พอดีได้ตอบกระทู้ในเว็บเด็กดี (ตอบยาวอย่างที่ชาติเศษจะได้ตอบสักที)
เราเองไม่ค่อยได้เขียนบล็อกเรื่องนิยายอะไรใน exteen เท่าไหร่
เพราะถือว่ามันเป็นพื้นที่ส่วนตัว ไม่ใช่พื้นที่ทำงาน และไม่แปะนิยายในบล็อก
เนื่องจากขี้เกียจ...ถ้าอยากอ่านเขาก็อ่านกันตามเว็บเองล่ะ กร๊าก (เลว....)
แต่โฆษณาขายนิยายนี่ยกเว้นนะ ต้องฮาร์ดเซลล์หน่อย มันเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง

ทีนี้ที่กระทู้นี้ตอบเนื่องจากมันน่าสนใจดี น้องเขาถามว่า

[ถาม+ไร้สาระ]จุดสูงสุดของความฝันของนักเขียนคือต้องได้ออกหนังสือเหรอค่ะ - -a

 

อ่านรายละเอียดอื่นๆ ในกระทู้เอาเองนะคะ ว่าเขาถามอย่างไร แนะนำให้อ่านก่อน
เพราะบางประเด็นที่ตอบไปก็อยู่ในนั้นน่ะจ้ะ ยกมาให้ดูกันตรงนี้เฉพาะของเราเนาะ

 

= = = = = =

 

"แล้วแต่"

คิดอย่างนี้นะคะ
เพราะคนเรามีความฝันไม่เหมือนกัน ก็เลยต้องตอบอย่างนั้น
คนชอบเขียนบางคนก็อาจจะฝันว่าจะได้มีหนังสือของตัวเองสักเล่ม นั่นคือความภาคภูมิใจ
ขณะที่อีกคนฝันว่าขอแค่มีคนอ่านแล้วคอมเมนต์ อ่านแล้วบอกว่าสนุก (หรืออื่นๆ) นี่ก็ความภาคภูมิใจ
หรือบางคนขอแค่เขียนจบสักเรื่องก็ดีใจแล้ว ก็เรียกได้ว่าความภูมิใจอีก
มันแล้วแต่ความพึงพอใจของแต่ละคนน่ะค่ะ
ทั้งนี้ทั้งนั้นมันขึ้นอยู่กับตัวเราอีกนั่นล่ะ ว่าเราตั้งเป้าประสงค์ของเราไว้อย่างไร

ที่สำคัญที่อยากฝากไว้คือระหว่างทางที่จะไปถึงเป้าหมาย เราทำอย่างไรบ้าง
เหมือนคนเขาเคยว่าไว้ บางคนขึ้นยอดเขาได้ แต่ไม่เคยตักตวงความสุขระหว่างทาง
มันทำให้เสียอะไรหลายๆ อย่างไปนะคะ ^^

แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัว...ได้พิมพ์แล้วอิ่มตัวไหม ไม่ค่ะ บอกได้ทันที (สำหรับเราในตอนนี้)
เพราะเรายังไม่หยุดมองโลก เรายังสนใจโลกนี้อยู่ว่าตอนมันหมุนไปมีอะไรเกิดขึ้น
มีอะไรให้เราอยากหยิบเอาไปเขียนได้บ้าง มีข้อมูลตรงไหนที่อยากไปค้นคว้าไหม
และเพราะเรายังไม่หยุดคิด ว่า "ถ้า" มีเหตุการณ์อย่างนี้ผนวกกับข้อมูลตรงนั้นๆ มันจะเป็นอย่างไร
การได้ตีพิมพ์เลยยังไม่ทำให้เราอิ่มได้ในตอนนี้

คนเป็นนักเขียน(ที่ยังอยากจะเขียน)ในความเห็นของเรายังไม่น่าจะอิ่มนะ
ควรมีความอยาก ความหิวตลอดเวลา
(ฟังแล้วเหมือนเป็นโรคหยุดกินไม่ได้ ไม่สามารถควบคุมการกินได้ 555)
ในที่นี่คือไม่อิ่มความสงสัย ไม่อิ่มในการบริโภคแรงบันดาลใจ
และไม่อิ่มในการสร้างสรรค์งานใหม่ๆ อยู่เสมอ
จากนั้นก็เอาไปผลิตเป็นพล็อต ผ่านกระบวนการคิด คัดกรองในสมอง รอจนตกผลึก
เสร็จแล้วก็เป็นนิยาย เขียนออกมา เพื่อแสวงหาความหิวโหยใหม่
นั่นคือการเขียนจบเรื่อง / เสียงสะท้อนจากผู้อ่าน / การได้ตีพิมพ์ (และอื่นๆ อีกมากมาย)



แล้วจุดไหนจะเป็นจุดตัดสินล่ะ ว่านิยายเรามีค่า ?

ในมุมมองของคนเขียน นิยายมีค่าหรือไม่มีค่า มันขึ้นอยู่กับการเริ่มต้น
ถ้าเราเริ่มอย่างเห็นค่าในงานเขียน เขียนมันด้วยความรัก ความตั้งใจ...มันก็มีค่า

ในมุมมองคนอ่าน นิยายเล่มนี้อ่านสนุก และหรือ นิยายเล่มนี้มีมากกว่าคำว่าสนุก
ดังนั้นฉันก็เลยตัดสินว่า...มันมีค่า

ในมุมมองผู้ประกอบการ นิยายเล่มนี้มันสามารถขายได้ไหม ? มันมีตลาดรับรองไหม
มันต้องกับดีมานด์ของคนอ่านไหม หรือมันเป็นนิยายที่ โอ พล็อตดีมาก
ข้อมูลแจ่มมาก ถึงไม่แนวตลาดในตอนนี้...มันมีค่าพอที่จะลงทุน

ฉะนั้นต้องถามตัวเองว่าอยากจะได้ค่าของมันจากใคร แล้วก็ตั้งใจทำมันซะ ก็แค่นั้นเอง
แต่โดยส่วนตัว(อีกแล้ว) คิดว่าถ้าเราทำให้นิยายมีค่าในสองมุมมองแรกได้
ผลพลอยได้ซึ่งเป็นข้อที่สาม มันก็จะมาเองล่ะนะ


ที่สุดของการเป็นนักเขียนอยู่ที่ไหน ต้องถามใจของตัวคุณเองดูค่ะ ^^

 

= = = = = =

 

นี่คือสเต็ปการคิดส่วนตัว
ใครไม่คิดเหมือนกันก็ไม่ว่าอะไร บอกกันล่าย
แต่อย่าเกรียน เดี๋ยวปั๊ดเรียกพี่เจดีย์มาสำเร็จโทษ

 

๑. เขียนเพื่อตัวเอง

เขียนให้ตัวเองพอใจ เขียนอย่างที่อยากเขียน เขียนให้เต็มที่
เขียนไปเล้ยยยยย ไม่ต้องมาถามว่า "อยากอ่านอะไรคะจะได้เขียน"
ไม่ใช่โกสต์ไรเตอร์นิ จะได้เขียนตามบัญชา
แต่ถ้าถามคนสนิทๆ กันเพื่อเอาเป็นไอเดียก็โอเคฮ่า

 

๒. เขียนเพื่อคนอื่น

บวก สติ และ ปัญญา เข้าไปในขั้นตอนนี้เยอะๆ
เอาสมองนำอารมณ์ในการเขียน เขียนอย่างมีสติ
อย่าคิดถึงตัวเอง และเขียนเอามันแต่เพียงอย่างเดียว
คิดถึงคนอ่าน = ไม่ใช่แค่ให้เขาอ่านสนุก แต่คิดว่าเขาอ่านแล้วจะได้อะไร
อาจจะไม่ต้องถึงขนาดอ่านแล้วผันตัวไปเป็นอาสาสมัครเลี้ยงช้าง
เอาแค่อ่านแล้วให้ได้คิดอะไรบ้างก็ดีนะ แต่ถ้าสนุกอย่างเดียวก็ไม่เป็นไร

ในช่วงนี้ส่วนประกอบเยอะมาก ไม่ว่าจะเขียนให้มันมีตรรกะ
ให้มันเข้าใจได้ตามหลักเหตุและผล หรือ
การเขียนถึงเรื่องที่มีอยู่จริง ก็ต้องค้นคว้าข้อมูล เพื่อมิให้เกิดความเข้าใจผิด
และอื่นๆ อีกมากมายทั้งเรื่องศีลธรรม ความมั่นคง เยอะไปหมด

 

 ๓. เขียนเพื่อตีพิมพ์

ถ้าสองข้อแรกยังทำไม่ได้ก็อย่าริคิดถึงข้อสาม

 

 

 ...โปรดกลับไปอ่านข้อแรกอีกครั้งหนึ่ง...

 

 

 

 

ตื่นเต้นไหม นานๆ จะมีสาระ ^^"
ไม่ค่อยชอบเขียนอะไรเกี่ยวกับนิยายเท่าไหร่
เพราะคิดว่าตัวเองก็ไม่ไ่ด้เป็นพระเจ้าตามีอาคมแก่กล้ามาจากไหน
ไม่อยากจะทำ How to สอนใคร เพราะบางเรื่อง..(ในความคิดส่วนตัว)
ถ้าเรื่องแบบนี้ยังต้องมาถามคนอื่น ต้องหาฮาวทู อย่าทำเลยว่ะ...
มันควรจะคิด วิเคราะห์ให้ได้ด้วยตัวเองนะ จะได้ประโยชน์สุด
(แต่เรื่องที่เขาถามมามันน่าสนใจไง เลยโอเค)

แม้จะบอกว่าไม่อยากเขียนเรื่องนิยายในบล็อก
แต่ถ้าฮาร์ดเซลนิยายตัวเอง ดิฉันสู้ตายฮ่าาาา
วาดด้วยใจ ลงท้าย...ที่รัก ปลายเดือนนี้ ถึงต้นเดือนหน้า
ก็น่าจะได้เห็นรูปโฉมกันแล้วล่ะนะ

อยากรู้ว่าคืออะไรโปรดจิ้ม http://shakri.exteen.com/20080717/art

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Hot! Hot!

เห็นด้วยมากๆ
คิดเรื่องได้ก็มีความสุข
ถ่ายทอดได้อย่างที่คิดก็มีความสุข
มีคนอ่านก็มีความสุข
มีคนชอบก็มีความสุข
แต่เรื่องรายได้ค่อยว่ากันsad smile
ในที่นี่คือไม่อิ่มความสงสัย ไม่อิ่มในการบริโภคแรงบันดาลใจ
และไม่อิ่มในการสร้างสรรค์งานใหม่ๆ อยู่เสมอ


ชอบตรงนี้ๆconfused smile

#1 By wesong on 2008-08-17 14:38

แล้วเมื่อไรพี่เจดีย์จะมีเจดีย์ของพี่บ้างละคะ จะได้เป็นเจดีย์คู่...

ถ้าได้เมื่อไรน้องจะบอกคุณพ่อทักกี้ช่วยจัดงานแต่งให้สมเกียรติ์เลยค่ะ สั่งตรงจากอังกฤษเลย..



น้องอัฐิ

#2 By คนที่หนึ่ง (125.25.100.94) on 2008-08-17 14:44

ตราบท่ามีแรงบรรดาลใจก็ยังวาดได้เรื่อยๆอ่ะนะ ในฐานะนักวาดตูน(ทีช่วงนี้ไม่ได้วาดเรืองสั้นซะละ)

#3 By Firstchildren on 2008-08-17 14:46

[ถาม+ไร้สาระ]จุดสูงสุดของความฝันของนักเขียนคือต้องได้ออกหนังสือเหรอค่ะ - -a
ู^
^
^

โดยส่วนตัวเเล้ว บอกได้อย่างเต็มปากว่า "ไม่ใช่" เพราะหนังสือ เราพิมพ์เองก็ได้ (ถ้ามีเงิน) เเต่การที่ยื่นเรื่องให้สนพ.พิจารณาเเล้วผ่าน ได้ตีพิมพ์ นั่นคือ...ความภาคภูมิใจเล็กๆในชีวิตเรา ที่เราสร้างได้ด้วยกำลังของตัวเอง


ซึ่งมองว่า หนังสือที่ได้ตีพิมพ์ ไม่ได้หมายควายว่า หนังสือเล่มนั้นดีที่สุด ผลงานของนักเขียนที่ได้ตีพิมพ์ ไม่ได้หมายความว่า หนังเขียนคนนั้น เก่งที่สุด เพราะในขอบเขตของเสรีภาพทางอินเตอร์เน็ต ใครๆก็เขียนได้ ใครๆก็เผยเเพร่ผลงานตัวเองได้ ยังมีนักเขียนอีกมาก ที่ซุกซ่อนตามหลืบในโลกไร้พรมเเดนเเห่งนี้ที่มีประสบการณ์ มีทักษะมากมาย เเละมีหลายคน ปฎิเสธสนพ.ที่เคยติดต่อขอเรื่องไปตีพิมพ์นะคะ

ดังนั้นโดยส่วนตัวเเล้ว(ย้ำว่าส่วนตั๊วส่วนตัว)จุดสูงสุดคือ ได้เขียนเรื่องที่เราพอใจ มีความสุขที่จะเขียน มีความสุขที่คนอ่านผลงานของเราอ่านเเล้วมีความสุข ที่สำคัญคือ...ได้พัฒนาฝีมือตนเองไปเรื่อยๆ

เเต่ก็นะ.....เเต่ละมุมมอง คนมองไม่เหมือนกันนะคะconfused smile




ปล. ขอทุกหูจงสถิตเเต่ท่าน

#4 By เมศ ณ ไทยวายสตูฯ(ทุกหูจงเป็นของข้า) (125.24.81.86) on 2008-08-17 14:57

แบบนี้แล confused smile Hot!

#5 By blade on 2008-08-17 15:01

คิดว่ามันก็ไม่แปลกถ้าคนอยากเป็นนักเขียนจะมีความฝันว่าอยากเห็นเรื่องของตัวเองได้ตีพิมพ์ แต่ถ้าคิดอยู่แค่นั้นมันก็น่าเศร้านะ และถ้าคิดได้แค่นั้น มันก็ยิ่งน่าเศร้ากว่า

เห็นด้วยว่าฮาวทูบางอย่าง ถ้าต้องพึ่งฮาวทูก็อย่าทำเลย เรื่องบางเรื่องมันก็บอกเป็นสูตรสำเร็จกันได้ แต่ไม่ใช่ทุกเรื่องจะเป็นสูตรสำเร็จได้ โดยเฉพาะเรื่องของศิลปะ

#6 By Cyanic on 2008-08-17 16:01

ถ้าสองข้อแรกยังทำไม่ได้ก็อย่าริคิดถึงข้อสาม <<
ถูกต้อง

เคยเห็นคอมเมนต์เขียนมาว่าอยากศึกษาเพราะอยากหาตังค์

อาเมน รู้สึกปลง

#7 By W★G on 2008-08-17 16:58

สุดยอด อ่านแล้วก็ได้คิดนะเนี่ย

เอาดาวไปHot! Hot! Hot!
Hot! เฮ้อ...ตอนนี้นะอยากได้คนเขียนบทเพื่อจะได้วาดตามอย่างเดียวมาก.... คงเข้าสู่ขั้น 4 เขียนเพราะกลัวอดตายแล้วมั้ง

#9 By Lily Pixel on 2008-08-17 18:10

Hot! คนถามเอง ก็..เหอๆ

ความสุขของคนเขียนอย่างเรา คือมีตัวละครในจินตนาการที่พร้อมจะโลดแล่นอย่างที่ใจเรานึก

(ออกแนวพวกบังคับชาวบ้านยังไงไม่รู้ ฮา..)

#10 By sarail on 2008-08-17 18:20

Hot! ความมีค่า หรือ ความจริงใจต่องาน
และสิ่งที่เราจะให้คึนอื่นต้องมาก่อน เห็นด้วยอย่างมากค่ะ

#11 By STECHA ลา ล่า~ on 2008-08-17 18:28

อืม...สมัยนี้คงหายาก
ที่นักเขียนจะรู้จักรตัวเอง
มีแต่เขียนตามแฟนชั่นเพียบเลย
อยากให้นักเขียนไทยสมัยนี้มีอัตลักษณ์ในตัวเองบ้างจัง

#12 By ~!!!EstelioN!!!~ on 2008-08-17 18:42

อยากเขียนอย่างสนุกสนาน

ตอนนี้ทำได้มั่งไม่ได้มั่ง

ถามว่าอยากมีงานตีพิมพ์ของตัวเองมั้ย...อยากมี

แต่ยังไม่ได้เริ่มต้นเขียนให้เป็นการเป็นงาน ... ความฝันนั้นก็ยังค้างอยู่ในหัวต่อไป

กว่าความฝันจะสำเร็จเป็นรูปธรรม

ให้ตีพิมพ์เรื่องของตัวเองขึ้นหน้าหนึ่งนสพ.จะเร็วกว่ามั้ง (T^T)
สำหรับเรา ไม่ต้องพูดให้มันสวยหรูว่าเขียนด้วยใจรัก ขอแค่ได้เขียน หรืออะไรเลย

เราคิดว่านักเขียนคือผู้ถ่ายทอดเรื่องราว เพราะฉะนั้น ที่สุดของความฝันคนอยากเป็นนักเขียนคือ มีคนรับสารไปจากเราแม้เพียงหนึ่งคนก็พอใจ

#14 By persona non grata on 2008-08-17 18:52

หนูเป็นประเภทแรกค่ะ
เขียนเพื่อตัวเองและวาดเพื่อตัวเองsad smile
เพิ่มอีกดาวค่ะท่านเทพ!!!
Hot!
จริงด้วย
บางคนแค่เขียนจบสักเรื่องก็พอใจแล้วววว
ไม่จำเป็นต้องได้ออกหนังสือหรอก confused smile

#16 By Bluemoon on 2008-08-17 20:23

สำหรับเรานะ มันคือความภูมิใจหมดเลย เริ่มเขียนมีคนมาเม้นท์บอกสนุกๆก็ปลื้มสุดๆ การแต่งนิยายจบหลังเจอปัญหาตัน บลาๆๆๆ มากมายได้าำเร็จก็ภูมิใจที่ทำสำเร็จ แต่การมีนิยายตีพิมพ์มันเป็นผลพลอยได้จากความภูมิใจ

แรกๆคิดว่า มีผลงานตีพิมพ์เล่มหนึ่งก็โอเค แต่หลังๆกลายเป็นอาชีพเกี่ยวกะับปากท้องไปซะงั้น

Hot! Hot! Hot!

#17 By Swordman แห่ง Iris on 2008-08-17 20:27

เดี๋ยวนี้บางคนทำได้แค่ข้อสามก็ยังได้ตีพิมพ์นะคะ sad smile
โครงเรื่องพล็อตเรื่องไม่ได้คิดเองด้วยซ้ำ เอาแค่คิดตัวละครเองก็พอ แค่ได้ตีพิมพ์ ได้เงิน ได้ดัง ฉันพอใจ

โดยส่วนตัว แค่เขียนแล้วมีคนอ่านก็รู้สึกดีแล้ว และถ้ามีคนอยากอ่านยิ่งดีใจค่ะ confused smile

Hot!
ขอแค่รักในสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่รักล่ะน้า surprised smile
อ่านแล้วซึ้งค่ะ...(มีคนเขียนดีๆแบบนี้โลกหนังสือจะดีขึ้น)

อยากเห็นคนอ่านคุณภาพ......ซึ่งก็มาคู่นักเขียนคุณภาพ...


ไชโยกับนิยายเรื่องต่อไป...เรื่องนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรณรงค์ให้หันมาติดแก๊ส ประหยัดพลังงานช่วยชาติ!!

#20 By แป่ม (124.121.229.109) on 2008-08-17 21:23

มีคนอ่านก็มีความสุขแล้วเน๊อะ......
แต่ยิ่งได้ตีพิมพ์ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่
แต่แบบเจเค โรว์ลิง เราว่าก็มีหลายๆอย่างรวมๆกันเลย

cry

#21 By Snowmist on 2008-08-17 21:26

ถ้ามีคนมาถามคำถามนี้กับดาว

ถ้าเป็นแต่ก่อนดาวคงตอบว่า
"ความฝันอันสูงสุดคือให้คนที่อ่านนิยายของเรามีความสุขและสนุกกับการอ่านนิยายของเรา"

แต่ ณ ตอนนี้ ต้องขอบอกเลยว่า "ไม่รู้"

เหมือนพอมันโตขึ้น อายุมากขึ้น ไฟในการเป็นนักเขียนก็เริ่มมอดลงเรื่อยๆ...ตอนนี้มันก็แค่...

อยากแต่งเมื่อไหร่ก็แต่ง ไม่อยากแต่งก็หยุด
เรื่อยๆ สบายๆ ไม่คิดอะไร

อาจจะเป็นเพราะตอนนี้ดาวมีความฝันอันสูงสุดเป็นอย่างอื่นแล้วกระมัง big smile

#22 By cherrykids on 2008-08-17 22:21

ทำไมข้อความอ่านยากฟะ เคืองๆ แปะใหม่ มิได้ปั่นนะเคอะ

พี่เส่ง - (สารภาพมานะ พี่เป็นบอทใช่มั้ย !) ในเมื่อได้ทำในสิ่งที่รัก ไม่ว่าจะกระบวนการหรือทำขั้นตอนไหน มันก็มีความสุข เพียงแต่ไอ้ความสุขมันไม่สอดคล้องกับรายได้ ต้องยอมรับว่างานศิลปะ หรืองานขายไอเดียในบ้านเมืองเรามีค่าตอบแทนที่ต่ำ เมื่อเทียบกับต่างประเทศ คิดแล้วก็น่าเสียดายนะ

น้องอัฐิ - พี่คงต้องหาสามีเป็นคนจีน แซ่หลี่ ชื่อหมง ทำกิจการขายถั่วมัน

พี่เซิ่น - อยากวาดเมื่อไหร่ก็วาดพี่ เราอยู่กับตัวเราเอง แต่ถ้านายจ้างสั่งเมือ่ไหร่ใช้ระบบนี้ก็ชิหาย

เมศ - ถูกเลย คำว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า ใช้ได้เสมอ แต่ไม่ใช่ว่าคิดอย่างนั้นจนดูถูกตัวเอง เราเองก็ต้องมั่นใจในฝีมือเราเองระดับหนึ่ง หากก็ต้องพร้อมที่จะเรียนรู้จากคนอื่นๆ ที่เก่งกว่า เหนือกว่า ในความคิดพี่คนทำงานศิลปะ (ไม่ว่าจะแขนงไหน) ควรจะยึดถืออัตตาตัวเองนะ เพราะขาดอัตตา หรือความเป็นตัวเองที่รวมแล้วเรียกได้ว่า อัตลักษณ์เนี่ย การสร้างสรรค์งานก็จะขาดความหลากหลาย เพียงแต่...อย่าปล่อยให้อัตตาแปรเป็นอหังการ์ เมื่อนั้นจะแย่ แย่มากมาย~

พี่Blade - ขอบคุณฮ่า (ม้วนเขินอายเป็นราวดอล์ฟสามจังหวะ)

Cyanic - ศิลปะมันไม่ตายตัว แต่มันต้องมีตัวตน (คิดอย่างนี้นะ) และตัวตนก็ควรจะผ่านกระบวนการคิดของตัวเอง ถ้าอยากรู้แล้วถามตอบเขาทุกเรื่องโดยไม่คิดเอง เกิดมีคนอ่านคำตอบนั้นสักร้อยคน แล้วเอาไปใช้โดยไม่คิดเลย มันก็เหมือนกันทั้งร้อย

พี่เกตุ - ไอ้เรื่องหาตังค์หนูเองก็หาตังค์นะ ยังไม่ได้มีสามีเป็นชีคน้ำมัน ก็ต้องหาเลี้ยงตัวเองไป เพียงแต่...ไอ้หาตังค์เนี่ย น่าจะเอาเป็นข้อถัดๆ มามากกว่าจะเอาไว้ข้อแรก หรือเอาไว้หลังจากเห็นสิ่งๆ นั้นเป็น 'วิชาชีพ' แล้วก็ดี พอเลือกหาตังค์เป็นสรณะ ก็ใช่ว่าจะทิ้งข้ออื่นได้นะเอ้อ ทำงานพวกนี้จับปลาดีๆ เต็มสองมือใครเขาก็ไม่ว่าหรอก มันคือการรักษาคุณภาพของตัวเองเรา

MD - ขอบคุณมากค่า ไม่ว่าจะคิดอย่างไร ถ้าเราเริ่มคิดก็ดีแล้วล่ะเนอะ

พี่แมวน้ำ (ชิมิ?) - ฮา ขั้นสี่พี่เหมือนที่หนูคิดเลย เพราะพี่มองมันเป็นวิชาชีพแล้วไง ทุกอย่างที่เราเคยมี เราก็ยังคงมีมันอยู่ พอใส่ความเป็น "อาชีพ" เข้ามาปั๊บ ก็ได้คำว่าหาเลี้ยงปากท้องนี่แล

sarail - มันเป็นสิทธิ์ค่ะ เราบังคับความคิดเราได้ เราก็มีสิทธิ์ให้มันเป็นไปอย่างต้องการ ในนิยายคนเขียนเป็นบร๊ะเจ้า

พี่แยม - ก็ในเมื่อตัวเราเองยังไม่ใส่ใจลงไปกับงานเราเอง จะหวังให้คนอื่นเขามาสนใจงานเราก็ไม่ถูกเนาะ

estelion - คำนี้สำคัญค่ะ อัตลักษณ์ มันหาไม่ได้ง่ายๆ แต่ก็ไมได้แปลว่าแต่ละคนจะไม่มี เราเชื่อว่าโดยธรรมชาติแล้วทุกคนต้องมีสิ่งที่แสดงถึงตัวตนของตัวเองทั้งนั้น เพียงแต่เขาไม่คิดจะพัฒนาตรงจัดนั้น กลับไปอยากมี อยากเป็น อยากได้เหมือนคนอื่น หลงลืมตัวเองไป จนบางครั้ง ใครบางคนอาจจะต้องใช้ชีวิตกับ "การพยายาม" และ "เสแสร้ง" ทำให้ตัวเองเมหือนใครอื่นไปตลอดชีวิตก็เป็นได้

โนโนโมเอะคุง - ทำได้มั้งทำไม่ได้มั่ง ก็ยังดีกว่าไม่คิดจะทำ แล้วอยากได้โน่นนี่นะคะ เพราะอย่างน้อยไอ้ช่วงที่ทำได้บ้างไม่ได้บ้างมันก็ยังเป็นความเคลื่อนไหว ความเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่การหยุดนิ่ง

persona non grata - ไม่ว่าจะมีจุดประสงค์อย่างไร จะเขียนเพื่อเมคมันนี่ (อย่างข้าพเจ้าของนี้) หรือเขียนด้วยใจรักสุดหูรูด (ฮา คุ้นๆ) มันเป็นเรื่องของแต่ละคนที่จะบอกกับคนอื่น ทว่าความจริงหนึ่งที่ทุกๆ คนทราบกันดี คือ "สาร" จากผู้เขียนจะต้อง "สื่อ" ไปถึงผู้รับ ถ้าไม่ถึงผู้รับก็ไม่สัมฤทธิ์ผล แล้วเราก็คิดว่าคนรับสารคนแรกก็คือตัวเรา ชั่ววินาทีที่ความคิดในหัวมันเรียงเป็นคำต่อเป็นประโยค เพิ่มเป็นย่อหน้า ขยายเป็นหน้า กลายเป็นบท กลายเป็นเรื่อง คนที่เห็นอักษรเหล่านั้นก็คือเรา ถ้าเราเขียนแล้วยังไม่พึงพอใจเลย ส่วนตัวเราเห็นว่ามันก็อาจจะเป็นการสื่อสารที่ไม่สำเร็จได้เหมือนกัน

Nekoi - แค่ตัวเองมีความสุข บางทีก็ไม่ต้องการเหตุผลอะไรมากมายเนาะ เรื่องของใจล้วนๆ

bluemoon - เพราะคนเราต่างกันไงคะ ถึงเอาบรรทัดฐานตัวเองไปวัดโลกไม่ได้ คนเราคิดต่างกัน มีจุดอิ่มตัวของความสุขต่างกัน จะสุขเล็กหรือสุขใหญ่ แค่ชีวิตพบสุขก็ดีแหล่ว

ห่าน - ความภูมิใจเล็กๆ หลายๆ เรื่องมารวมกัน มันก็กลายเป็นกำลังใจได้ ^^

อูฐกินกล้วย - เชื่อว่าคนที่ทำเพราะข้อสาม ก็น่าจะมีหนึ่งสองในใจเหมือนกันนะคะ แต่...มันน่าเสียดายที่เขาเอาสามนำน่ะสิ ถ้าเขาวางทุกอย่างไว้เท่าๆ กันก็ดีเน้อ

BigGiRL - ใช่เลยค่ะ เริ่มจากตัวเรา ใช้สมองและหัวใจควบคู่กันไป การที่เราทำในสิ่งที่รัก มันจะได้มากกว่าความรักจากสิ่งที่เราทำ แต่จะได้ความรักจากคนอื่นๆ ด้วย

แป๋ม - อยากให้คนอ่านไทยอ่านแล้วคิดในเชิงตรรกะ มากกว่าอ่านแล้วจำคาดเดาว่าเรื่องในอนาคตจะเป็นอย่างไร เรื่องบางเรื่องรูปแบบมัน Typical เปรียบไปก็เหมือนขับรถจากบ้านไปที่ทำงาน เส้นทางเดิมๆ รู้อยู่แล้ว ที่หมายก็คือที่ทำงาน แต่ถ้าวันนั้นรถติดแล้วลองมองเส้นทางที่เราผ่านดีๆ เราอาจจะเห็นแง่มุมที่เปลี่ยนไป ในฐานะคนเขียนอย่างเราที่ไม่เก่งเรื่องหักมุมนิยายตอนจบ เราชอบเขียนให้มันมีความสุขระหว่างทาง ความหมายระหว่างบรรทัด เพราะมันทำให้คนคิดได้ตลอด คิดกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า มากกว่าคิดไปไกลถึงอนาคตอันมาไม่ถึงอะนะ

snowmist - อย่างป้าเจเคเราแอบกลัวนะ ยิ่งสูงมันยิ่งหนาว เราชอบเดินเล่น ฉะนั้นไม่ต้องสูงเป็นเอเวอร์เรสต์หรือ K2 อย่างป้า ขอแค่สูงเหนือระดับน้ำทะเลอย่างภูฏาน มีพื้นที่ให้เราวิ่งหลั่นล้าก็ดีใจแล้ว

ดาว - ไม่ผิดที่เมื่อก่อนและปัจจุบันไม่เหมือนกัน เมื่อก่อนพี่ก็ไม่ได้คิดอะไรเรื่องพวกนี้เลย แต่พอเวลาผ่านไป ได้เจอ ได้ผ่านอะไรหลายๆ อย่าง มันทำให้ทัศนคติเราเปลี่ยน ณ ตอนนี้การเขียนคือวิชาชีพที่พี่รัก มันเลยอยู่ตำแหน่งพีคในใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าพี่จะอยู่กับมันอย่างเดียวไปจนตาย เทือกเขาทั้งเทือกยังมีหลายยอด ประสาอะไรกับใจคน ทำไมจะมีที่สุดหลายๆ อย่างไม่ได้ พี่ยังอยากเล่นแซ็ก ยังอยากทำอาหาร อยากถ่ายรูป อยากเที่ยว ฯลฯ ฉะนั้นก็ทำอย่างที่อยากทำนั่นแหละ ไม่ว่าจะระดับไหนขอแค่ได้ทำก็ดีแล้ว

ความฝันผมคือนักเขียนเหมือนกัน
ขอบคุณครับสำหรับข้อคิดดีๆ เห็นด้วยอย่างยิ่งที่เราต้องเขียนอะไรให้คนอื่นได้อะไรไปบ้าง ไม่ใช่เขียนแล้วไม่สร้างสรรค์ แถมยังทำลายอะไรอีก

จงเขียนในสิ่งที่รัก และจงรักในสิ่งที่เขียน

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..Hot!
อืมมมม ที่สุดอยู่ตรงไหน ก็อยู่ที่ใจของท่านผู้เขียนล่ะน้า~

ชอบทุกประโยคในเอนทรี่นี้><

จะยังไงก็ยังนับถือบูชาองค์เทพหมีอยู่ดี
หากกราบไหว้เช้าเย็นนี่ต้องเซ่นด้วยอะไรคะ หนุ่มแว่น?

#26 By 【いくみ】 on 2008-08-18 03:56

ความรักสร้างฉัน - เพราะเราเขียนให้คนอื่นอ่านไงคะ เราก็ต้องรับิผิดชอบในสิ่งที่เราเขียน ตราบใดที่เราเขียนไวอ่านเอง ไม่ต้องคิดถึงอะไรเลยก็ไม่มีใครว่าเนาะ

ikumi - ใช่เลย มันแล้วแต่ใจของแต่ละคนจริงๆ ว่าเป็นอย่างไร มันไม่มีข้อกำหนดตายตัว ไม่มีเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทำตาม เป็นแค่เรื่องที่เราควรจะใส่ใจด้วยสำนึกสาธารณะ และสำนึกของคนอยู่ในวิชาชีพนี้ก็เท่านั้นเอง

(ป.ล. บูชาด้วยหนุ่มแว่นหล่อ สูท โสด 30+ เสียงเพราะๆ ทำกับข้าวเก่งก็โอ)
Hot!
มันคือความพอเพียง!!
อ้าว... ไม่ใช่หรอsad smile

แล้วหนูเรนล่ะ? ซี่รี่ย์นี้ยังไม่ออกต่อหรอ

#28 By Ellebazi on 2008-08-18 10:34

Hot! Hot! ทำในสิ่งที่รัก และรักในสิ่งที่ทำconfused smile

#29 By (^_^)/nana on 2008-08-18 10:34

ถ้าทำอะไรด้วยความรัก..มันไม่มีที่สุดอยู่แล้ว
เพราะยิ่งเราทำ..สิ่งที่กลับมาคือความสุข
เหมือนได้อดรีนาลีนหล่อเลี้ยงชีวิต
ไม่ใช่เฉพาะหนังสือ...ทุกอย่างbig smile

#30 By ยายแม่บ้าน on 2008-08-18 11:09

เห็นด้วยครับ ต้องถามตัวเองให้ได้ก่อน ว่าจะเขียนเพื่ออะไร

ก็เหมือนทำกับข้าวละเน้อ ถ้าให้ตัวเองกินก็ไม่ต้องใส่น้ำปลามาก ถ้าให้คนอื่นกินก็ต้องถามว่าเขาชอบเค็มไหม

ส่วนที่ปรุงให้ตัวเองกินแต่ยกจานไปเสิร์ฟคนอื่น อันนี้ต้องดูจุดประสงต์อีกที อิอิ

#31 By Repentant on 2008-08-18 12:37

พี่Ellebazi - มันคือความพอใจมากกว่าพอเพียงนะในตอนนี้ ยังกระหายที่จะทำ กระหายที่จะก้าวไปข้างหน้าจนกว่าจะถึงขีดจำกัดของตัวเองจนทุกอย่างอิ่มตัว เมื่อนั้นก็คงอยู่กับความพอเพียงด้วยความพอใจค่ะ

nana - นั่นแหละค่ะสิ่งที่ทุกคนควรยุดเป็นสำคัญ จัด priority ไว้แรกๆ แต่บางคนดันเอาไว้หลังเสียนี่

ยายแม่บ้าน - ใช่เลยจ้า การทำสิ่งเหล่านี้ก็เหมือนสร้างน้ำเลี้ยงให้ชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างมีความสุข ถ้าเราไม่ใส่ใจเราอยู่ได้นะ แต่จะสุขไหมไม่รู้

Repentant - เห็นภาพดีมากๆ เลยค่ะ เขียนนิยายก็เปรียบได้กับการทำอาหาร ถ้าเราทำกินคนเดียวเราก็ไม่ต้องใส่ใจใค รแต่ถ้าทำให้คนอื่นกินก็ต้องใส่ใจคนกินด้วยนอกเหนือไปจากตัวเอง แต่...เคยได้ยินไหมคะว่าพอคนทานอาหารไปแล้วบอกไม่ชอบ เพราะมันอ่อนไป เค็มไป หวานไป แล้วคนทำอาหารก็บอกกลับไปว่า "พูดมากนักก็ทำเองสิ" เหมือนเขาลืมไปนะว่าตัวเองเป็นคนทำอาหารให้คนอื่นกิน เราว่าถ้าใครพูดประโยคนั้นออกมา...ก็เชิญเมิงทำแ_กเองคนเดียวเหอะ เปลี่ยนไปกินของคนอื่นก็ได้ 5555
ไม่มีบุญได้เมนท์บลอคเธอยาวๆซะที -*-

เอาเป็นว่า ในฐานะคนอ่าน เวลาได้อ่านงานแล้วรู้สึกได้ว่าคนเขียนรัก ตั้งใจจะถ่ายทอดอะไรดีๆให้เรานี่ มันรู้สึกดีมากมาย

นี่คือความสุขของการอ่านสำหรับเรา

#33 By Boom on 2008-08-18 16:47

โอวววววววน้องหมี Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#34 By HineyHelsinki on 2008-08-18 18:43

(อยากแจมมั่ง ในฐานะ เคยเขียนงานไปขายเหมือนกัน ถึงจะเสกลเล็กๆก็เถอะ )
ตอนนี้ เขียนโดฯเพื่อความ"สนุก" อย่างเดียวเลย ส่วนใหญ่จบงานแล้วจะขาดทุนซะมากกว่า sad smile
ถือว่าเป็นการเดินดอกไม้ระหว่างทางขึ้นเขา...

#35 By ม่อน on 2008-08-18 20:24

อ่านแล้วเกิดคำถาม แหะๆ

ถ้าอยู่ๆแต่งนิยายแล้วไม่สามารถต่อได้เพราะไม่มีอารมณ์พอ แล้วดองยาว คนอ่านเร้าและกดดัน - -'' โทษคนเขียนต่างๆนานา แบบนี้คนเขียนควรรับมือยังไงดีคะ?

=[]=''

Hot! Hot!
Hot! Hot!
.........
เขียนเพราะอยากจะเขียนก็แค่นั้นแหละ

#37 By ฿฿- Try -฿฿ on 2008-08-18 22:24

น้องบูม - (เจ๊ว่าน้องบุญมีแต่กรรมบัง) ในฐานะคนอ่านเหมือนกัน เวลาได้อ่านงานที่คนเขียนถ่ายทอดด้วยรัก เราก็รู้สึกได้ และรักความรู้สึกนั้นมากด้วย

พี่แป้ม - พี่แป้มเขรอออออออ (ซาบซึ้งใจขนาด)

พี่ม่อน - ดูดอกไม้ระหว่างทาง พอเราขึ้นไปยอดเขา เราก็จะมีความสุข เพราะมีความทรงจำตลอดทางเดินให้รำลึกถึง แต่นที่ไม่ทำอะไรเลยนี่สิ พอขึ้นมาแล้วก็จะงงว่ากุขึ้นมากุทำไรบ้างว้า ได้อะไรบ้างเนี่ย

R@bbitc_n@m - พิจารณาตัวเองก่อนค่ะ ถามตัวเองว่าจริงๆ เราแค่ขี้เกียจ หรือเราไม่อยากเขียนด้วยสาเหตุอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าเพราะไม่มีมู้ดในตอนนี้ เราก็รอไป และบอกคนอ่านตามตรงให้เขารอ แต่ถ้าพิจารณาตัวเองแล้วว่าเขียนต่อไปก็ไม่แฮปปี้ ก้ไม่ต้องเขียนค่ะ เราเขียนนิยายรับใช้ตัวเองด้วย รับใช้คนอ่านด้วย ถ้าเราทรยศตัวเองซึ่งสำคัญที่สุดก่อน สักวันเขียนๆ ไปแล้วทนไม่ไหว เลิกอีก ทรยศคนอ่าน เท่ากับว่าเราทรยศคนสองคนเลยนะคะ
migknight blue - บางครั้งเราก็ไม่ต้องการเหตุผลอะไรมากมายสำหรับเรื่องความรักความชอบเนอะ
ความจริงที่สุดของความฝันอีกอย่างนึงคือ...เขียนนิยายให้มันจบสักเรื่องก่อนดีกว่า - -
ตอนแรกเขียนนิยายเคยคิดว่า จะเขียนเพื่อตัวเอง ไม่มีคนอ่านไม่สน เราอยากเขียนนี่หว่า...แต่สุดท้ายก็รับรู้ว่า คนอ่านก็มีความสำคัญมากเช่นกัน เหมือนเป็นตัวผลักดันให้เขียนต่อไปจริงๆนั่นแหละ
แต่ข้อสุดท้ายที่เขียนเพื่อตีพิมพ์...ตามความรู้สึกเรา ถ้าบังเอิญได้ตีพิมพ์จริงๆ มันคงเรียกได้ว่าเป็นผลพลอยได้กับเป็นรางวัลให้กับตัวเองมากกว่า

#40 By lat_te on 2008-08-19 00:43

สุขที่ได้เขียนแล้วค่อยแบ่งปันความสุขที่เขียนให้คนอื่นbig smile open-mounthed smile confused smile

#41 By nonworld on 2008-08-19 10:28

ปกติจะวางพล๊อตเพื่อตัวเอง เพราะว่ารสนิยมไม่ตรงกับคนส่วนใหญ่ ส่วนข้อ2นี่มันจะเผลอติดไปด้วย เพราะเป็นคนคิดมาก ll'OTL ข้อ3นี่คงไปไม่ถึง เพราะแต่งไม่เคยจบเป็นชิ้นเป็นอัน

สรุป ตอนนี้ขอให้ตัวเองแต่งนิยาย/วาดโดจินให้จบเรื่องก็ดีใจแล้ว ฮาๆๆๆ .........sad smile

ขนาดโดจิน25หน้า ยังไม่เสร็จ เพราะแต่งพล๊อตเสร็จแล้ว เลยเกิดอาการ '....อา... จบแล้วสินะ... เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง.... ว๊าว...' <<<<< เป็นนิสัยอยากรู้อยากเห็นมากเกินไป (ชอบเสื*กนี่เอง ฮาๆ)

แล้วก็ไปวางพล๊อตเรื่องใหม่ต่อ ก๊ากกกกกกกกก

ll'OTL ใครอยากได้พล๊อตไปแต่งเป็นนิยาย/วาดโดจินมั้ยคะ แบบว่าเหลือบาน ชาตินี้คงจะไม่ได้ทำ เอิ้กส์....................sad smile

ปล. จะรอนิยายนะคะ

#42 By LUMiN on 2008-08-20 23:36

รับทราบ

#43 By Gift2Lover on 2008-08-28 16:39

lat_te - ความสุขคือการได้เขียนให้จบ และก่อนที่จะจบก็มีคนมาคุยมาแบ่งปันความคิดเห็น จริงๆ คนเป็นนักเขียนมันก็หาความสุขได้ง่ายจริงๆ นะ

nonworld - ยิ่งรู้ว่างานของเราสร้างความสุขให้คนอื่นได้ เราเองยิ่งสุขนะ เหมือนได้ผลตอบกลับมาสองเท่าสามเท่า

LUMIN - ส่วนใหญ่ก็เขียนในสิ่งที่ตัวเองอยากรู้หรือสนใจก่อนเหมือนกันค่ะ แล้วพอทำแล้วค่อยคิดว่าจะเขียนอย่างไรไม่ให้มันกลายเป็นเรื่องที่มีคนอ่านแล้วรู้เรื่องและชอบแค่เราคนเดียว ตอนนี้ก็ประสบสภาวะพล้อตเยอะไปหมด แต่มีคนเขียนคนเดียวเหมือนกัน (ฮา) อยากแยกร่างได้

Gift2Lover - ขอบคุณที่มาเยี่ยมนะคะ