ข้อความที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้เป็นเพียงทัศนะในมุมมองของข้าพเจ้าทั้งนั้น
มิได้เกี่ยวกับบุคคล องค์กร หรืออะไรแต่อย่างใด

 

ได้มาจากพี่ฟิวส์ http://ifew.exteen.com/20071025/entry-2
 คือหน้ามึนขอเขาทำ 555+
ถึงบอกว่าเป็นมุมมองคนเขียนคนนึง แต่ยังไงก็เป็นผู้บริโภคอะ
คนเขียนที่ไม่อ่าน...มีนะ แต่คงไม่ใช่เรากับคนที่เรารู้จัก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอเตือนว่ามันยาวมาก...55555
และอาจจะไม่ได้สาระอะไรสักเท่าไหร่นัก
ก็ต้องขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ 

 

 

 

 

 

1. คุณเล่า คิดอย่างไรกับงานลดราคาหนังสือแห่งชาติ ?

 

มุมมองคนอ่านก่อนที่จะมาเขียน

        ซื้อจตุจักรถูกกว่า....(สั้นดีไหม) คงเพราะเราอ่านนิยาย + วรรณกรรม แถวนั้นหาง่ายกว่า (เพิ่มหน่อยว่าบ้านอยู่จรัญน่ะ แม่ไปเดินดูต้นไม้เราก็ตามไป) 

        สำหรับตัวเองมันไม่ใช่มหกรรมลดราคาหนังสือแบบที่โอ๊ย หนังสือถูกจังโว้ย แต่มันก็ถูก...ลดแยะกว่าร้านใหญ่นิดหน่อย แต่จตุจักรก็ถูกกว่า (เอ๊ะ อีนี่ย้ำจัง 555+) เพราะได้ซื้อเยอะๆ อารมณ์แบบ...เพราะเป็นงานหนังสือเลยซื้อเยอะยังไงก็ได้จนกว่าเงินที่มีจะหมด ทำอย่างนี้มาตั้งแต่งานหนังสือข้างกระทรวงศึกษาธิการ (เชื่อว่าเด็กหลายคนไม่ทันได้เดินสินะ ฮ่าฮ่า ท่านไม่รู้จักความลำบากที่แท้จริง) แต่ที่ไปเพราะฉันอยากได้บรรยากาศหนังสือละลานตาหรอก รวมถึงหาหนังสือที่ในร้านไม่มีด้วย จริงๆ ก็มีอยากไปเจอคนเขียนที่เขียนนิยายเล่มนั้นๆ นะ อยากเจอไม่กี่คน ตอนหลังก็เฉยๆ มีอารมณ์อยากได้ของแถมด้วยนะ ซื้อเท่านี้ได้พรีเมี่ยมแนวนี้ๆๆ

 

มุมมองคนเขียน

        มันเป็น...ยังไงดีล่ะ เหมือนคนชอบถามว่า "หนังสือออกงานหนังสือใหญ่รึเปล่า" (งานมีนากับตุลา) อารมณ์กึ่งๆ ว่าถ้าออกงานหนังสือใหญ่ได้ก็จะเหมือนเป็นตัวขายอะไรราวนั้น (เคยมีคนบอกงี้) แล้วก็จะมียอดขายดีเพราะคนเดินเยอะ ซึ่งตัวเองไม่เคยออกเลย 555+ เคยออกแต่งานหนังสือเด็ก ซึ่งชอบมากๆ เพราะค่อนข้างทำให้เรามีกลุ่มตลาดที่อ่านงานเราแบบอ่านจริงๆ ตั้งใจมาเพื่อเจอ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่งานใหญ่ที่จะมาเหมาหนังสือ (กราบขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้) ต้องยอมรับว่างานหนังสือใหญ่แรงซื้อคนจะเยอะกว่า เห็นอะไรน่าสนใจ หรือที่เขาโฆษณาขายก็จะเอาวะ ชิลๆ ลองหยิบซื้อ ซึ่งเมื่อก่อน...หลายครั้งเราจะมีอาการเสียดายเงินที่ซื้อมา เพราะหลงไปกับคำโฆษณา หรือคำบอกที่ว่า "คนเขียนอยู่นะคะ" ซื้อเสร็จ เซ็นเสร็จ ไมได้คุยไม่ได้อะไร ซื้อเพราะอยากลองเฉยๆ

        แต่กับงานหนังสือเด็ก ที่ดูซบเซากว่า บูธน้อยกว่า (แต่สนพ.ใหญ่ๆ ครบ) แต่เรากลับชอบมันมากกว่า เพราะได้ยืนคุย ได้พูดแลกเปลี่ยนความคิดกับคนอ่านนานๆ ไม่ต้องมาไล่ๆ ขายหนังสือและแจกลายเซ็นอย่างเดียว ซึ่งข้อนี้จัดเป็นข้อเสียของงานหนังสือใหญ่ งานหนังสือใหญ่มันไม่มี "เวลา" ที่คนเขียนกับคนอ่านจะติดต่อสื่อสารกันมากเท่ากับงานหนังสือเด็ก... ถ้าใครอยากไปแบบสบายๆ ให้เวลากับการชมหนังสือก็ลองไปงานหนังสือเด็ก ก.ค. ดูนะคะ

        จริงๆ ถ้ามองในมุมของคนที่อยู่กับธุรกิจหนังสือมาบ้าง การจัดงานมหกรรมลดราคา มันคือการโฆษณาหนังสือได้อย่างดี อย่าลืมว่าหนังสือนิยายหรืออื่นๆ ไม่เหมือนหนังสือดาราที่สื่อต่างๆ จะโฆษณาให้ได้เรื่อยๆ มันไม่มีช่องทางที่จะนำเสนอสินค้าได้ จะมีก็พวกได้หนังสือเป็นของแถมตามท้ายรายการต่างๆ ซึ่งมันก็แค่ของรางวัล ไม่ได้โดดเด่นอะไร ก็จะมีช่วงงานหนังสือนี่แหละที่จะทำการตลาดด้านการโฆษณาได้เต็มที่ จัดบูธให้เด่นเข้า โปรยปกให้เตะตาหน่อย มีกิจกรรมเกี่ยวกับหนังสือนั้นๆ ก็จะสามารถดึงดูดลูกค้าเข้าร้านได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำแผนงานขายหนังสือและประกาศในเว็บไซท์ก่อนงานหนังสือระยะหนึ่ง ว่าจะมีหนังสืออะไรออกช่วงนี้บ้าง แล้วซื้อเท่าไหร่ได้ของแถมอะไรบ้าง ให้ลูกค้าประจำที่เล่นเน็ททราบ ก็จะเรียกคนได้มากขึ้นอีก

 

มุมมองคนอ่านที่เขียนด้วย

        นอกจากจะเป็นการเดินเพื่อซื้อแล้ว ยังเป็นการเดินเพื่อเซอร์เวย์ตลาด และทิศทางของหนังสือค่ะ เดินงานหนังสืออย่างใช้สมองมากขึ้น ก่อนหน้านั้นก็ กุจะซื้อออออออ พอซื้อมาแล้วก็เศร้าใจบ่อยเลยอะ

        ในวงการหนังสือโดยเฉพาะนิยายเองจะมีกลุ่มสนพ.ที่มีสถานะภาพ Trend Setter อยู่ จะสังเกตว่าถ้าสนพ.นั้นๆ ริเริ่มอะไรมาในช่วงหนึ่ง สักพักหลายๆ ที่ก็จะทำตาม แล้วพองานหนังสือใหญ่อีกครั้งเราก็จะรู้สึกว่ามันเหมือนๆ กันไปหมดทุกบูธ พอสักพักถ้าที่อื่นๆ ทำการตลาดดีก็จะสามารถดึงตลาดตรงนั้นเอาไว้ได้ ถ้าไม่เวิร์คมันก็จะหายไปเป็นปกติ... จริงๆ งานหนังสือนี่เราชอบดูปกหนังสือนะ ดูแล้วสนุกดี จะเห็นแนวทางว่าเออ เขาทำปกกันแบบไหน อย่างไร แล้วตอนนี้สไตล์ไหนยังอิน ถ้าเดินคนเดียวก็ชิลๆ เดินกะเพื่อนก็เมาท์กันเรื่อยๆ 555+

        ป.ล. งานหนังสือคืองานประชุมสามัญประจำปีของ คมค. (ย่อมาจาก คณะความมั่นคงแห่งวงเค้กและโอโคโนมิยากิ) ซึ่งคณะประกอบด้วยบรรณาธิการท่านหนึ่ง นักเขียนหลายท่านมากๆ และน้องคนอ่านซึ่งเป็นบรรณธิการส่วนตัวข้าพเจ้า วาระการประชุมจะมีทั้ง แมงโก้ดีไลท์ และไวท์ช็อคแมคคาเดเมีย ของ secret recipe สตรอว์เบอร์รี่นมสดของร้านไรสักร้าน เค้กส้ม และเค้กอื่นๆ เท่าที่จะอยากกิน ราวๆ 10 ชิ้น แล้วก็จะมาล้อมวงกัน กิน จบการประชุม

        หมายเหตุ บางครั้งก็จะไปประชุมกันหน้าเตาโอโคโนมิยากิ ในห้องแยกที่ร้านคิซาฮาชิ ประชุมมาหลายปีแล้วก่อนร้านนี้จะฮิต หึหึ

 

 

2. คุณรอซื้อหนังสือปีละ 2 ครั้งหรือไม่ ?

 

มุมมองคนอ่านก่อนที่จะมาเขียน

        ไม่หรอก ซื้อมันทั้งปีนั่นแหละ อยากอ่านก็ซื้อ แต่พองานหนังสือมันก็เฮโลซื้ออีกอะ โรคจิต / แต่มันก็ได้เจอกับคนเขียนโดยตรงนะ

มุมมองคนเขียน

        มันคือเทศกาลเทรดของ...ใครมีหนังสืออะไรออกก็เอามาเทรดกัน เป็นการลดรายจ่าย ไม่ทราบว่าใครเป็นต้นคิดวัฒนธรรมนี้ แต่ขอนับถือหมดหัวใจ

มุมมองคนอ่านที่เขียนด้วย

        ใช่...มันคือเทศกาลซื้อหลังจากที่เราตามเก็บข้อมูลหนังสือและการรีวิวมาทั้งปีแล้ว หลังจากที่ซื้อแบบเฮโลมาตอนเด็กๆ ตอนนี้เป็นโรคหวาดระแวงนิยายพอสมควร กลัวหยิบอ่านแล้วมันจะจิตตก ก็เลยรอรีวิวคนที่เชื่อใจได้ก่อน แล้วค่อยมาตามซื้อในงานหนังสือ บางทีก็พลาดซื้อมาแล้วก็ได้รีวิวให้คนอื่นต่อ ผลัดกันไป เอิ้กๆ แต่บางทีทนไมได้ ซื้อก่อนก็บ่อยไป

        จริงๆ ก็ซื้อทั้งปีอะ แล้วตกลงเราตอบอะไรกันแน่นะ

 

3. ในฐานะผู้บริโภคแล้ว การลดราคามีผลต่อการซื้อไหม ?

 

มุมมองคนอ่านก่อนที่จะมาเขียน

        ลดราคามีผลสำหรับให้เราไปซื้อจตุจักร 555+ (ลดเยอะ) งานหนังสือลดน้อยกว่านะ

มุมมองคนเขียน

        มีผลสำหรับหนังสือของคนเขียนเดียวกันที่แพ็ครวม หรือหนังสือแนวเดียวกันที่แพ็กรวม พอแพ็คแล้วลด ก็คิดว่าน่าซื้อมั้งนะ เป็นเซ็ทๆ

มุมมองคนอ่านที่เขียนด้วย

        เฉยๆ - -" มันเป็นกลไกลการตลาด แต่ลดก็ดี ถ้าเป็นหนังสือที่เล็งอยู่แล้วก็ยอดเลย แต่ซื้อหนังสือเพราะอยากได้นี่ ไม่ได้ซื้อเพราะมันลดดดดดด

        อ่านตัวหนังสือข้างในฮ่ะ ไม่ได้อ่านบาร์โค้ดกะป้ายลดราคา

 

4. หนังสือบางเล่มที่ลดราคากระหน่ำนั้น น่าคิดหรือไม่ว่าตั้งราคาไว้เผื่อลดแล้วหรืออย่างไร ? หรือราคาสมเหตุสมผลที่แท้จริงของหนังสือ จะหาซื้อได้ก็แต่ในงานลดราคาหนังสือเท่านั้น ?

 

        คุณทำเค้กขายจะไม่เผื่อกำไรเลยหรือคะ? แบบว่าเอาเท่าทุนพอ?

        เฮ้ย ตลกน่ะ บอกแล้วว่ามันเป็นการค้าขาย มันก็เป็นสินค้าอะ มันก็ต้องขายคิดเผื่อกำไรไว้แล้วด้วย แหม่ ทำเท่าทุนก็ตายดิ (นึกถึงตอนที่เคยทำโดจินนะ ส่วนเรื่องสนพ. เราไม่รู้อ๊ะ แต่ถ้าทำแบบ คิดทำหนังสือดีๆ ไม่ได้คิดให้มันเป็น Massive อะไรมาก ทำธุรกิจโดยยึดหลักพอเพียง ไม่ค้ากำไรเกินควรก็โอนะคะ) ถ้าเราพูดในมุมมองเราเป็นคนทำการค้า ยังไงเราก็ยอมขาดทุนแต่ขอเป็นขาดทุนกำไรอะ ถ้าให้ลดงานหนังสือ ลดเท่าต้นทุนยังพอว่า ใครมันจะอยากไปขาดทุนเข้าเนื้อนุ

        มาว่าด้วยเหตุของการลดราคา

        ทีนี้ตอบรวมๆ ไม่แยกมุมมอง ขอเป็นทั้งคนอ่านและคนเขียนนั่นแหละ ว่าการลดราคาเป็นอะไรที่ยากจะคาดเดาจริงๆ นะ ประเภทลดเยอะจังโว้ย บางเล่มก็ลดแยะเพราะมันเป็นเรื่องเดียวกันแต่หลายเล่ม ถ้าหลายเล่มจบแล้วแพ็ครวมขายราคาถูกกว่าเล่มแยกคนก็สนใจ บางเล่มก็ลดเยอะเพราะขายไม่ดี แต่...

        ขายไม่ดี ณ ขณะนี้ของตลาดหนังสือเมืองไทย ไม่ได้แปลว่าหนังสือเล่มนั้นไม่ดี

        โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิยาย...(ก็ต้องพูดถึงนิยายสิ อยู่ในวงการนี้) ถ้าคนอ่านนิยายจริงๆ มองตลาดตอนนี้แล้วจะรู้ว่าที่บูมๆ เป็นอย่างไร และตลาดที่มันขายได้เรื่อยๆ เป็นอย่างไร จริงๆ ถ้าลดราคาแล้วได้เปิดเลือกมันก็ยิ่งดีจริงไหม

 

        ขอปิดท้ายว่า...

        งานหนังสืออาจจะทำให้ท่านได้เซอร์ไพรซ์เจอหนังสือดีราคาถูกแบบไม่คาดคิด

        แต่เซอร์ไพรซ์ที่ท่านเลือกได้อยู่ที่จตุจักร สำหรับนิยาย...ส่วนอื่นๆ เมื่อหักค่ารถที่โคตรแพง ค่าอาหารที่แพงมาก และอื่นๆ เราก็ว่าพอกะซื้อร้านแหละ ที่ไปงานหนังสือนี่ไปเอาบรรยากาศล้วนๆ 555+ เพื่อไปเจอเพื่อน เจอนักเขียนที่ชื่นชอบ และไปดูดิสเพลย์หน้าบูธสนพ. ให้มันเรียงกันเป็นตับๆ เพราะร้านมันทำไม่ได้ จริงไหม บรรยากาศพวกนี้มันหาไม่ได้จากร้านหนังสือนะคุณ จะมีสถานที่ขายหนังสือที่ไหนที่จะมีเสียงดังโหวกเหวกได้บ้าง ร้านหนังสือก็เสียงดังไมได้อยู่แล้ว แต่งานหนังสือทำได้ ! ตะโกนเข้าไป เปิดเพลงเข้าไป เปิดทำไมวะ ยังสงสัยอยู่ทุกวันนี้ 555+

        บางทีการเดินเพื่อไปเอาบรรยากาศก็อาจจะทำให้ชีวิตเรามีความสุขมากขึ้นนะว่าไหม? แล้วค่อยเดินเข้าร้านหนังสือเงียบๆ เพื่อดื่มด่ำกับเวิ้งอักษรเอา

        ไม่ว่าจะงานหนังสือหรือร้านหนังสือ ขอแค่มีหนังสือดีๆ อ่านก็พอใจแล้วล่ะ

 

        ขอโยน tag ลูกโซ่นี้ให้ life's partner ของดั๊น คุณอ้อย สีดา น้ำตาล enamtan  

        ขอโยนให้น้องรัก เจ้าแป๋ม  ดองบล็อกนะเอ็ง ทำเสียดีๆ

        ขอโยนให้...เอิ่ม น้องเป้ น้องสาวที่รัก จะทำไหมอะ เห็นเป็นบล็อกเปียโน พี่โยนไว้ก่อน http://pianocorner.exteen.com ตอบแล้ว - เริ่ดมากก ได้มุมมองของสนพ. นะคะ

        ขอโยนให้เฟย์... fayfena  คนอ่านที่ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน อยู่กันมากว่า 6 ปี ตอบแล้ว

        และพี่สาวคนสวย พี่แป้งแฮม นักวาดที่ชอบมากที่สุดคนหนึ่ง colorjuice ตอบแล้ว

แท็กเพิ่ม !

        น้องร่า น้องกอบ นี่ก็อ่านมานาน อัพบล้อกซะ555+ http://thera.exteen.com 

        น้องดาว นี่ก็นักอ่าน...เปลี่ยนธีมใหม่ก็เขียนด้วยเสียเลยนะน้องเลิฟ http://cherrykids.exteen.com

        พี่ชายอีกคน มารม่อน http://bodinmon.exteen.com 

        พี่นัท kurumi เลือดน้ำเงินแดง KMS เหมือนกัน ลุยโลดดด http://forever16.exteen.com

        คุณยายแม่บ้าน คอหนังสือตั้งแต่ข้างกระทรวง ! พวกเดียวก๊าน~ http://jmaneekul.exteen.com/

 

 

        ใครวอนท์อีกบอกมา จัดห้าย หรือจะล็อบบี้คนในลิสต์ข้าพเจ้าให้แท็กต่อก็ได้ ยินดีๆ 55+

         ที่แท็กไปนี่ไมได้อยากจะเพิ่ม rank ตัวเองหรอกนะ แค่อยากรู้จริงๆ ว่า ทัศนะ ของคนอื่นๆ เป็นอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เรารู้จักส่วนใหญ่ก็เป็นคนอ่านหนังสือกันทั้งนั้น

        เชื่อว่ามันมีหลายมุมมอง แล้วพอยิ่งอ่านมันก็ยิ่งสนุกน่ะ ไม่มีอะไรมาก

        จะไปอ่านของทุกคนนะคะ   

        Waiting List

        พี่ชายโดนของพี่โก๋ไปแล้ว แจ่มมาก 55+ มาเขียนกันเถอะพวกเรา

        น้อง Kao (นี่ก็รู้จักกันมานาน) สนไหมเคอะ สนทำเลย คอมเมนต์น่าสนใจมากๆ อะ 

edit @ 26 Oct 2007 23:54:43 by จตุรดา shakri หมี น้ำตาล

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

นักวาดที่ชอบมากที่สุดคนหนึ่ง colorjuice <<< แอร๊ยย ขอบคุณค่า (เขินอาย)

เราอ่านtagนี้แล้วคันปากเอ้ยคันมืออยากจะเขียนเอ้ยพิมพ์มั่งเลยแฮะ
/me มารับไปละคร้าบ confused smile

#1 By ☆[แป้ง].Haมmy*☆ on 2007-10-26 15:34

ขอบคุณคร้าบบ

#2 By ฟิวส์ on 2007-10-26 17:03

ยาวจริงๆ - -

ช่วงนี้แท็กนี้ระบาด (ก็เหมาะอยู่หรอก)

ได้อ่านทัศนะของหลายๆคนครับ หลากหลาย (แว่บนึงรู้สึกอยากพล่ามมั่ง แต่ คิดไปคิดมาไอ้เราก็ไม่ได้มีความเห็นอะไรขนาดนั้น open-mounthed smile )

ที่ช้ำมากๆ คือประเด็นนี้ชอบย้ำกันเหลือเกิ๊นน - - ว่าจตุจักรลดเยอะกว่า สะดวกกว่า รายไหนรายนั้น ทุกคนที่ตอบต้องพูดถึงข้อนี้

ให้ตาย
ทำไมผมไปจตุจักรไม่ได้หว่า....
เหอๆๆsad smile

#3 By [ Sai ];charot on 2007-10-26 17:18

ปกติไปงานหนังสือ ของส่วนใหญ่ที่ได้เป็นการ์ตูนค่ะ = =

2 ครั้งหลังที่ไปเดินรู้สึกดีมากเพราะได้เจอลุงวินทร์ทั้ง2ครั้งเลย
แต่เขินไม่กล้าคุย

ส่วนใหญ่ที่ไปงานก็เพราะไปส่องนักเขียน หึๆๆๆ

#4 By thera on 2007-10-26 17:55

รับแซ่บ ทำเรียบร้อยแล้วนะคุ

แต่แหม...สำหรับน้อง ไปจตุจักร รวมค่ารถค่าเสียเวลาแล้ว ซื้อร้านแบบเต็มราคายังถูกกว่าเลย sad smile

#5 By Liebestraum on 2007-10-26 20:17

อืมม์ ได้รู้มุมมองของคนเขียนด้วยก็ดีครับ ส่วนตัวแล้ว มีงานก็ดีกว่าไม่มีเลยล่ะนะ

#6 By เจ้าชายน้อย on 2007-10-26 22:07

555 ไม่รู้ทำไม อ่านแล้วตรงใจอยู่ลึกๆ sad smile (หลังๆนี่ ก็ไม่มีเวลาไปงานหนังสือแล้ว ซื้อมันที่ร้านแถวบ้านนี่แหละ )
ว่าแต่ น้ำตาลไม่มาลองนั่งขาย ที่งานโดจินมั่งเหรอ เปลี่ยนบรรยากาศ

#7 By ม่อน on 2007-10-26 22:13

หนึ่งในคนโรคจิต..เดินดูหนังสือมันตะพึดตะพือsad smile
หนึ่งในคนที่เดินดูงานหนังสือตั้งแต่มันยังไม่ติดแอร์อยู่ที่กระทรวงศึกษา
หนึ่งในคนที่ไปเพราะหาหนังสือที่มันไม่ค่อยขาย
เราเหมือนกันนิ..อิอิ

#8 By ยายแม่บ้าน on 2007-10-26 22:46

หึหึ ถ้าพี่อัพบลอคทันจะทำได้ไหมเนี่ย หุหุ เรื่องนี้ต้องขยายจ้ะน้องหมี

แต่ตอนนี้ เดิน 2 รอบ.....
.
.
.
.
จนจ้ะ

#9 By kurumi on 2007-10-26 23:11

คุณยายแม่บ้านขา ยังไม่โดน tag ใช่ไหมคะ พี่นัทก็ด้วย หนู tag เลยได้ไหมเนี่ย - -" หน้ามึนมาก
โอ้ แทคทันใจจังเลย หึหึ ขอพี่พิมพ์หน่อยนะน้อง จะเอาให้อ่าน แทคมาเล้ยยยยย

#11 By kurumi on 2007-10-26 23:25

เทียบเชิญของเทพหมี

ใครปฏิเสธอาจโดนฆ่าตัดตอนได้..อิอิ

ขอบคุณจ้า.../me..วิ่งไปหาคนลอกการบ้าน confused smile

#12 By ยายแม่บ้าน on 2007-10-26 23:34

ชอบงานหนังสือเด็กเหมือนกันน้า~~ รู้สึกเดินได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องรีบๆๆๆ ดี แล้วถึงมันจะซบเซา แต่หนังสือมันก็ออกมาไม่น้อยนะ เพียงแต่คนเดินน้อยเท่านั้นเอง
งานมหกรรมกับงานสัปดาห์... ไม่เคยไปต่ำกว่า 2 รอบซักทีสิน่า (คิดค่ารถแล้วก้หักล้างกับค่าลดจริงๆ นั่นล่ะ ^^")

เรื่องที่คนเขียนอยู่เลยซื้อ... เคยมีกรณีนี้เหมือนกัน แต่อันนี้สนใจหนังสือ แล้วพี่คนขายแบบว่า เชียร์สุดๆ ว่าตอนนี้คนเขียนอยู่ด้วยนะคะ บลาๆๆ ก็เลยตอบกลับไปว่า จริงๆ แล้วจะซื้อหนังสือ ไม่เกี่ยวกับคนเขียนอยู่เซ็นหรือไม่เซ็นหรอกนะคะ แต่ถ้าสนใจก็จะซื้ออยู่ดีแหละค่ะ (แรงไปมั๊ยเนี่ยเรา ^^") เสร็จแล้วก็ซื้อเรื่องนั้นมาอยู่ดี

แต่งานหนังสือจะเป็นอะไรที่ซื้อเยอะกว่าปกติ เพราะแต่ละสำนักพิมพ์ก็จะพยายามพิมพ์หนังสือให้มันทะลักทะลายไปออกกันช่วงนั้นนี่นา TwT
แต่บางสำนักพิมพ์ช่วงหลังๆ นี่... เดินผ่านแล้วเลือกไม่ถูกนะ.. ปกหนังสือมัน...TwT กลายเป็นตลาดแข่งขันสมบูรณ์ไปแล้ว (มันไม่มีความแตกต่างระหว่างสินค้าเท่าไหร่ง่ะ)

#13 By Kao on 2007-10-26 23:44

ในฐานะคนอ่านก็เฉยๆนะ แต่เมื่อก่อนไปบ่อยตั้งแต่อยู่ข้างกระทรวงฯเหมือนพี่หมีอ่ะค่ะ เพราะว่าตามร้านที่ไปซื้อมันชอบขาดเล่มบางเล่มที่ต้องการ ก็เลยไปงานหนังสือทีเดียว ซื้อเล่มที่ขาด ไม่ก็ซื้อยกเซ็ต ก็ถูกดี- -"

ส่วนที่ไปเจอนักเขียน ก็อยากไปเจอ แต่ก็ไม่ค่อยได้ตามข่าว อย่างพี่หมีก็เจอบังเอิญที่งานหนังสือเด็ก~ แต่งานหนังสือใหญ่ก็อยากไปเจอนักเขียนที่ชอบ แต่ก็ไปเจอจริงๆแค่สองครั้ง

แล้วจตุจักรก็เคยเดิน แต่ก็แทบจะไม่ได้อะไรติดมือมาเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม - - สถานที่มันไม่ค่อยน่าเดินมั้ง

#14 By ~oomnis on 2007-10-28 10:13

เพิ่งเข้ามาหลังจากเห็นธีมใหม่ ^^ BG สวยจังค่ะ แต่หนูว่ามันอ่านยากนิดนึงนะพี่ ตรงบล็อคตั้งให้ภาพขาวกว่านี้ดีกว่ามั้ยคะ (ยุ่งอีก 55+)
โอ๊ะ..จตุจักรถูกกว่า แต่ไม่ชอบไปเดินจตุจักรเลยอ่ะคะ หนูว่ามันร้อนไปแล้วเหนื่อยกว่าจะลากสังขารกลับหอได้ ซื้อร้านหรือไม่ก็งานหนังสือดีกว่า - -"
จริงๆเหมือนกับพี่เลยค่ะ เดินดูบรรยากาศกะเจอเพื่อนๆ แต่อ่านข้อที่ว่าดูสไตล์ที่อินตอนนี้แล้วนึกขึ้นมาว่า อืม ถึงว่าหลังๆเราถึงรู้สึกมันดูเบื่อๆ เพราะมันคล้ายๆกันไปหมดสินะ sad smile

#15 By hiyoNo on 2007-10-28 17:45

แหะๆ แวะมาบอกว่า..ขอจิ๊กไปทำบ้างนะคะ surprised smile

#16 By hiyoNo on 2007-10-30 20:34