปัญจวคี และกลายเป็น...ที่มาของอะไรหว่า ไม่เชิงพระพุทธรูป รูปเคารพ? (นั่นแหละอะไรสักอย่าง) ที่เรียกว่าปางป่าเรไร? เลไลยก์ (เขียนไงวะ) ที่มีธรรมจักรและกวางนอนหมอบ (สมัยนั้นยังไม่มีการสร้างพระพุทธรูป เนื่องจากยังไม่มีการสร้างรูปเคารพเป็นบุคคล มีการสร้างในภายหลังเมื่อทหารทาง...โรมันของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์กรีฑาทัพเข้ามา แล้วช่างคันธาระก็ได้สร้างพระพุทธรูปที่ได้อิทธิพลจากโรมันขึ้นมา เป็นพระพุทธรูปแบบคันธาระนั่นเอง)
เฮ้ย นอกเรื่องไกลมาก กลับๆ
สวนสวยมากกก ต้นไม้ใหญ่ๆ เยอะ เหมือนได้เติมพลังชีวิตเลยค่ะ เคยมีอาของเพื่อน (ก็อาแว่น อาคนที่หนึ่งแหละ) ทักว่า เราน่ะ เวลาอยู่กับต้นไม้ หรือป่า ธรรมชาติพวกนี้จะรู้สึกสดชื่น เหมือนได้เติมพลังชีวิตใช่ไหม (ซึ่งบางคนเขาแค่นอน ไปทะเล หรืออะไรพวกนี้) เราก็บอกใช่ค่ะ ชอบไปที่ที่มีต้นไม้รายล้อมรอบตัวน่ะ จะว่าไปอยากไปเขาใหญ่ หรือเมืองกาญจนบุรีจังเลย...(ถอนใจ)
เดินเลียบริมทะเล
แล้วก็เริ่มเล่นกันค่ะ...เด็กเขมะสิริฯ อ่อนไหวกับดอกลั่นทม ฮ่าๆ เพราะหน้าพระรูป เราต้องผ่านต้นลั่นทมทุกเช้าน่ะ เอามาเล่นกันซะ

"เหมือนลั่นลมเลื้อยขึ้นหัวเมิง..." (เพื่อนบอก 55+)
มีคนนึงเขาก็อยากเล่นด้วย...
พี่ธีฯ ค้นพบตัวเองสินะคะ...
ก่อนจะขึ้นตัวอาคารต้องนำรองเท้าใส่ถุงก่อนค่ะ โดยทางเจ้าหน้าที่จะมีถุงผ้าดิบให้เราใส่รองเท้าเดินถือขึ้นไป เป็นระเบียบ และป้องกันเรื่องการขโมยรองเท้า รองเท้าหลาย จัดระเบียบคนขึ้นลงได้ดีเลยล่ะ
ทางขึ้นค่ะ วัดแสงแบบมืดๆ ลึกลับยังกะฉากนิยาย
แสงจริงๆ ราวนี้แหละ
สว่าง โอ่โถง สวยงาม
ทางเดินสวยมากกกก ทอดตัวยาวสุดๆ
นั่งให้เรียบร้อยสมเป็นเด็กเขมะสิริอนุสสรณ์
โรงเรียนเจ้าโรงเรียนนาย เดิมอยู่ในวังเชียวนะ
สวยจริงๆ สุดลูกหูลูกตา
ทางเสด็จลงสรงน้ำทะเลล่ะ สวยมากๆ
ทางเดินระหว่างฝ่ายหน้ากับฝ่ายใน
ไกลกันมาก
ต้นไม้นี่น่าจะมากกว่าร้อยปี
เพื่อน (ไอ้จ๋า) เรียกต้นไม้พันปี
เลยมองหน้ามันและเพื่อนๆ ก็บอกกันว่า
"ถ้าพันปี มันต้องมีมาก่อนมีชาติไทยสิไอ้จ๋า"
แต่มันก็เรียกต้นไม้พันปีต่อไป 555+
ทำตัวเป็นนักท่องเที่ยว 555+
แล้วเราก็เจอ...
New Balance ที่ได้แรงบันดาลใจจากกิ้งกือ...
แค่แดกไอติมก็ต้องพอยตน์ขา
แล้วก็มีตัวอิจฉาเข้ามา
ถุงที่มีกวางมัน Tragedy ขนาดนั้นเลยเรอะ
หลังจากนั้นพวกเราก็ตกลงกันว่าจะถีบจักรยานเล่นค่ะ แค่คันละ 20 บาทเท่านั้น ถีบเล่นได้นานเท่าไหร่ก็ได้ ยอดเลยเนอะ ทีแรกก็ถีบตามถนนธรรมดาแหละ แล้วก็เห็นว่าอ๊ะ มีพระราชานุสาวรีย์ เราเลยตากแดดไปไหว้ทำความเคารพท่านค่ะ
ทีแรกเมื่อเช้าเราสงสัยว่าอา วันนี้จะครึ้มไหม สรุปว่า ไม่เลย ! แดดี ลมดี อากาศสดชื่นมากๆ เลยค่ะ ดูฟ้าสิ
จากนั้นเราก็แยกๆ กันปั่นค่ะ เราสวนกับพี่คนขับรถด้วยแหละ แกมาปั่นจักรยานเล่ง แล้วชี้บอกว่า ลงไปตามทางเล็กๆ ด้านหลัง มีทางให้ถีบต่อไปได้อีก เราก็เอาเลย ลงตามทางไป แล้วมันก็ไผโปล่ที่ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนสิรินธรค่ะ มีแต่ป่าโกงกาง แสม อะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ในป่าโกงกาง
เพื่อนส่วนหนึ่งของเราขึ้นไปหอสังเกตการณ์แต่เรา อันประกอบด้วย ไอ้จ๋า อิฉัน ไอ้นิกส์ และไอ้ตาล สี่คนถีบจักรยานต่อไป แล้วถีบจักรยานลงไปในทางเดินชมป่าชายเลน 555+ (เขาให้เอารถลงจริงๆนะ ทำสโลปไว้ด้วย) ซึ่งพวกทริปถ่ายภาพที่ถือกล้อง Canon ตัวใหญ่ๆ เห็นเราก็ทำหน้าแบบ เอ๊ะ มึงมากันยังไง เพราะเราเฮฮากันตลอดทาง เนื่องจากต้องโฟลว์อย่างเดียว ชะลอรถไม่ได้ มันมาเป็นขบวน...
หัวหิน ตูร์เดอ ฟรองซ์
"เฮ้ยๆๆๆ ระวังๆ ไม้มันผุ"
"เฮ้ย มีต้นอะไรบ้างวะในป่า อ่านป้ายดิ๊"
"เหี้ย อ่านป้ายไม่ทัน" (เสียงตาล) "ถามกุดีกว่าว่ากิ่งไอ้ต้นไหนมันดีดหน้าแรงหรือดีดไม่แรง"
สมควรที่แถวนั้นเขาจะขำ...
รูปเดียวที่ถ่ายมาได้จากป่าโกงกาง นอกนั้น
นิกส์บอกมองจากด้านหลังเราใส่เสื้อน้ำตาล ลอดผ่านกิ่งไม้ ได้ฟีลเหมือนนักอนุรักษ์มาก แต่ยกถ่ายไม่ทัน รถข้างหลังมันมา 555+ (รถไอ้ตาล) เลยได้แต่ความทรงจำ
เราถีบแบบไร้ทิศทางออกมาเรื่อยๆ ไม่เหลือใครแล้วในป่าโกงกาง มีแต่พวกเราสี่คน เสียงเฮฮา และเสียงวี้ดเนื่องจากกลัวไม้จะผุแล้วตกลงไป 555+ แต่ไม่มีใครได้ยินหรอก เราถีบออกมาไกลมาก ในยามเที่ยงๆ บ่ายๆ แดดร้อนมาก แล้วเราก็หลุดออกมาได้จากป่าโกงกาง !
.
.
.
.
.
.
ชิบหายละ
เราเห็นป้ายเขียนไว้ว่า ทางเลียบทะเล...ก็อยากไปนะ แต่กลัวหลง เลยถีบไปตามถนนใหญ่เรื่อยๆ จนเจอสะพาน เขียนว่าสะพานพระรามหก...
เอ่อ...
คือ
ออกมานอกเขตพระราชนิเวศแล้ว..
ไกลมาก..
แล้วจะกลับไปยังง้ายยยยย
เราเลยมองหาคนที่จะถามได้ แล้วไปเจอคุณตาที่กำลังดักปลาอยู่แถวนั้น ก็ถามทาง คุณตาบอกว่ามากันไกลนะ แล้วก็บอกให้ถีบไปทางซ้าย เจอสะพานแล้วก็บลาๆ พวกเราก็ฟัง คุณตายังอธิบายไม่จบ แล้วพวกเราก็...
เครื่องฟิต สตาร์ทติดง่าย
เราก็ถีบออกมาตามที่คุณตาบอก โดยมีจ๋าซึ่งเป็นคนถามทางถีบนำ ตามด้วยเรา นิกส์ และตาลตามลำดับ แต่เรากับจ๋าเป็นคนที่ถีบเร็วมาก เลยทำให้ต้องรอกันเป็นระยะ และหายจากคนข้างหลังอยู่หลายช่วง เราตะโกนถามไอ้จ๋าว่า
"เฮ้ย ต้องไปทางไหนวะ"
"ซ้ายสิแก ชั้นจำได้"
พอเจอทางที่เป็นป่าๆ
"แน่ใจเหรอวะจ๋า"
มันก็พารานอย "เฮ้ย จะใช่เหรอ ชั้นจำไม่ได้แล้ว"
อ้าว ไอ้บ้า เมิงคนจำทางนะ 555+ทำไมคนตำแหน่งที่ 2 อย่างฉันต้องมาระทึกเพราะเนวิเกเตอร์ที่จำทางไม่ได้ด้วยวะ ไอ้เลววว 555+
ก็เลยบอกกันว่า งั้นเดี๋ยวรอนิกส์กับตาลก่อนก็แล้วกัน
พอพ้นหัวโค้งของป่า...(ป่าจริงๆ ค่ะพี่น้อง) ก็เห็นนิกส์และตาล ในชุดเดรสอย่างที่เห็น มีกางเกงนะ แต่แม่งโคตรไม่เหมาะกับการถีบจักรยาน กรั๊กๆ
ไอ้ตาลถีบออกจากป่ามาเป็นคนสุดท้าย พร้อมกับเพลง
"ฉันมาไกล....มาไกลเหลือเกิน ฉันเดินทาง...มาไกลแสนไกล"
โอย ฮากันสาดเลย ตาลตะโกนถามเรากับจ๋า
"เมิงจะไปแข่งที่ไหน รีบถีบจนกุกับนิกส์ตามไม่ทัน"
"ก็ถีบเร็วจนชินอะ..." เราตอบ "ทำไมแกไม่ร้องเพลง"
ฉันมาทำอะไรที่นี่...ฉันมาทำอะไรที่นี่...
นิกส์บอก "ตาลแม่งร้องแล้ว เพลงที่สอง ตอนที่พลัดกับพวกแกแหละ"
เราพบว่าเราออกมาที่ถนนใหญ่ 5555+
ถนนใหญ่ด้านหน้าค่ายพระรามหก ! ออกมาไกลมาก รถตู้วิ่งผ่านไปด้วยความเร็วสูง ภายหลังไอ้ตาลก็มาเล่าว่ามันน่ะเมพเกินทำตัวสวยเริ่ดๆ เชิ่ดๆ อวดรถตู้ ทำหน้าแบบกุไม่เหนื่อย ใช้มือเดียวหยิบแว่นแว่นดำขึ้นมาสะบัดใส่ (โอยขำ)
"รถตู้มันคงสงสัย ชุดเมิงน่าอยู่กทม. มากๆ แล้วมาถีบจักรยานทำเหี้ยอะไรแถวนี้" (ตาลบอก)
โอย ขำตัวเอง ฉันมาทำอะไรที่นี่...
จากนั้นเราก็ถีบจักรยานกลับมาคืนที่ได้ เพื่อนๆ ทุกคนรออยู่แถวนั้น มองหน้าพวกเราที่เหมือนหมาหอบแดด แล้วถามว่า ไปไหนกันมาวะ
ตาล "กุไปหัวหินตูร์ เดอ ฟรองซ์มา"
เราก็ตรงไปคืนจักรยาน แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้ทุกคนฟัง พี่สาวที่เป็นคนให้เช่าจักรยานก็ทำหน้าแบบ...จริงเหรอน้อง
"น้องมาจากไหนกันคะเนี่ย"
"กรุงเทพค่ะพี่"
"น้องออกไปไกลกันมากเลยนะ รู้ไหมว่าไม่เคยมีใครออกไปไกลขนาดนั้น ถีบกันแค่ในเขคพระราชนิเวศนี่แหละ"
"ถ้าหนูให้รถจอดรถข้างนอก ป่านนี้จักรยานพี่หายไปแล้วสี่คัน" อิฉันหัวเราะเมื่อพี่เขาหัวเราะ
"ช่ายพี่ เนี่ย ยี่สิบบาทคุ้มเลย ได้จักรยานมา" จ๋าว่า
"พี่ให้เช่ายี่สิบ พวกหนูถีบกันไปพันสองแล้วพี่" ตาลบอก
คนที่ตื่นเต้นมากกว่าพี่เขา คือน้าผู้ชายทีเ่ป็นทหารในค่ายแหละ (สามีแก?) แกฮาเรื่องที่เราไปเจอมากันเอาจริงเอาจังมาก เราคืนจักรบานเสร็จ มายืนคุยกันต่อ พี่แกยังยืนตามมาฟังกัน (ฮ่าๆ) แล้วเราก็คุยกันหนุกหนานมาก นานๆ แกคงเจอลูกค้าแปลกๆ แบบนี้ ออกไปไกลถึงสุดเขตป่าโกงกาง ออกไปนอกค่าย แล้วพอตอนจะกลับทุกคนแถวนั้นก็โบกมือล่ำลาเราอย่างดี เหมือนรู้จักกันมานาน
"ไว้มาเที่ยวอีกนะน้อง มาถีบจักรยานอีก"
"จะมาค่าพี่ แต่ไม่ถีบตอนเที่ยงแล้วนะ"
เป็นวันที่มีความสุขและมากด้วยเรื่องราวจริงๆ...
จ๋าบอกว่ามีร้านก๋วยเตี๋ยวอร่อยอยู่หน้าวัง จะพาไปกินเพราะพวกเราหิวกันแล้ว... มันเลยไปนั่งหน้า แล้วมันก็เข้าอีหรอบเดิม
//โทรศัพท์เข้า
"ฮัลโหล มีไรวะจ๋า"
"ชั้นหาร้านไม่เจอ ขอโทษว่ะ"
"อืม ไม่เป็นไร ไปต่อเลย"
จริงๆ คือ...กุก็ไม่ไ่ด้หวังอะไรกับเมิงตั้งแต่ในป่าโกงกางแล้วล่ะจ๋า 555+
แล้วเราก็เลยตรงไปที่เพลินวานกันค่ะ
ถ่ายในอุโมงค์
แล้วเราก็ตรงไปที่นี่ค่ะ
To be Continued
Next Entry
โหดมันส์ฮา อีกเหมือนเดิม !
เห็นคอมเมนต์เทราสแล้วนึกได้...ที่เป็นชื่อนี้เพราะ
ตูร์ เดอ ฟรองซ์ = อิมเมจการถีบจักรยานทางไกล แบบทรหด
ถ้าบอก ตูร์ เดอ หัวหิน เลย คนไม่รู้ฝรั่งเศสจะงงเอา
ขอบคุณมากที่เมนต์ไว้ ว่าจะเขียนแต่ลืม ฮ่าๆๆ
ต้องขอยกเพลินวาน + สถานีรถไฟ ไปเอนทรี่หน้าจริงๆ ค่ะ
แต่ช่วงหัวหินตูร์ เดอ ฟรองซ์ นี่ก็ซัดไปแล้วหลายชั่วโมง
เราใช้เวลาย่อรูป 1 วัน
เขียนเอนทรี่นี้ตั้งแต่เที่ยงครึ่ง แล้วเพิ่งเสร็จตอนบ่ายสามนี่แหละค่ะ
ขอบคุณมากๆ ที่กดดาวให้เอนทรี่ก่อนขึ้นฮอตกันนะคะ
เรามาช่วยส่งเสริมเที่ยวไทยกันเนอะ
ถ้าชอบใจอีกกดดาวได้นะค้า ฮรี่~

สวยขริงๆเลย อยากไปๆๆๆ XD
พระราชนิเวศมฤคทายวันนี่ ซาบไปหลายรอบอยู่เหมือนกันค่ะ ส้วย สวย เดินตอนลมพัดเย็นๆสบายๆ ก็แบบสุดยอด
#1 By ป้าซาบ on 2009-06-24 15:17