นานาทัศนะกับงานลดราคาหนังสือแห่งชาติ [เพิ่มรายชื่อ]
posted on 26 Oct 2007 14:11 by shakri in shakri
ข้อความที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้เป็นเพียงทัศนะในมุมมองของข้าพเจ้าทั้งนั้น
มิได้เกี่ยวกับบุคคล องค์กร หรืออะไรแต่อย่างใด
ได้มาจากพี่ฟิวส์ http://ifew.exteen.com/20071025/entry-2
คือหน้ามึนขอเขาทำ 555+
ถึงบอกว่าเป็นมุมมองคนเขียนคนนึง แต่ยังไงก็เป็นผู้บริโภคอะ
คนเขียนที่ไม่อ่าน...มีนะ แต่คงไม่ใช่เรากับคนที่เรารู้จัก
ขอเตือนว่ามันยาวมาก...55555
และอาจจะไม่ได้สาระอะไรสักเท่าไหร่นัก
ก็ต้องขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้
1. คุณเล่า คิดอย่างไรกับงานลดราคาหนังสือแห่งชาติ ?
มุมมองคนอ่านก่อนที่จะมาเขียน
ซื้อจตุจักรถูกกว่า....(สั้นดีไหม) คงเพราะเราอ่านนิยาย + วรรณกรรม แถวนั้นหาง่ายกว่า (เพิ่มหน่อยว่าบ้านอยู่จรัญน่ะ แม่ไปเดินดูต้นไม้เราก็ตามไป)
สำหรับตัวเองมันไม่ใช่มหกรรมลดราคาหนังสือแบบที่โอ๊ย หนังสือถูกจังโว้ย แต่มันก็ถูก...ลดแยะกว่าร้านใหญ่นิดหน่อย แต่จตุจักรก็ถูกกว่า (เอ๊ะ อีนี่ย้ำจัง 555+) เพราะได้ซื้อเยอะๆ อารมณ์แบบ...เพราะเป็นงานหนังสือเลยซื้อเยอะยังไงก็ได้จนกว่าเงินที่มีจะหมด ทำอย่างนี้มาตั้งแต่งานหนังสือข้างกระทรวงศึกษาธิการ (เชื่อว่าเด็กหลายคนไม่ทันได้เดินสินะ ฮ่าฮ่า ท่านไม่รู้จักความลำบากที่แท้จริง) แต่ที่ไปเพราะฉันอยากได้บรรยากาศหนังสือละลานตาหรอก รวมถึงหาหนังสือที่ในร้านไม่มีด้วย จริงๆ ก็มีอยากไปเจอคนเขียนที่เขียนนิยายเล่มนั้นๆ นะ อยากเจอไม่กี่คน ตอนหลังก็เฉยๆ มีอารมณ์อยากได้ของแถมด้วยนะ ซื้อเท่านี้ได้พรีเมี่ยมแนวนี้ๆๆ
มุมมองคนเขียน
มันเป็น...ยังไงดีล่ะ เหมือนคนชอบถามว่า "หนังสือออกงานหนังสือใหญ่รึเปล่า" (งานมีนากับตุลา) อารมณ์กึ่งๆ ว่าถ้าออกงานหนังสือใหญ่ได้ก็จะเหมือนเป็นตัวขายอะไรราวนั้น (เคยมีคนบอกงี้) แล้วก็จะมียอดขายดีเพราะคนเดินเยอะ ซึ่งตัวเองไม่เคยออกเลย 555+ เคยออกแต่งานหนังสือเด็ก ซึ่งชอบมากๆ เพราะค่อนข้างทำให้เรามีกลุ่มตลาดที่อ่านงานเราแบบอ่านจริงๆ ตั้งใจมาเพื่อเจอ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่งานใหญ่ที่จะมาเหมาหนังสือ (กราบขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้) ต้องยอมรับว่างานหนังสือใหญ่แรงซื้อคนจะเยอะกว่า เห็นอะไรน่าสนใจ หรือที่เขาโฆษณาขายก็จะเอาวะ ชิลๆ ลองหยิบซื้อ ซึ่งเมื่อก่อน...หลายครั้งเราจะมีอาการเสียดายเงินที่ซื้อมา เพราะหลงไปกับคำโฆษณา หรือคำบอกที่ว่า "คนเขียนอยู่นะคะ" ซื้อเสร็จ เซ็นเสร็จ ไมได้คุยไม่ได้อะไร ซื้อเพราะอยากลองเฉยๆ
แต่กับงานหนังสือเด็ก ที่ดูซบเซากว่า บูธน้อยกว่า (แต่สนพ.ใหญ่ๆ ครบ) แต่เรากลับชอบมันมากกว่า เพราะได้ยืนคุย ได้พูดแลกเปลี่ยนความคิดกับคนอ่านนานๆ ไม่ต้องมาไล่ๆ ขายหนังสือและแจกลายเซ็นอย่างเดียว ซึ่งข้อนี้จัดเป็นข้อเสียของงานหนังสือใหญ่ งานหนังสือใหญ่มันไม่มี "เวลา" ที่คนเขียนกับคนอ่านจะติดต่อสื่อสารกันมากเท่ากับงานหนังสือเด็ก... ถ้าใครอยากไปแบบสบายๆ ให้เวลากับการชมหนังสือก็ลองไปงานหนังสือเด็ก ก.ค. ดูนะคะ
จริงๆ ถ้ามองในมุมของคนที่อยู่กับธุรกิจหนังสือมาบ้าง การจัดงานมหกรรมลดราคา มันคือการโฆษณาหนังสือได้อย่างดี อย่าลืมว่าหนังสือนิยายหรืออื่นๆ ไม่เหมือนหนังสือดาราที่สื่อต่างๆ จะโฆษณาให้ได้เรื่อยๆ มันไม่มีช่องทางที่จะนำเสนอสินค้าได้ จะมีก็พวกได้หนังสือเป็นของแถมตามท้ายรายการต่างๆ ซึ่งมันก็แค่ของรางวัล ไม่ได้โดดเด่นอะไร ก็จะมีช่วงงานหนังสือนี่แหละที่จะทำการตลาดด้านการโฆษณาได้เต็มที่ จัดบูธให้เด่นเข้า โปรยปกให้เตะตาหน่อย มีกิจกรรมเกี่ยวกับหนังสือนั้นๆ ก็จะสามารถดึงดูดลูกค้าเข้าร้านได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำแผนงานขายหนังสือและประกาศในเว็บไซท์ก่อนงานหนังสือระยะหนึ่ง ว่าจะมีหนังสืออะไรออกช่วงนี้บ้าง แล้วซื้อเท่าไหร่ได้ของแถมอะไรบ้าง ให้ลูกค้าประจำที่เล่นเน็ททราบ ก็จะเรียกคนได้มากขึ้นอีก
มุมมองคนอ่านที่เขียนด้วย
นอกจากจะเป็นการเดินเพื่อซื้อแล้ว ยังเป็นการเดินเพื่อเซอร์เวย์ตลาด และทิศทางของหนังสือค่ะ เดินงานหนังสืออย่างใช้สมองมากขึ้น ก่อนหน้านั้นก็ กุจะซื้อออออออ พอซื้อมาแล้วก็เศร้าใจบ่อยเลยอะ
ในวงการหนังสือโดยเฉพาะนิยายเองจะมีกลุ่มสนพ.ที่มีสถานะภาพ Trend Setter อยู่ จะสังเกตว่าถ้าสนพ.นั้นๆ ริเริ่มอะไรมาในช่วงหนึ่ง สักพักหลายๆ ที่ก็จะทำตาม แล้วพองานหนังสือใหญ่อีกครั้งเราก็จะรู้สึกว่ามันเหมือนๆ กันไปหมดทุกบูธ พอสักพักถ้าที่อื่นๆ ทำการตลาดดีก็จะสามารถดึงตลาดตรงนั้นเอาไว้ได้ ถ้าไม่เวิร์คมันก็จะหายไปเป็นปกติ... จริงๆ งานหนังสือนี่เราชอบดูปกหนังสือนะ ดูแล้วสนุกดี จะเห็นแนวทางว่าเออ เขาทำปกกันแบบไหน อย่างไร แล้วตอนนี้สไตล์ไหนยังอิน ถ้าเดินคนเดียวก็ชิลๆ เดินกะเพื่อนก็เมาท์กันเรื่อยๆ 555+
ป.ล. งานหนังสือคืองานประชุมสามัญประจำปีของ คมค. (ย่อมาจาก คณะความมั่นคงแห่งวงเค้กและโอโคโนมิยากิ) ซึ่งคณะประกอบด้วยบรรณาธิการท่านหนึ่ง นักเขียนหลายท่านมากๆ และน้องคนอ่านซึ่งเป็นบรรณธิการส่วนตัวข้าพเจ้า วาระการประชุมจะมีทั้ง แมงโก้ดีไลท์ และไวท์ช็อคแมคคาเดเมีย ของ secret recipe สตรอว์เบอร์รี่นมสดของร้านไรสักร้าน เค้กส้ม และเค้กอื่นๆ เท่าที่จะอยากกิน ราวๆ 10 ชิ้น แล้วก็จะมาล้อมวงกัน กิน จบการประชุม
หมายเหตุ บางครั้งก็จะไปประชุมกันหน้าเตาโอโคโนมิยากิ ในห้องแยกที่ร้านคิซาฮาชิ ประชุมมาหลายปีแล้วก่อนร้านนี้จะฮิต หึหึ
2. คุณรอซื้อหนังสือปีละ 2 ครั้งหรือไม่ ?
มุมมองคนอ่านก่อนที่จะมาเขียน
ไม่หรอก ซื้อมันทั้งปีนั่นแหละ อยากอ่านก็ซื้อ แต่พองานหนังสือมันก็เฮโลซื้ออีกอะ โรคจิต / แต่มันก็ได้เจอกับคนเขียนโดยตรงนะ
มุมมองคนเขียน
มันคือเทศกาลเทรดของ...ใครมีหนังสืออะไรออกก็เอามาเทรดกัน เป็นการลดรายจ่าย ไม่ทราบว่าใครเป็นต้นคิดวัฒนธรรมนี้ แต่ขอนับถือหมดหัวใจ
มุมมองคนอ่านที่เขียนด้วย
ใช่...มันคือเทศกาลซื้อหลังจากที่เราตามเก็บข้อมูลหนังสือและการรีวิวมาทั้งปีแล้ว หลังจากที่ซื้อแบบเฮโลมาตอนเด็กๆ ตอนนี้เป็นโรคหวาดระแวงนิยายพอสมควร กลัวหยิบอ่านแล้วมันจะจิตตก ก็เลยรอรีวิวคนที่เชื่อใจได้ก่อน แล้วค่อยมาตามซื้อในงานหนังสือ บางทีก็พลาดซื้อมาแล้วก็ได้รีวิวให้คนอื่นต่อ ผลัดกันไป เอิ้กๆ แต่บางทีทนไมได้ ซื้อก่อนก็บ่อยไป
จริงๆ ก็ซื้อทั้งปีอะ แล้วตกลงเราตอบอะไรกันแน่นะ
3. ในฐานะผู้บริโภคแล้ว การลดราคามีผลต่อการซื้อไหม ?
มุมมองคนอ่านก่อนที่จะมาเขียน
ลดราคามีผลสำหรับให้เราไปซื้อจตุจักร 555+ (ลดเยอะ) งานหนังสือลดน้อยกว่านะ
มุมมองคนเขียน
มีผลสำหรับหนังสือของคนเขียนเดียวกันที่แพ็ครวม หรือหนังสือแนวเดียวกันที่แพ็กรวม พอแพ็คแล้วลด ก็คิดว่าน่าซื้อมั้งนะ เป็นเซ็ทๆ
มุมมองคนอ่านที่เขียนด้วย
เฉยๆ - -" มันเป็นกลไกลการตลาด แต่ลดก็ดี ถ้าเป็นหนังสือที่เล็งอยู่แล้วก็ยอดเลย แต่ซื้อหนังสือเพราะอยากได้นี่ ไม่ได้ซื้อเพราะมันลดดดดดด
อ่านตัวหนังสือข้างในฮ่ะ ไม่ได้อ่านบาร์โค้ดกะป้ายลดราคา
4. หนังสือบางเล่มที่ลดราคากระหน่ำนั้น น่าคิดหรือไม่ว่าตั้งราคาไว้เผื่อลดแล้วหรืออย่างไร ? หรือราคาสมเหตุสมผลที่แท้จริงของหนังสือ จะหาซื้อได้ก็แต่ในงานลดราคาหนังสือเท่านั้น ?
คุณทำเค้กขายจะไม่เผื่อกำไรเลยหรือคะ? แบบว่าเอาเท่าทุนพอ?
เฮ้ย ตลกน่ะ บอกแล้วว่ามันเป็นการค้าขาย มันก็เป็นสินค้าอะ มันก็ต้องขายคิดเผื่อกำไรไว้แล้วด้วย แหม่ ทำเท่าทุนก็ตายดิ (นึกถึงตอนที่เคยทำโดจินนะ ส่วนเรื่องสนพ. เราไม่รู้อ๊ะ แต่ถ้าทำแบบ คิดทำหนังสือดีๆ ไม่ได้คิดให้มันเป็น Massive อะไรมาก ทำธุรกิจโดยยึดหลักพอเพียง ไม่ค้ากำไรเกินควรก็โอนะคะ) ถ้าเราพูดในมุมมองเราเป็นคนทำการค้า ยังไงเราก็ยอมขาดทุนแต่ขอเป็นขาดทุนกำไรอะ ถ้าให้ลดงานหนังสือ ลดเท่าต้นทุนยังพอว่า ใครมันจะอยากไปขาดทุนเข้าเนื้อนุ
มาว่าด้วยเหตุของการลดราคา
ทีนี้ตอบรวมๆ ไม่แยกมุมมอง ขอเป็นทั้งคนอ่านและคนเขียนนั่นแหละ ว่าการลดราคาเป็นอะไรที่ยากจะคาดเดาจริงๆ นะ ประเภทลดเยอะจังโว้ย บางเล่มก็ลดแยะเพราะมันเป็นเรื่องเดียวกันแต่หลายเล่ม ถ้าหลายเล่มจบแล้วแพ็ครวมขายราคาถูกกว่าเล่มแยกคนก็สนใจ บางเล่มก็ลดเยอะเพราะขายไม่ดี แต่...
ขายไม่ดี ณ ขณะนี้ของตลาดหนังสือเมืองไทย ไม่ได้แปลว่าหนังสือเล่มนั้นไม่ดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิยาย...(ก็ต้องพูดถึงนิยายสิ อยู่ในวงการนี้) ถ้าคนอ่านนิยายจริงๆ มองตลาดตอนนี้แล้วจะรู้ว่าที่บูมๆ เป็นอย่างไร และตลาดที่มันขายได้เรื่อยๆ เป็นอย่างไร จริงๆ ถ้าลดราคาแล้วได้เปิดเลือกมันก็ยิ่งดีจริงไหม
ขอปิดท้ายว่า...
งานหนังสืออาจจะทำให้ท่านได้เซอร์ไพรซ์เจอหนังสือดีราคาถูกแบบไม่คาดคิด
แต่เซอร์ไพรซ์ที่ท่านเลือกได้อยู่ที่จตุจักร สำหรับนิยาย...ส่วนอื่นๆ เมื่อหักค่ารถที่โคตรแพง ค่าอาหารที่แพงมาก และอื่นๆ เราก็ว่าพอกะซื้อร้านแหละ ที่ไปงานหนังสือนี่ไปเอาบรรยากาศล้วนๆ 555+ เพื่อไปเจอเพื่อน เจอนักเขียนที่ชื่นชอบ และไปดูดิสเพลย์หน้าบูธสนพ. ให้มันเรียงกันเป็นตับๆ เพราะร้านมันทำไม่ได้ จริงไหม บรรยากาศพวกนี้มันหาไม่ได้จากร้านหนังสือนะคุณ จะมีสถานที่ขายหนังสือที่ไหนที่จะมีเสียงดังโหวกเหวกได้บ้าง ร้านหนังสือก็เสียงดังไมได้อยู่แล้ว แต่งานหนังสือทำได้ ! ตะโกนเข้าไป เปิดเพลงเข้าไป เปิดทำไมวะ ยังสงสัยอยู่ทุกวันนี้ 555+
บางทีการเดินเพื่อไปเอาบรรยากาศก็อาจจะทำให้ชีวิตเรามีความสุขมากขึ้นนะว่าไหม? แล้วค่อยเดินเข้าร้านหนังสือเงียบๆ เพื่อดื่มด่ำกับเวิ้งอักษรเอา
ไม่ว่าจะงานหนังสือหรือร้านหนังสือ ขอแค่มีหนังสือดีๆ อ่านก็พอใจแล้วล่ะ
ขอโยน tag ลูกโซ่นี้ให้ life's partner ของดั๊น คุณอ้อย สีดา น้ำตาล enamtan
ขอโยนให้น้องรัก เจ้าแป๋ม ดองบล็อกนะเอ็ง ทำเสียดีๆ
ขอโยนให้...เอิ่ม น้องเป้ น้องสาวที่รัก จะทำไหมอะ เห็นเป็นบล็อกเปียโน พี่โยนไว้ก่อน http://pianocorner.exteen.com ตอบแล้ว - เริ่ดมากก ได้มุมมองของสนพ. นะคะ
ขอโยนให้เฟย์... fayfena คนอ่านที่ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน อยู่กันมากว่า 6 ปี ตอบแล้ว
และพี่สาวคนสวย พี่แป้งแฮม นักวาดที่ชอบมากที่สุดคนหนึ่ง colorjuice ตอบแล้ว
แท็กเพิ่ม !
น้องร่า น้องกอบ นี่ก็อ่านมานาน อัพบล้อกซะ555+ http://thera.exteen.com
น้องดาว นี่ก็นักอ่าน...เปลี่ยนธีมใหม่ก็เขียนด้วยเสียเลยนะน้องเลิฟ http://cherrykids.exteen.com
พี่ชายอีกคน มารม่อน http://bodinmon.exteen.com
พี่นัท kurumi เลือดน้ำเงินแดง KMS เหมือนกัน ลุยโลดดด http://forever16.exteen.com
คุณยายแม่บ้าน คอหนังสือตั้งแต่ข้างกระทรวง ! พวกเดียวก๊าน~ http://jmaneekul.exteen.com/
ใครวอนท์อีกบอกมา จัดห้าย หรือจะล็อบบี้คนในลิสต์ข้าพเจ้าให้แท็กต่อก็ได้ ยินดีๆ 55+
ที่แท็กไปนี่ไมได้อยากจะเพิ่ม rank ตัวเองหรอกนะ แค่อยากรู้จริงๆ ว่า ทัศนะ ของคนอื่นๆ เป็นอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เรารู้จักส่วนใหญ่ก็เป็นคนอ่านหนังสือกันทั้งนั้น
เชื่อว่ามันมีหลายมุมมอง แล้วพอยิ่งอ่านมันก็ยิ่งสนุกน่ะ ไม่มีอะไรมาก
จะไปอ่านของทุกคนนะคะ
Waiting List
พี่ชายโดนของพี่โก๋ไปแล้ว แจ่มมาก 55+ มาเขียนกันเถอะพวกเรา
น้อง Kao (นี่ก็รู้จักกันมานาน) สนไหมเคอะ สนทำเลย คอมเมนต์น่าสนใจมากๆ อะ
edit @ 26 Oct 2007 23:54:43 by จตุรดา shakri หมี น้ำตาล






)
เราอ่านtagนี้แล้วคันปากเอ้ยคันมืออยากจะเขียนเอ้ยพิมพ์มั่งเลยแฮะ
/me มารับไปละคร้าบ
#1 By ☆[แป้ง].Haมmy*☆ on 2007-10-26 15:34