ที่สุดของความฝันคนเป็นนักเขียน...คืออะไร ?
posted on 17 Aug 2008 14:11 by shakri in Novel
พอดีได้ตอบกระทู้ในเว็บเด็กดี (ตอบยาวอย่างที่ชาติเศษจะได้ตอบสักที)
เราเองไม่ค่อยได้เขียนบล็อกเรื่องนิยายอะไรใน exteen เท่าไหร่
เพราะถือว่ามันเป็นพื้นที่ส่วนตัว ไม่ใช่พื้นที่ทำงาน และไม่แปะนิยายในบล็อก
เนื่องจากขี้เกียจ...ถ้าอยากอ่านเขาก็อ่านกันตามเว็บเองล่ะ กร๊าก (เลว....)
แต่โฆษณาขายนิยายนี่ยกเว้นนะ ต้องฮาร์ดเซลล์หน่อย มันเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง
ทีนี้ที่กระทู้นี้ตอบเนื่องจากมันน่าสนใจดี น้องเขาถามว่า
[ถาม+ไร้สาระ]จุดสูงสุดของความฝันของนักเขียนคือต้องได้ออกหนังสือเหรอค่ะ - -a
อ่านรายละเอียดอื่นๆ ในกระทู้เอาเองนะคะ ว่าเขาถามอย่างไร แนะนำให้อ่านก่อน
เพราะบางประเด็นที่ตอบไปก็อยู่ในนั้นน่ะจ้ะ ยกมาให้ดูกันตรงนี้เฉพาะของเราเนาะ
= = = = = =
"แล้วแต่"
คิดอย่างนี้นะคะ
เพราะคนเรามีความฝันไม่เหมือนกัน ก็เลยต้องตอบอย่างนั้น
คนชอบเขียนบางคนก็อาจจะฝันว่าจะได้มีหนังสือของตัวเองสักเล่ม นั่นคือความภาคภูมิใจ
ขณะที่อีกคนฝันว่าขอแค่มีคนอ่านแล้วคอมเมนต์ อ่านแล้วบอกว่าสนุก (หรืออื่นๆ) นี่ก็ความภาคภูมิใจ
หรือบางคนขอแค่เขียนจบสักเรื่องก็ดีใจแล้ว ก็เรียกได้ว่าความภูมิใจอีก
มันแล้วแต่ความพึงพอใจของแต่ละคนน่ะค่ะ
ทั้งนี้ทั้งนั้นมันขึ้นอยู่กับตัวเราอีกนั่นล่ะ ว่าเราตั้งเป้าประสงค์ของเราไว้อย่างไร
ที่สำคัญที่อยากฝากไว้คือระหว่างทางที่จะไปถึงเป้าหมาย เราทำอย่างไรบ้าง
เหมือนคนเขาเคยว่าไว้ บางคนขึ้นยอดเขาได้ แต่ไม่เคยตักตวงความสุขระหว่างทาง
มันทำให้เสียอะไรหลายๆ อย่างไปนะคะ ^^
แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัว...ได้พิมพ์แล้วอิ่มตัวไหม ไม่ค่ะ บอกได้ทันที (สำหรับเราในตอนนี้)
เพราะเรายังไม่หยุดมองโลก เรายังสนใจโลกนี้อยู่ว่าตอนมันหมุนไปมีอะไรเกิดขึ้น
มีอะไรให้เราอยากหยิบเอาไปเขียนได้บ้าง มีข้อมูลตรงไหนที่อยากไปค้นคว้าไหม
และเพราะเรายังไม่หยุดคิด ว่า "ถ้า" มีเหตุการณ์อย่างนี้ผนวกกับข้อมูลตรงนั้นๆ มันจะเป็นอย่างไร
การได้ตีพิมพ์เลยยังไม่ทำให้เราอิ่มได้ในตอนนี้
คนเป็นนักเขียน(ที่ยังอยากจะเขียน)ในความเห็นของเรายังไม่น่าจะอิ่มนะ
ควรมีความอยาก ความหิวตลอดเวลา
(ฟังแล้วเหมือนเป็นโรคหยุดกินไม่ได้ ไม่สามารถควบคุมการกินได้ 555)
ในที่นี่คือไม่อิ่มความสงสัย ไม่อิ่มในการบริโภคแรงบันดาลใจ
และไม่อิ่มในการสร้างสรรค์งานใหม่ๆ อยู่เสมอ
จากนั้นก็เอาไปผลิตเป็นพล็อต ผ่านกระบวนการคิด คัดกรองในสมอง รอจนตกผลึก
เสร็จแล้วก็เป็นนิยาย เขียนออกมา เพื่อแสวงหาความหิวโหยใหม่
นั่นคือการเขียนจบเรื่อง / เสียงสะท้อนจากผู้อ่าน / การได้ตีพิมพ์ (และอื่นๆ อีกมากมาย)
แล้วจุดไหนจะเป็นจุดตัดสินล่ะ ว่านิยายเรามีค่า ?
ในมุมมองของคนเขียน นิยายมีค่าหรือไม่มีค่า มันขึ้นอยู่กับการเริ่มต้น
ถ้าเราเริ่มอย่างเห็นค่าในงานเขียน เขียนมันด้วยความรัก ความตั้งใจ...มันก็มีค่า
ในมุมมองคนอ่าน นิยายเล่มนี้อ่านสนุก และหรือ นิยายเล่มนี้มีมากกว่าคำว่าสนุก
ดังนั้นฉันก็เลยตัดสินว่า...มันมีค่า
ในมุมมองผู้ประกอบการ นิยายเล่มนี้มันสามารถขายได้ไหม ? มันมีตลาดรับรองไหม
มันต้องกับดีมานด์ของคนอ่านไหม หรือมันเป็นนิยายที่ โอ พล็อตดีมาก
ข้อมูลแจ่มมาก ถึงไม่แนวตลาดในตอนนี้...มันมีค่าพอที่จะลงทุน
ฉะนั้นต้องถามตัวเองว่าอยากจะได้ค่าของมันจากใคร แล้วก็ตั้งใจทำมันซะ ก็แค่นั้นเอง
แต่โดยส่วนตัว(อีกแล้ว) คิดว่าถ้าเราทำให้นิยายมีค่าในสองมุมมองแรกได้
ผลพลอยได้ซึ่งเป็นข้อที่สาม มันก็จะมาเองล่ะนะ
ที่สุดของการเป็นนักเขียนอยู่ที่ไหน ต้องถามใจของตัวคุณเองดูค่ะ ^^
= = = = = =
นี่คือสเต็ปการคิดส่วนตัว
ใครไม่คิดเหมือนกันก็ไม่ว่าอะไร บอกกันล่าย
แต่อย่าเกรียน เดี๋ยวปั๊ดเรียกพี่เจดีย์มาสำเร็จโทษ
๑. เขียนเพื่อตัวเอง
เขียนให้ตัวเองพอใจ เขียนอย่างที่อยากเขียน เขียนให้เต็มที่
เขียนไปเล้ยยยยย ไม่ต้องมาถามว่า "อยากอ่านอะไรคะจะได้เขียน"
ไม่ใช่โกสต์ไรเตอร์นิ จะได้เขียนตามบัญชา
แต่ถ้าถามคนสนิทๆ กันเพื่อเอาเป็นไอเดียก็โอเคฮ่า
๒. เขียนเพื่อคนอื่น
บวก สติ และ ปัญญา เข้าไปในขั้นตอนนี้เยอะๆ
เอาสมองนำอารมณ์ในการเขียน เขียนอย่างมีสติ
อย่าคิดถึงตัวเอง และเขียนเอามันแต่เพียงอย่างเดียว
คิดถึงคนอ่าน = ไม่ใช่แค่ให้เขาอ่านสนุก แต่คิดว่าเขาอ่านแล้วจะได้อะไร
อาจจะไม่ต้องถึงขนาดอ่านแล้วผันตัวไปเป็นอาสาสมัครเลี้ยงช้าง
เอาแค่อ่านแล้วให้ได้คิดอะไรบ้างก็ดีนะ แต่ถ้าสนุกอย่างเดียวก็ไม่เป็นไร
ในช่วงนี้ส่วนประกอบเยอะมาก ไม่ว่าจะเขียนให้มันมีตรรกะ
ให้มันเข้าใจได้ตามหลักเหตุและผล หรือ
การเขียนถึงเรื่องที่มีอยู่จริง ก็ต้องค้นคว้าข้อมูล เพื่อมิให้เกิดความเข้าใจผิด
และอื่นๆ อีกมากมายทั้งเรื่องศีลธรรม ความมั่นคง เยอะไปหมด
๓. เขียนเพื่อตีพิมพ์
ถ้าสองข้อแรกยังทำไม่ได้ก็อย่าริคิดถึงข้อสาม
...โปรดกลับไปอ่านข้อแรกอีกครั้งหนึ่ง...
ตื่นเต้นไหม นานๆ จะมีสาระ ^^"
ไม่ค่อยชอบเขียนอะไรเกี่ยวกับนิยายเท่าไหร่
เพราะคิดว่าตัวเองก็ไม่ไ่ด้เป็นพระเจ้าตามีอาคมแก่กล้ามาจากไหน
ไม่อยากจะทำ How to สอนใคร เพราะบางเรื่อง..(ในความคิดส่วนตัว)
ถ้าเรื่องแบบนี้ยังต้องมาถามคนอื่น ต้องหาฮาวทู อย่าทำเลยว่ะ...
มันควรจะคิด วิเคราะห์ให้ได้ด้วยตัวเองนะ จะได้ประโยชน์สุด
(แต่เรื่องที่เขาถามมามันน่าสนใจไง เลยโอเค)
แม้จะบอกว่าไม่อยากเขียนเรื่องนิยายในบล็อก
แต่ถ้าฮาร์ดเซลนิยายตัวเอง ดิฉันสู้ตายฮ่าาาา 
วาดด้วยใจ ลงท้าย...ที่รัก ปลายเดือนนี้ ถึงต้นเดือนหน้า
ก็น่าจะได้เห็นรูปโฉมกันแล้วล่ะนะ
อยากรู้ว่าคืออะไรโปรดจิ้ม http://shakri.exteen.com/20080717/art

เห็นด้วยมากๆ
คิดเรื่องได้ก็มีความสุข
ถ่ายทอดได้อย่างที่คิดก็มีความสุข
มีคนอ่านก็มีความสุข
มีคนชอบก็มีความสุข
แต่เรื่องรายได้ค่อยว่ากัน
ในที่นี่คือไม่อิ่มความสงสัย ไม่อิ่มในการบริโภคแรงบันดาลใจ
และไม่อิ่มในการสร้างสรรค์งานใหม่ๆ อยู่เสมอ
ชอบตรงนี้ๆ
#1 By wesong on 2008-08-17 14:38