สำนักพิมพ์สวยๆ กับความคิดงามๆ ในการเสวนารางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์
posted on 29 May 2008 22:37 by shakri in Photoวันนี้เข้าไปที่สำนักพิมพ์ย่านตลิ่งชัน - ชัยพฤกษ์ เพื่อไปงานนี้มาล่ะค่ะ
ทีแรกว่าจะแปะแต่รูป แต่เพราะเป็นการเสวนาที่ดีมาก เลยขออนุญาตเล่าหน่อยนะคะ
รางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ คือรางวัลที่บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ได้มอบให้กับผู้ที่สร้างงานหนังสือดี และมีกระบวนการผลิตดี ปีนี้เป็นปีที่ ๕ แล้วล่ะค่ะ ทว่าปีนี้มีอะไรที่เปลี่ยนปลงไปหน่อย จากเดิมที่มอบให้แก่ผู้ที่ทำงานในแวดวงหนังสือ ปีนี้ได้เปลี่ยนเป็นการมอบรางวัลให้ผู้ที่ทำงานและอุทิศตนเพื่อสังคมไทย (รายละเอียดอื่นๆ ลืมละ เอิ้ก)
และผู้ที่ได้รับรางวัลในปีนี้คือ
ได้ฟังเสวนาเกี่ยวกับอาจารย์ท่านด้วยล่ะค่ะ ลืมไปแล้วว่ามีท่านใดบ้าง แต่ทั้งสามท่านพูดได้ดี + ฮามากๆ ประเด็นที่น่าสนใจคือ "ความวุ่นวายในบ้านเมืองตอนนี้ไม่ใช่เพราะน้ำมันแพง ไม่ใช่เพราะการเมือง แต่เป็นเพราะคนเราลืมรากเหง้าของวัฒนธรรม ผู้คนไร้วัฒนธรรม ก็เลยทำให้เดินไปในทางที่ผิด" ฟังแล้วโดนใจอย่างแรง ในการเสวนาครั้งนี้ได้พูดถึงความพยายามของท่านจุลทัศน์ พยาฆรานนท์ ในการธำรงไว้ซึ่งภาษาและวัฒนธรรมของไทย อาจารย์ทุกท่านที่ขึ้นไปพูด ต่างเป็นผู้ที่มีความพยายามในการรักษา "รากเหง้า" ของความเป็นไทยเอาไว้ ท่านพยายามค้นหาว่า ทำไมต้อง "อินังขังขอบ" และในกฎหมายตราสามดวง ที่มีคำซึ่งหลายคนรู้จักดี ที่หมายถึงการห้ามมิให้ลูกห้องร้องพ่อแม่อย่างคำว่า "อุทลุม" มันมาจากไหนกัน ? อาจารย์ท่านที่ล่าบอกว่าท่านไปตามหาคำตอบถึงเขมร อ.จุลทัศน์ไปด้วย ท่านรู้ว่ามาจากไหนแต่ไม่พูดอะไรเลย พอกลับมาไทยอ.จุลทัศน์ก็บอกว่า มาจากภาษาบาลี ที่พระสวดนั่นแหละ "อุทลุมมติ" ฟังแล้วก็นับถือในความทุ่มเทของพวกท่าน ที่ทั้งชำระ และหาที่มาของคำภาษาไทย เพราะราชบัณฑิตให้คำตอบพวกท่านไม่ได้ ก๊าก (พอฟังพูดงี้ฮาครืนทั้งงาน)
แต่คิดแล้วก็น่าแปลกนะคะ...ขณะที่ผู้ใหญ่ ซึ่งก็เรียกได้ว่าแก่แล้วนั่นแหละ กำลังพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษารากเหง้าอันนี้เอาไว้ ให้ลูกหลานอย่างพวกเรา แต่ได้เด็กเปรตยุคนี้ กลับไปเลือกเส้นทางเหี้ยๆ เพื่อความสะดวกสบายในการใช้ภาษา จนเกิดเป็นภาษาวิบัติ
ดิฉันว่าไม่ใช่ภาษาวิบัติเท่านั้น หากเป็นไปถึงสันดานและสามัญสำนึกวิบัติด้วย
แค่นี้ยังทำกันไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปทำอะไรแล้วล่ะ ทุกคนคงทราบแล้วว่าเจ้าของบล็อก ประกาศตนเป็น "ผู้ไม่เห็นด้วย" กับการใช้ไอ้ภาษาจัญไรแบบนี้ออกสื่อสาธารณะทุกประเภท ไม่ว่าจะโทรทัศน์ ละคร ภาพยนตร์ อินเตอร์เน็ท หรือแม้กระทั่งสิ่งพิมพ์ - นิยาย...ที่เป็นอาชีพของเจ้าของบล็อก ถ้าจะใช้ในเอ็มเอสเอ็นก็ไม่ว่ากัน (แต่ใครใช้กับเรามากๆ เราก็มีบ่นไปเหมือนกัน ขออภัย เคืองนัยน์ตา)
รู้ไหมพวกที่ปากบอกว่า "ไม่ติดไปหรอก" น่าขำที่เด็กนักศึกษาระดับปริญญาตรีสมัยนี้เขียนรายงานส่งด้วยภาษาวิบัตินี่แหละ หึ ไม่ติด... ขนาดต้นฉบับนิยายยังมีคำพวกนี้เลยล่ะมั้งนะ ได้ยินมา (หัวเราะ)
เมื่อทราบแล้วว่ามีหลายท่านอุทิศตนเพื่อรักษา "ราก" ของพวกเราเอาไว้ ก็เป็นหน้าที่ของทุกท่านล่ะค่ะ ที่จะต้องเอาไปคิดว่าท่าจะทำอย่างไรดี
พักเรื่องเครียดๆ มาดูรูปสวยๆกันดีกว่าเนาะ
ของกินในงาน 555+
อร่อยนะ ทำเป็นเล่นไป แต่ไม่ค่อยได้กินหรอก
หนาวจนไม่อยากอาหาร
น้ำเต้าดิน (ป้ายเขาเขียนว่างี้อะ)
สะพานที่เป็นทางเดินเข้ากองบรรณาธิการจ้ะ
ถ่ายมาแล้วโอเวอร์เลยปรับสุดๆ (ฮา)
ได้ฟังครูแจ้งขับเสภาสด !
สุดยอดมาก ถือกรับมือเดียว แล้วกรับไม่หนีบมือเนี่ย
เคยทำกรับหนีบมือมาแล้ว (ฮา)
ติดริมคลองจ้ะ ชอบมากเลยบรรยากาศดี
ลานนี้มีระฆัง...ไม่รู้เอาไว้ทำไม (ฮวงจุ้ยแหละมั้ง)
แต่บอกพี่ที่ไปด้วยว่า
เอาไว้เคาะเรียกประชุมพนักงาน โหง่ง โหง่งงงงงง
(ไอ้บ้า)
ลายสวยมากๆ
หมดแล้วล่ะค่ะ
สำหรับการได้ไปสนพ.เป็นครั้งที่เท่าไหร่หว่า (ลืม)
แต่เป็นครั้งแรกที่ได้เอากล้องไปถ่ายสมใจอยาก
ไปครั้งนี้ได้อะไรเยอะ แล้วเราก็เอากลับมาคิด เอามาจำ และจะเอาไปใช้ด้วย
ป.ล. หนังสือเล่มล่าสุดอยู่ในเครือของสำนักพิมพ์อมรินทร์ค่ะ
ไลน์นิยาย ก็คือสำนักพิมพ์อรุณนั่นเอง (พูดละเขินอาย)
ขอบคุณทุกท่านที่เป็นกำลังใจให้นะคะ ได้หน้าปกและวันจำหน่ายจะมาบอก
รวมถึงชื่อเรื่องและนามปากกาด้วยจ้ะ
ป.ล.2 เกริ่นนิด...นางเอกเป็นนักเขียนการ์ตูนคอมิคอาชีพ (โอ๊ะโอ)
พระเอกเป็นสถาปนิกหนุ่ม และนักวิจารณ์ ที่เข้ามาช่วยพิเคราะห์กับนางเอก
ว่า "ความเป็นไทย" ในการ์ตูน แท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่
เรื่องราวก็เกี่ยวกับวงการ์การ์ตูนและสังคมอินเตอร์เน็ทแหละค่ะ
สนใจนิยาย pop-culture กันบ้างไหมคะ?
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาดูกันค่ะ







































โห อิจฉาพนักงานในเครือนี้เลยอะ
#1 By (^_^)/nana on 2008-05-30 00:26