[Photo] ชีวิตต้นกรุง ณ วัดอรุณฯ
posted on 07 Feb 2009 12:14 by shakri in Photo, Travel
อันที่จริงแล้ว...รู้เรื่องนี้มาจากบล็อกนึงใน exteen เมื่อวันก่อน ซึ่งลืมไปแล้ว ฮ่าๆ ขอโทษด้วยค่ะ
เอาใหม่
ค้น dashboard แล้วเจอ บล็อกนี้เลยค่ะ ที่ทำให้เราอยากไป http://catinthekitchen.exteen.com/20090203/entry ขอบคุณมากๆ เลยนะคะเลยได้พาแม่ไปเดินเที่ยวผ่อนคลายหน่อย
งานนี้สามารถชมรายละเอียดจากงานได้ที่กระทู้นี้
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E7495945/E7495945.html
ซึ่งข้าพเจ้าเอามาจากบล็อกนี้
[Pic] ชวนเที่ยวงาน “งานฉลอง 200 ปี ปราชญ์และกวีของโลก”
อ้างอิงให้ยาวเลยทีเดียว ฮ่าๆๆๆ
“งานฉลอง 200 ปี ปราชญ์และกวีของโลก”
กรมหลวงวงษาธิราชสนิท
ชีวิตต้นกรุง ณ วัดอรุณฯ
6 - 8 กุมภาพันธ์ 2552
16.00 - 22.00 น.
ทรงเป็นต้นราชสกุล "สนิทวงศ์" ค่ะ
ตอนเราไปถึงงานยังไม่มืด และพบว่าจะได้รับเสด็จพระวงวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ดีใจมากๆ ระหว่างรอก็เดินเล่นไปด้วย งานน่าสนใจค่ะ (โดยเฉพาะของกิน หุหุ) ไปดูรูปกันดีกว่าเนอะ
ยืนพึมพำให้แม่ได้ยินว่า
เล่นกับเด็กๆ ให้เด็กๆ สอนเล่น
สวยอะ...
แล้วเขียนว่า สำปันนี หรือ สำพันนี?
รึไม่มี - -" แต่รู้จักนา ถามชื่อแล้วคุ้นแต่นึกไม่ออก
ดิฉันชอบอันสีม่วงงงงงงงงง
แทงหยวกคือ...(อธิบายไม่ถูก)
เอาไว้สำหรับใช้ในงานศพ ไว้บัง ไว้แต่ง
การแทงหยวกต้องใช้ความชำนาญมาก
ต้องแม่น ต้องเร็ว และทำทิ้งไม่ได้ หยวกจะดำ
เพราะจริงๆ มันมีแค่สองสี ฟ้ากับชมพู อันนี้สีม่วง
เพราะมันเหลือจากฟ้า และชมพู
พอเม็ดผสมกันเลยม่วง
บอก "ป้าคะ หนูเอาอันนั้นอะ !"
ป้าที่ร้านสายไหมได้ทำสายไหมถวาย
แรกไม่กล้าถวาย แต่ก็ได้ถวายจนได้
ได้ยินท่านตรัสว่า
คือแสดงเป็นเรื่องมาจากเทพนิยาย เนื้อร้องกล่าวถึงเทวดา
มาบอกให้บรรดากษัตริย์ร้อยเอ็ดเจ็ดพระนครไปเขาไกรลาสร
ะหว่างเดินทางก็เดินชมนกชมไม้ไปจนพบพระกาลมาขวางทางไว้
กษัตริย์เหล่านั้นไม่รู้จักก็ไล่ให้หลีกทางไปเงื้อธนูจะยิง พระกาลกริ้วมาก
จึงสาปให้สลบ แล้วพระกาลเกิดสงสารจึงถอนคำสาบให้ฟื้นดังเดิม
แล้วขอร้องให้กลับเมืองดังเดิม กษัตริย์ก็เชื่อฟังกลับเมือง "
ถือไม้กำพดเหมือนกัน ปัจจุบันแยกออกเป็นการละเล่น ๒ ชนิด
คือ กุลาตีไม้ไม่มีดนตรีประกอบ ผู้เล่นจะแบ่งเป็นกลุ่มกี่กลุ่มก็ได้
ตามความเหมาะสมกับสถานที่กลุ่มหนึ่งต้องมีจำนวนคู่ นั่งคุกเข่า
หันหน้าเข้าหากันล้อมเป็นวงกลมวางไม้กำพตพาดทับกันไว้ตรงด้านหน้า
เริ่มเล่นด้วยการร้องแล้วตบมือให้เข้ากับจังหวะ แล้วจะหยิบไม้กำพต
ตีเป็นจังหวะ แล้วหันไปตีกับคนซ้ายและขวา แล้วลุกขึ้นยืนตีกันเป็นคู่ๆ
ท่าที่ขยับย่างและใช้ไม้กำพตตีกันจะเป็นไป ตามจังหวะเพลงที่ร้อง
ทำซ้ำ ๆ เรื่อย ๆ ไปตอนจะเลิกผู้เล่นตีกันเป็นคู่ๆ ออกไปจากสถานที่เล่น "
เหมือนกับระเบ็ง มือถือไม้กำพด คือ กระบองสั้นแต่มีด้ามยาว
มีกลองประกอบการเล่น กลองใหญ่เหมือนกลองทัด
หน้ากว้างประมาณ ๕๕ เซนติเมตร ผู้เล่นแบ่งออกเป็นกลุ่ม จะมีกี่กลุ่มก็ได้
กลุ่มละ ๔ คน กลุ่มหนึ่งมีกลองโมงครุ่ม ๑ ใบ อยู่ตรงกลางด้านหน้า
มีผู้เล่น ๑ คน มายืนตรงหน้าคอยตีโหม่งบอกท่าทางให้ผู้เล่นทำตาม
เมื่อผู้ตีโหม่งให้สัญญาณ ผู้เล่นเข้าประจำที่แล้ว คนตีโหม่งจะร้อง
"อีหลัดถัดทา"
และตีโหม่ง ๒ ที แล้วบอกท่าต่าง ๆ ผู้เล่นจะยักเอว ซ้ายที ขวาที
จะร้อง "ถัดถัดท่า ถัดท่าท่าถัด" จนกว่าคนตีโหม่งจะให้สัญญาณเปลี่ยนท่า
ผู้ตีโหม่งจะรัวสัญญาณให้ผู้เล่นหยุดยืนอยู่กับที่ด้วยวิธีร้องบอกวา "โมงครุ่ม..." "
เหมือนมีผู้ชายมาถูกตัวลูก"
คีย์เดียวกัน ความยาวเท่ากัน
จนไมเกรนแดร๊กหัว
และพึมพำเบาๆ
วัดอรุณตอนกลางคืนงามขนาด
เดี๋ยวเอารูปมาฝากอีกนะคะ
ขอบคุณอีกเหมือนกันถ้าชอบแล้วกดดาวด้วย (กร๊าก)






















































สายไหมน่าทานมากๆ วัดก็สวยค่ะ

#1 By hiney* adult version on 2009-02-07 13:04