...เขมะสิริอนุสสรณ์...

posted on 22 Jun 2007 20:19 by shakri  in shakri


ทำนองของเพลงเขมะฯ รำลึกค่ะ
ให้ตายสิ โรแมนติก+หรูจริงๆ

ขอเว้นเรื่องราวต่อจากเอนทรี่ที่แล้ว มาเขียนถึงโรงเรียนเราหน่อยนะคะ แบบว่าวันนี้ไปเจออะไรมา ก็เลยรู้สึกหัวใจมันพองฟู... เรื่องดีๆ ที่เราไม่เคยเห็นมันมาก่อน ตอนที่เราเป็นเด็กเขมะสิริฯ แต่พอเรากลายเป็นคนนอกไปแล้ว แล้วมองกลับเข้าไป ก็พบว่าเออ...มันเป็นเรื่องที่ดี และดีมากๆ แน่นอนว่าตอนนี้มันก็ติดตัวเรามาเหมือนกัน

เรื่องราวอาจจะยาวหน่อยนะคะ แต่อยากเล่าจริงๆ

.

"รักประเพณี มีมรรยาทงาม"

- เอกลักษณ์ของโรงเรียน -
(เรียกอย่างนี้ใช่ไหมนะ ป้าลืมแล้ว)

"นักเรียนจะดีเพราะมีวัฒนธรรม
นักเรียนจะเป็นผู้นำเพราะมีความรู้"

- ปรัชญาของโรงเรียน -

.

สีประจำโรงเรียนคือน้ำเงินแดง

ต้นไม้ประจำโรงเรียนคือต้นเฟื่องฟ้าค่ะ

.

โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ตั้งอยู่เชิงสะพานกรุงธนค่ะ เป็นโรงเรียนสตรีล้วนที่มีนักเรียนประจำด้วย (หายากแล้วนะ) สร้างมา... จะ 75 ปีแล้วค่ะ อายุพอๆ กับประชาธิปไตยของประเทศไทยนั่นแล เพราะโรงเรียนก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2475 โดยเจ้านายในราชสกุลเกษมศรีสองพระองค์คือ หม่อมเจ้าพูนศรีเกษม เกษมศรี หรือที่พวกเราคุ้นเคยคือ "ท่านชาย" และหม่อมเจ้าหญิงศุขศรีสมร เกษมศรี - "ท่านหญิง" ที่ทรงได้รับพระราชทานทุนทรัพย์จากพระบรมราชชนก ในพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ให้ไปศึกษาดูงานการสร้างโรงเรียนจากประเทศอังกฤษ และกลับมาสร้างโรงเรียนในที่สุด

เรื่องประวัติของโรงเรียนขี้เกียจพูดค่ะ อยากอ่านเชิญได้ที่ลิงค์นี้นะคะ จากนิตยสารสกุลไทย ปรัชญาการศึกษา กระแสเสียงจากโรงเรียนต้นแบบ เราอยู่โรงเรียนนี้มา 12 ปีค่ะ นานมาก ตั้งแต่ประถม ๑ - มัธยม ๖ เลยทีเดียว เลยผูกพันมาก ตอนอยู่นะ ด่ามันแทบทุกวัน โฮ้ย อย่างนี้ไม่ดี อย่างนี้ไมได้เรื่อง แต่พอออกมา เออ มันก็ไม่เลวร้ายนี่หว่า หรืออาจจะดีที่สุดด้วยซ้ำ

.

อย่างที่ทุกท่านอ่านไปข้างบน...สังเกตได้ว่าโรงเรียนเราจะเน้นเรื่องมารยาทเป็นหลัก ก็โธ่...สมัยก่อนน่ะค่ะ โรงเรียนอยู่ในวังแท้ๆ เชียว หอสมุดเก่าก็มีนามว่า "เรือนทูลกระหม่อมมหิดลประทาน" คือเป็นเรือนไม้ สไตล์ไหนหว่า...แต่โคตรชอบเลย สวยมากที่สร้างไว้ตั้งแต่เมื่อนานนนน มาแล้ว เป็นที่ประทับของท่านหญิงและท่านชายค่ะ เดิมอยู่ที่วังฝั่งพระนคร ข้างๆ วัดราชผาติการาม แต่เมื่อได้ย้ายโรงเรียนมาฝั่งธน ก็เลยชะลอมาปลูกที่นี่ด้วยค่ะ ในสมัยก่อนนักเรียนทุกคนจะต้องเรียนมารยาท เพราะต้องปฏิบัติต่อเจ้านายด้วยมังคะ เด็กประจำในยุคนั้นก็ต้องมีเวรขึ้นเรือนฯ เพื่อไปร่วมโต๊ะเสวย เรียกได้ว่ามารยาทไทย และมารยาทบนโต๊ะอาหารแบบสากลพร้อมบริบูรณ์เลยทีเดียว...

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

แอบบอก..คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ หรือนักเขียนเจ้าของนามปากกา ทมยันตี ก็เป็นศิษย์เก่าเขมะสิริอนุสสรณ์เช่นกันค่ะ (เจ้าของบล็อกอ่านนิยายท่านมานาน แต่เพิ่งมารู้ว่าท่านเป็นศิษย์เก่าตอนม.ปลายแล้วมั้ง กรี๊ดกร๊าดเป็นกำลังตอนที่ท่านมาบรรยายที่โรงเรียน ไว้เล่าให้ฟังวันหลัง วันนั้นฮามากๆ)

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
(คุณทมยันตี อันนี้ในงานเกี่ยวกับเด็กม.6 ไม่ใช่งานที่ท่านพูดเรื่องภาษาไทย งานนั้นฮามาก)

.

.

พอหลังจากท่านชายและท่านหญิงสิ้นไป มารยาท และประเพณีต่างๆ ก็ไม่ได้สูญหายไปค่ะ เด็กทุกคนที่เข้ามาเรียนตั้งแต่น้องเล็กสุด คือ ป.1 ต้องมีการสอนการย่อไหว้แบบเขมะสิริฯ เป็นการย่อไหว้แบบไม่เปิดส้นเท้าหลัง สวยงามน่ารักดีค่ะ เราก็ติด เจอผู้ใหญ่ไม่เคยยืนไหว้เฉยๆ ต้องย่อไหว้เสียทุกครั้งไป ใครว่ากระแดะก็ขออภัยค่ะ ติด พอดีได้รับการอบรมมา (หัวเราะ)

แอบบอกอีก...ครูเล่าว่า พี่เลี้ยงนางงามที่สอนคุณปุ๋ยพรทิพย์ นาคหิรัญกนก ให้ไหว้ได้สวยจับใจชาวโลกนั้น เป็นเด็กเขมะสิริฯแหละค่ะ (จริงรึเปล่านะ)

.

นอกจากการไหว้แล้ว พวกเรายังต้องเรียนอีกหลายอย่างค่ะ...เวลาเดินผ่านผู้ใหญ่ ก็ต้องก้มหลังต่ำๆ เพื่อขอโทษท่านที่เสียมารยาทก่อนเดินผ่านไป (ตอนนี้ก็ยังติดอยู่ค่ะ) แล้วก็มีการหมอบกราบ... ที่มีความต่างกับแบบแผนปกติ เรียนทั้งสองแบบค่ะ ทั้งของโรงเรียนและของสากล หมอบกราบนี่ไม่ได้นั่งแล้วเอาแขนวางหัวกระแทกพื้นก็ไหว้ได้นะคะ - -" มันยากมากเลยแหละ ว่าจะต้องวางแขนอย่างไร ส่งมืออย่างไร จังหวะกราบอย่างไรให้นิ่มนวล เพราะไม่ใช่ละครลิงค่ะ จะได้ไหว้ผลุบๆ แล้วสะบัดก้นลุกไป

พับเพียบก็เปิดปลายเท้าไม่ได้ค่ะต้องพับปลายเท้าเก็บ แล้วเวลาจะเปลี่ยนข้างพับเพียบก็ต้องรวบชายกระโปรง จะเปลี่ยนไปขัดสมาธิก็ต้องให้เรียบร้อยเวลานั่งพับเพียบฟังก็ต้องประสานมือบนตักค่ะ ขวาทับซ้าย หลังตรงหน้าเชิด แถมจะเปลี่ยนไปนั่งขัดสมาธิก็ยังต้องทำให้ถูกท่าอีกนะคะ แต่เดี๋ยวก่อน ไม่ใช่แค่นั้น ! จะลุกยืนก็ต้องลุกให้ถูกท่าค่ะ ไม่ว่าจะจากขัดสมาธิ หรือว่าจะพับเพียบก็ตามที (สงสัยล่ะสิว่ามันเรียกอะไรขนาดนี้) แน่นอนว่า การกราบเบญจางคประดิษฐ์ การหมอบเข้าเฝ้า การถวายบังคมแบบต่างๆ ทั้งแบบพระราชนิยมและสากลนิยม ฝึกกันตั้งแต่ประถมจนม.ปลาย ก็ยังฝึกค่ะ ไม่ใช่แค่ฝึกให้ทำได้ แต่ต้อง "ได้ดี" ด้วยค่ะ

การอบรมมารยาท...อันนี้เด็กเขมะสิริฯคงจะรู้จักดี เพราะจะมีเวรอบรมมารยาททุกเช้า สลับกันไปตั้งแต่ม.ต้นหรือม.ปลายหว่า เทอมนึงเจอสักสองสามหนมังคะ คือตอนเช้าเราก็จะรู้กำหนดล่วงหน้าว่าเรามีอบรมวันไหน เราก็จะรีบทำธุระแล้วขึ้นไปที่หอประชุมศุขศรีสมรค่ะ เข้าไปก็ต้องไปนั่งเรียงแถวให้เรียบร้อย ผู้อบรมก็คือคุณครูดวงใจ และคุณครูประทิน (ชอบคำว่าครูจังเนาะ) ท่านมาเช้ากว่าพวกเราเสียอีกค่ะ มาเพื่อรอพวกเราและสอนพวกเรา ท่านจะพูดหลายเรื่อง สอนพวกเราตลอด

เวลาเข้าอมรม เมื่อมาพร้อมแล้วก่อนอื่นคือ กราบเบญจางคประดิษฐ์ ไหว้พระพุทธรูปประจำโรงเรียน (สร้างแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ หรือเปล่าหว่า) จากนั้นก็ไหว้ "ครู" ในที่นี้คือ "เศียรครู" หรือหัวโขนนั่นแหละค่ะ ที่อยู่สองฟากของเวทีหอประชุม จากนั้นก็จะไหว้ครูกันบางวันท่านก็อบรมเรื่องต่างๆ บางวันท่านก็ทบทวนการย่อไหว้ หมอบกราบ ถวายบังคม เลยทำให้จำได้จนทุกวันนี้

ถ้ามีเหตุอะไรที่ทำให้อบรมมารยาทไม่ได้ ก็ต้องไปอบรมซ่อมในวันหลังค่ะ อย่างพวกมาสาย หรือว่าติดกิจธุระเช่นเรา...คือ ช่วงเช้าๆ เราจะมีซ้อมดนตรีไทย สำหรับงานต่างๆ ถ้าไม่อุกฤษฏ์จริงๆ ก็จะลงไปอบรมมารยาทค่ะ อยากอบรมพร้อมเพื่อนๆ ในห้องมากกว่าไปซ่อมทีหลังน่ะ แต่หลายครั้งก็ทำไม่ได้จนต้องยกประโยชน์ให้จำเลยไป อย่างเวลาซ้อมดาบสองมืออะไรเงี้ย แอบเสียดายแหละ

.

ตอนนั้นก็คิดๆ ว่าเออ คงได้ใช้อยู่ไม่กี่อย่างหรอกมั้ง เราคงไม่มีโอกาสได้เป็นคุณหญิงคุณนาย ได้เข้าเฝ้าบ่อยๆ แต่เรียนติดตัวไว้ก็ไม่เสียหลาย ก็เลยทำไปอย่างที่รู้ว่า "สมควร" ต้องเรียน แต่ไม่ทราบว่าจะได้ใช้จริง และใช้เมื่อไหร่

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

อ๊ะ บางวันมีสวดมนต์กลางวันนะคะ สวดในหอประชุม ยืนสวด ถึกมาก (ฮา) แต่ห้องแอร์อะ เลยสบาย บางวันสวดมนต์ แต่ก็มีบางครั้งที่อบรมมารยาทโดยคุณครู โดยเฉพาะคุณครูเพ็ญนิภา จะเจอคุณครูอบรมมารยาทกลางวันบ่อยสุด พูดคุยเรื่องสังคม มารยาททั่วๆ ไป คนละแนวกับตอนเช้านะคะ อาทิตย์นึงสวดมนต์กลางวันหนึ่งหนค่ะ เวียนไปตามลำดับชั้นปี จะบอกว่าเราก็ไม่ค่อยได้สวดหรอก (ฮา) ถ้าไม่ซ้อมดนตรีไทย ก็ดาบสองมือ หรือไม่ก็ซ้อมดนตรีให้วงดุริยางค์ สอนดรัมเมเยอร์อะไรเทือกๆ นี้ จะไม่ต้องขึ้น ถือเป็นกรณีพิเศษ

การอบรมช่วงกลางวันเป็นอะไรที่สบายดี เพราะมีแอร์ (จริงใจมาก มาเพื่อแอร์แท้ๆ) แต่บางวันก็มีอะไรที่เป็นพิเศษเช่น..."ให้ตัวแทนแต่ละชั้นปี ออกมาพูด เรื่องที่อยากฝากฝังกับน้องๆ และเพื่อนๆ" ซึ่งเป็นอะไรที่สุ่มเอาค่ะ ไม่รู้หรอกวันไหนจะไม่ต้องยืนสวด ซึ่ง...จตุรดา หรือยัยจตุ ก็เป็นตัวแทนของศิลป์ภาษาออกไปพูดเรื่อย (ทำไมต้องเป็นฉันนะ สงสัยดูน่าสักการะ) แต่ละคนก็มีสไตล์ต่างกันออกไป สไตล์เราเป็นอย่างไรไม่รู้ รู้แต่ครูให้เราไว้หลังสุด แล้วพูดยาวจนกว่าจะหมดเวลาเลย (ฮา ที่แท้อีนี่ก็พูดมาก)

มีอยู่หนหนึ่ง...ประทับใจมาก ตอนนั้นพูดตักเตือนน้องๆ กลุ่มหนึ่ง จุดประสงค์เป็นงั้นน่ะ แต่ว่าทำทีเป็นพูดในองค์รวม เรื่องมรรยาทการปฏิบัติตัวในที่สาธารณะ หลายคนไปเรียนพิเศษ แล้วใส่เครื่องแบบ ทว่าแต่งตัวไม่เรียบร้อย ปลดกระดุมคอเสื้ออะไรราวๆ นี้ เราก็ตักเตือนไปว่ายังไงหว่า...ข้อความไม่เป๊ะนะคะ

"ขอให้ระลึกไว้เสมอๆ ว่าที่น้องใส่อยู่คือเครื่องแบบ ที่มีตราราชสกุลเกษมศรีปักอยู่บนอกน้อง นั่นคือศักดิ์ศรีของราชสกุลที่สืบทอดมาจากราชวงศ์จักรีของเรา แน่นอนว่าที่อกอีกข้างของน้องก็ปักชื่อตัวเองและมีนามสกุลของน้องอยู่เช่นกัน นั่นคือวงศ์ตระกูลของน้องเอง ขอให้ระลึกไว้ จำเอาไว้ ว่าที่ใส่อยู่คือเครื่องแบบที่มีทั้งเกียรติยศของทั้งราชสกุล และตระกูลอยู่ ที่น้องใส่มันคือเครื่องแบบ ไม่ใช่สายเดี่ยวหรือผ้าขี้ริ้ว น้องก็สมควรปฏิบัติให้เหมาะสมกับค่าของสิ่งนั้นด้วย แต่ถ้าน้องไม่คิดจะรักษามัน ก็ให้ถอดเครื่องแบบออกซะ แล้วจะทำอะไรก็ทำไป อย่าเอาราชสกุลกับวงศ์ตระกูลตัวเองแล้วคนอื่นที่เขาปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมัวหมองไปด้วย"

.

.

(พักหายใจก่อน)

พอพูดเสร็จพวกม.6 ปรบมือ(ฮา)เห็นครูปรบมือด้วยแหละ...พวกเพื่อนเราอารมณ์ว่าสะใจ อยากด่าน้องพวกนั้นมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาส ได้เราอบรมแทน (ใช่ไหมนะ) พอพูดเสร็จ เราก็เข้าไปนั่ง เพื่อนๆ ก็แสดงความยินดีราวว่าได้รับรางวัลปากสุนัขดีเด่นแห่งชาติ มีเช็คแฮนด์ มียกนิ้ว แต่ที่เด็ดที่สุดก็คือคุณครูเพ็ญนิภา...

"เอ้า นักเรียนฟังค่ะ ที่ครูอยากพูดพี่จตุก็พูดหมดแล้ว วันนี้เดี๋ยวเสร็จแล้วแยกย้ายกันได้ค่ะ"

อ้าว...เล่นง่ายๆ อย่างนั้นเลยหรือคะ - -" (ให้เราพูดแทน แบบว่าประทับใจและอึ้งมาจนทุกวันนี้) แต่ก็มีความสุขดีนะ รุ่นเราไม่ค่อยมีเรื่องกับรุ่นน้องน่ะ เป็นรุ่นที่สนิทกับเขาไปทั่ว ดีเหมือนกัน บรรยากาศการเรียนดีมาก

.

.

เรื่องมรรยาทมีอีกเรื่อง (มันยังไม่จบ คนอ่านเหนื่อยแล้วล่ะสิ เป็นเหยื่อเราต้องอดทน)

ช่วงม.6 ก่อนเอนท์ เราจะต้องไปสักการะพระบรมรูปของพระราชชนกที่ศิริราชค่ะ เพราะท่านทรงมีคุณูปการต่อโรงเรียนเราอย่างใหญ่หลวง ไม่มีท่าน ไม่มีโรงเรียน ไม่มีเรา แล้ววันนั้น...หลายท่านก็คงทราบดี ว่าคนเยอะขนาดไหน จากหน่วยราชการทั้งรัฐและเอกชน มากันให้ฮึ่ม โรงเรียนเราก็พานักเรียนไปกันค่ะ เดินเป็นขบวนเลยทีเดียว ใส่ชุดนักเรียน ดูเรียบร้อยนะคะ มีหนุ่มๆ มอง (ฮา) แต่จริงๆ พวกเรามองหนุ่มแหละ "เอ๊ะ หนุ่มแพทย์น่าร้าก...นายร้อยก็ดูดี" ...น่า ตามประสาหญิงล้วน

แล้วพอถึงคิวพวกเรา เราก็จะเรียงแถวกัน...แล้วลงนั่งพับเพียบ และหมอบกราบลงกับพื้น...อ่านไม่ผิดค่ะ หมอบกราบลงกับพื้นที่คนเดินนั่นแหละ ร้อนนะ แต่ก็ซ้อมเป็นอย่างดี แล้วก็ลุกขึ้นพร้อมๆ กัน (ก้มอยู่พัก เพราะขอพรท่านอยู่ 555) พอเงยขึ้นมาพร้อมกันก็เออ ค่อยๆลุกอย่างเรียบร้อย ได้ข่าวว่าปีหนึ่ง รุ่นพี่ไปกันวันที่มีฝนตก แต่ก็นั่งลงไปหมอบกราบค่ะ ทำเอาคนปรบมือกันเลยทีเดียว (ฟังแล้วขนลุก) ตอนนั้นก็ไม่ได้รู้สึกอะไรนะ มันเป็นปกติที่เราทำกัน ในสายตาคนอื่นอาจจะดูเวอร์รึเปล่า เราก็ไม่รู้ แต่สายตาที่คนมองมามันก็ดูดีแหละ เห็นหลายคนมองแล้วยิ้มให้

.

แต่มาวันนี้เราเห็นผลของสิ่งทั้งหลายเหล่านั้นที่คุณครูสอนพวกเรามาค่ะ...เห็นโดยสายตาคนนอกนะ

วันนี้ได้ไปวังสวนกุหลาบ มีงานของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภา) ยามยาก เราไปกับแม่ค่ะ แม่อยากไป ทีนี้ก็ยืนๆ อยู่ เอ..เห็นน้องๆ เครื่องแบบคุ้นๆ จากระยะไกล ก็คิดว่าเขมะสิริฯ รึเปล่า แต่ก็ไม่ชัวร์ พอเดินเข้าไป ชัวร์เลยค่ะ เด็กเขมะสิริฯ แน่ๆ ก็คิดอยู่ว่าครูท่านไหนจะพามากันนะ ทีนี้เราก็เดินต่อไปเรื่อยๆ ดูนิทรรศการต่างๆ ถึงช่วงที่จัดถุงยังชีพมังคะ เจอครูจนได้ค่ะ ให้ทายว่าครูท่านไหน...เอ่ยชื่อท่านไปแล้วข้างบน...นึกๆๆๆ

.

.

เฉลยคือคุณครูเพ็ญนิภาค่า แต่งผ้าไหมแดง สวยมากค่ะครู >.< b พอเห็นท่านเลยไหว้ ครูก็ทัก ยิ้ม เราก็ดีใจที่เจอท่านนะ ไม่ค่อยได้เจอ ครูบอกว่านี่จตุรดา น้องๆ เขาอ่านนิยายเธออยู่นะ เราก็ยิ้ม (แฮ่ ก็เอาเข้าห้องสมุดไว้เรื่องละสองเล่ม แต่น้องๆ คนอ่านในโรงเรียนก็มีจริงๆ แหละ) จากนั้นก็ขอตัวไปเดินเล่น จนได้เข้าไปในข้างในส่วนที่มีนิทรรศการข้างใน ก็ไปเจอเด็กเขมะสิริฯ อีกแล้ว เจอคุณครูเพ็ญนิภาด้วย

เราเห็นน้องๆ เรียงแถวก่อน ค่อยๆ ลงนั่งเป็นระเบียบ...ก่อนลงหมอบกราบพระบรมฉายาลักษณ์ของพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พร้อมๆ กัน แล้วก็ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นมานั่งหลังตรง เราเห็นเราก็ยิ้มแหละ เพราะว่าคุ้นเคยดี หลายคนที่อยู่ ณ ที่นั้นมองแล้วก็ยิ้ม ชื่นชม แต่ที่ทำให้เต็มตื้นที่สุดก็คือมีคุณลุงกับพี่ผู้หญิงท่านหนึ่งอยู่ใกล้ๆ เรา แล้วพูดว่า

"อุ๊ย น่ารักจังเลย"

ด้วยน้ำเสียงชื่นชม และเอ็นดูอย่างที่สุด เราที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รู้สึกดีอย่างแปลกประหลาด เหมือนเป็นอะไรที่ตอบคำถามเราว่า เราจะเรียนไปเพื่ออะไร จะฝึกไปทำไม แล้วผลของมันคืออะไร นี่แหละ ที่เราได้เห็น แล้วก็ได้รับในวันนี้

คุณครูเพ็ญนิภาเคยสอนในชั่วโมงพระพุทธศาสนาว่า ถ้าเราทำดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเครื่องแบบ คนเขาก็จะมองว่าเป็นเด็กดี น่ารัก เป็นลูกเต้าเหล่าใครในทางกลับกันถ้าทำไม่ได้ เขาไม่ได้ว่าที่ตัวเราเลย แต่จะมองไปว่าเด็กโรงเรียนไหนน่ะ อมรมได้แย่ หรือไม่ได้สั่งไม่ได้สอน (บางที่มารยาทมันไม่ได้แย่นะ แต่ทรามเลยทีเดียว...)

ของพวกนี้เราอาจจะไม่เห็นค่า ไม่เห็นความสำคัญเมื่อตอนที่เราถูกสั่ง ถูกสอน และบังคับให้เรียน จนมันกลายเป็นนิสัยไปเสียแล้ว (ปัจจุบันนี้เรายังค้อมหลังเวลาเดินผ่านผู้ใหญ่ และเอามือแตะหน้าอก เพื่อไม่ให้คอเสื้อเปิด)

แต่ท้ายที่สุด เมื่อเราทำดี...ทำชอบ และทำได้อย่างดงาม ด้วยความตั้งใจ ท้ายที่สุดผลเหล่านั้นก็ตกอยู่กับตัวเราเอง คือการที่คนภายนอกมองเราว่ามีมารยาทที่ดี มีความประพฤติที่เหมาะสม ทำให้ผู้ใหญ่รักและเอ็นดู จะทำกิจการงานใดก็เสมือนมีความดีเป็นเกราะคุ้มตัวไป และมีผู้อุปถัมภ์อุ้มชูไปจนตลอด ทั้งผู้ที่ทำงานอิสระ และอยู่ในองค์กร เรื่องเหล่านี้ติดตัวไว้ไม่เสียหลายหรอก

.

.

ถ้ามีน้องเขมะสิริอนุสสรณ์ท่านใดได้มาอ่าน...(น่าจะมีน่ะ exteen เด็กเขมะสิริฯเยอะออก) พี่จตุรดาฝากบอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ครูเพ็ญฯฟังทีนะคะ อยากให้ครูได้ยินจังว่าสิ่งที่คุณครูทุกท่านสอนพวกเรามามันมีค่าอย่างที่ประเมินเป็นตัวเงินไม่ได้เลย และอยากให้ทุกคนภูมิใจด้วยว่าที่ทำๆ ไป ที่เรียนๆ กัน มันไม่เสียเปล่าเลยแม้แต่น้อย

.

ล้ำค่า...สำหรับ ๑๒ ปี ในโรงเรียนเขมะสิริอุนสสรณ์ และอีกต่อไปไม่ว่าจะสิบ ยี่สิบ หรือห้าสิบปี สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์เขมะสิริฯ ที่ติดตัวเรามาก็จะทรงคุณค่าอย่างนี้ต่อไป

ภูมิใจ...และยินดีเป็นที่สุดค่ะ

จตุรดา Kms' 71
(บอกรุ่นแล้วแก่อิ๊บ แต่มีคนแก่กว่า ชิมิเคอะพี่นัท)

ป.ล. เขียนแล้วก็นึกถึงโคลงโลกนิติ ที่เคยคุยกับอาจารย์รัตนาแห่งหมวดภาษาไทย และอาจารย์อารีย์เคยได้เตือนให้เราจำเอาไว้ (อันที่จริงเหมือนต่อโคลงกับอาจารย์ในชั่วโมงเรียนมากกว่า ทั้งห้องมีตอบอยู่คนเดียว)

ให้ท่านท่านจักให้ ตอบสนอง
นบท่านท่านจักปอง นอบไหว้
รักท่านท่านควรครอง ความรัก เรานา
สามสิ่งนี้เว้นไว้ แต่ผู้ทรชน

.


ช่วงนี้ไม่มีอะไร แปะเก็บไว้ดู

ประจานพวกฝูงสัตว์ 555

คิดถึงนะเว้ยเฮ้ย

หมายเหตุ ตอนนี้มันสวยกันหมดแล้วฮ่ะ

มีดิฉันที่เหมือนเดิม หรือเลวลง?

รูปนอกจากนี้มันเป็นฟิล์มว่ะ ตายห่าที่ไหนหมดแล้วไม่รู้ ฮือ

กะอยู่คอมเครื่องเก่า บัดซบจริงๆ เลย

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

หมีฮอกไกโด แมวน้ำ และหมีขาว สัตว์สามตัวที่นั่งใกล้กันไม่ได้ แหย่กันตลอด

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ลูกสาวคุณหญิงแม่ 555

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
สมัยนั้นตัดหน้าม้าเพราะถักเปียจนผมหน้าโกร๋น...บางมาก

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
ในรูปนี้มีอีผีบล็อกอยู่ตัวนึง...ถ้าเห็นรูปตัวเองกรุณาแสดงตัวด้วยนะนังหนึ่ง

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
พี่ศิริบูรณ์ศิษย์เก่าคนเก่ง กับคุณครูสังคมที่รักมากๆ ครูพิมพา >,<

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
นังแมวน้ำกับระบำสเปน...ที่ชุดเช่าราคาถูกกว่าห้องอื่น 2 เท่าตัว
แต่ชนะไอ้พวกชุดเป็นพันโว้ย สะจายยยย
กับเพื่อนกุ้ง ผู้ที่พูดถึงนักร้องนำวงร็อค และบอกเพื่อนๆว่าเขาชื่อ

แอ๊ด วงฟลาย...แน่นอนมาคู่กับอี๊ด คาราบาว
แล้วยังมีเต๋า-ศรราม ที่เป็นแฟนนัท (จริงๆ เต๋า สมชาย แต่มันมิกซ์ซะเลย)
อีกเรื่องชอบมาก...วีเจเส้นหมี = วีเจวุ้นเส้น

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
ติดกรง 555

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
หมดมาดดรัมเมเยอร์เลยทีเดียว...

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
รูปนี้ตอนถ่ายหนังของวิชาอังกฤษ
ดัดแปลงจากเรื่อง Taming of the Shrew ของเช็คสเปียร์
จากอิตาลีโบราณเป็นลูกสาวแกงค์มาเฟียซะงั้น
ขวามือนังหมีฮอกไกโดเป็นมือขวาเจ้าพ่อ
แน่นอนดิฉันเป็นเจ้าพ่อ 555+


ลูกสาวในท้องเรื่อง

อันนี้หลอน แปะลิงค์ดีกว่า 555

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ปิดท้ายด้วยรูปเจ้าพ่อกับคนสนิท
ทางซ้ายเหมือนทรินิตี้ แต่ใส่ขาสั้น
แถมร่มชมพูลายการ์ตูนด้วยนะเออ
สูทของพ่อ เอามาจากเมกาเมื่อราวๆ 20 ปีก่อน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โฮๆ อ่านแล้วช่างคิดถึงที่โน่นแฮะ อยู่ถึงแค่ม.3จนเค้าไม่ให้อยู่ กรั่กๆ
มีอะไรที่เปลี่ยนไปแต่บางอย่างก็ไม่เปลี่ยนแปลง
ที่เขมะฯสอนอะไรมามากมายจริงๆ

#1 By watabo on 2007-06-22 20:48

โอ้ รร สวย นักเรียนก็น่ารัก ฮ่าๆ

#2 By ฟิวส์ on 2007-06-22 20:48

มารยาทดีเป็นศรีแก่ตัว
ชื่นชมโรงเรียนเขมะฯ ด้วยคน
จีบสาว รร. นี้ไปเป็นสะใภ้ให้แม่ได้เปล่าครับ?
เรื่องเครื่องแบบพูดได้ดีนะ...
กลัวเจ้าพ่อว่ะ กลัวๆๆ

#4 By AsitA on 2007-06-22 20:55

จ จ...เจ้าแม่มาเฟีย =3=)"

/me หัวเราะ

#5 By Firstchildren on 2007-06-22 21:11

หากมีโรงเรียนสตรีแบบเขมะมากๆก็ดีนะคะ หญิงไทยคงงดงามด้วยมารยาท
ชอบการสอนน้องเรื่องเครื่องแบบมากๆเลย

#6 By MayaKniGht on 2007-06-22 21:19

อยากให้โรงเรียนทั่วไป
มีเวลาอบรม อย่างน้อย เดือนละหนก็ยังดี

เกรียนจะได้น้อยๆลง

#7 By koyubi on 2007-06-22 21:25

ดูแล้วรุสึกตัวเองแก่ๆ

#8 By ☆[แป้ง].Haมmy*☆ on 2007-06-22 21:45

รูปสุดท้ายนั้น เจ้าพ่อมากเลยเทพหมี

#9 By Ellebazi on 2007-06-22 21:46

กรี๊ดกะเฮ้ดไดใหม่ๆ

เริ่ดกรี๊ดๆ ชอบหมีทหาข้างบนจิงเชียววว

เรื่องโรงเรียน ปิ้ว ว

ชอบรูปสุดท้าย ยกี๊สส สๆ

เจ้าพ่อ มาเฟียห้องกรง(ฮ่องกง= ='' )

กิ๊ดๆ ><

แต่งมั่งง งดีมั้ย ย จิ๊กสูทพ่อมาดีมะ
เอ่อ ไม่ดีๆ ร้อนตับแล่บ บ เราควรจะใส่ตอนอยู่ขั้วโลกเหนือ

#10 By RELLANYM❤゙ on 2007-06-22 21:59

อ่านแล้วปลุกเลือดน้ำเงินแดง
ตอนอยู่ก็บ่นตลอด นู่นไม่ดี นี่ก็ไม่ชอบ ... แต่ก็อยู่ถึง 12 ปี
พอออกจากโรงเรียนแล้วคิดถึงมากๆ ความทรงจำดีๆเยอะแยะเลย
เรื่องมารยาทเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจจริงๆ
ทุกวันนี้ก็ยังย่อไหว้แบบไม่เปิดส้นเท้าหลังอยู่เลย ก็ตั้งแต่ป.1 นี่นะ
ตอนม.ต้นมีอบรมมารยาททุกเดือน แต่ม.ปลายเทอมละ 2 ครั้งมั้งคะ ^^
สวดมนต์กลางวันจำได้ว่าเมื่อก่อนยืนสวดหน้าห้องเรียนทุกวันศุกร์
แล้วค่อยเปลี่ยนมาสวดในหอประชุม จะเป็นวันไหนก็ตามชั้นปี
ชอบเครื่องแบบมากค่ะ ชอบชุดนักเรียนที่สุดเลย ใส่สบายที่สุดแล้ว
จำได้ว่าครูอารีย์บอกว่าออกแบบชุดให้ใส่สบายจริงๆ โดยเฉพาะตอนกินอิ่ม ((ฮา))

รักและผูกพัน ภูมิใจที่เป็นชาวน้ำเงินแดง

#11 By ~ Reinz ~ on 2007-06-22 22:54

คนสวยมาแล้ววววว....

อยากรุว่าคนไหนให้ทายเอาละกันนะเคอะ!!

ใครทายถูกจะแจกจุ๊บ1ที..5555 (ล้อเล่นนนน!!!)

ปล. ฉันก้อไม่ได้สวยขึ้นเหมือนหล่อนแหล่ะัย่ะ แค่สวยมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว โฮะๆๆ

#12 By คนที่หนึ่ง (125.25.130.30) on 2007-06-22 23:33

หืม...ใครเรียกชื่อเราหว่า จามจังเลย พอเปิดบลอคออกมาดู กรี๊ดดดดดดดดดด โรงเรียนขา หนูคิดถึงจังเลยยยยยยยยยยยยย ฮือๆๆๆ

พี่จบรุ่นไหนก็ไม่รู้นะ เพราะตอนม. 6 พี่เรียนได้ ถึงช่วงมิถุนาเองจ้ะ ก็บินไป AFS ที่อเมริกา แต่ถ้าอยู่ก็คือจบตอนเดือน 2 ปี 2540 น่ะ
เข้าเรียนตอนป. มูล คือเตรียมประถม ซึ่งรุ้นของพี่เป็นปีสุดท้ายที่มีป. มูลกันเรียนอยู่ 12 ปีกับอีกเกือบ 2 เดือน (หุหุ ไว้ไปแตกเอนทรี่มั่งดีกว่า ขอเวลาพิมพ์สัก 2-3 วันนะคะ)

ประวัติส่วนใหญ่น้องหมีก็เล่าไปแล้ว พี่พิมพ์เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ แล้วกันนะคะ แล้วจะเล่าเรื่องสมัยพี่ด้วย

ปกติแล้ววันงานรื่นเริงนั้นจะจัดกันวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี แต่เห็นว่าปีนี้จะจัดแปลกออกไป ==> น้องแยมบอกมา เมื่อสมัยที่ท่านชายท่านหญิงนั้นยังทรงมีพระชนอยู่ ท่านทั้งสองประทับอยู่ที่เรือนทูลกระหม่อมมหิดลประทานในบริเวณโรงเรียนนี่แหละค่ะ โดยห้องนอนจะอยู่ชั้น 2 ตอนเช้าพอท่านตื่น สัก 7 หรือ 8 โมงนี่แหละค่ะ ท่านชายจะเสด็จออกมาที่ระเบียงเพื่อโปรยเหรียญเงินให้เด็กๆ นักเรียนกัน เพราะเป็นวันคล้ายวันเกิดของท่าน ก็จะมีนักเรียนทั้งประจำและไป-กลับมารอเก็บเหรียญกันเป็นที่สนุกสนาน

โดยที่นักเรียนทั้งโรงเรียนจะร้องเพลงประจำโรงเรียนที่หน้าเรือนให้ท่านฟัง ใครที่เป็นชาวเขมะฯ ต้องร้องได้แหละ
... พวกเราชาวเขมะฯภาคภูมิใจ
ที่เราได้ศึกษาน่าเปรมปรีย์
จากเขมะสิริวิชาดี
เป็นเพราะมีครูผู้เชี่ยวชาญ...
แล้วนักเรียนแต่ละห้องแต่ละชั้นก็จะจัดการแสดงมาถวายท่านกัน ใครแสดงได้ดี รำได้สวยก็จะมีรางวัลด้วย

เรื่องเรียนมารยาท และการสอนคุณปุ๋ยนั้น ของจริงแท้แน่นอน 100% ค่ะ ถ้าพี่จำไม่ผิด จะเป็นนักเรียนเก่าของโรงเรียนเราเอง สมัย ท่านหญิงท่านชายยังอยู่ด้วยมั้งคะ เห็นว่าเป็นคุณหญิงด้วย สังเกตง่ายๆ เคยดูวีดีโอตอนคุณปุ๋ยประกวดไหม เธอย่อไหว้สวยมาก ที่สำคัญส้นเท้าไม่เปิดค่ะ ทั้งๆ ที่ใส่ส้นสูงนะ พี่ก็ไม่เคยย่อไหว้แบบเปิดส้นเลย มีแต่คนชมว่าพี่ไหว้สวย

นายพี่เวลามีแขกมา พี่ไหว้ใครมีแต่คนออกปาก อุ๊ยคุณคอนนี่ เลขาคุณไหว้สวยมาก เรียนที่ไหนมาจ๊ะหนู ใครสอน พี่ยิ้มหวานบอกขอบคุณแล้วตอบเต็มปากเต็มคำเลยว่า หนูเรียนที่โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ค่ะ ตั้งแต่เตรียมประถมจนจบชั้นมัธยมปลายเลย ทุกคนที่เป็นคนไทยทั้งมีอายุและยังสาวร้องอ๋อทุกคน นายพี่หย้าบานเลย มีคนชมคนของตัวเอง

สมัยพี่เรียนนั้น คาบสุดท้ายของวันพุธคือกิจกรรมที่ทุกคนต้องเลือกชมรมค่ะ แล้วม. 1 - ม. 6 จะต้องส่งตัวแทนห้องละ 2 คน ไปเข้า พี่ก็ไปตั้งแต่ ม. 4 - ม. 6 เลย ถึง ม. 6 จะไปไม่กี่ครั้งเพราะต้องไปอเมริกาซะก่อนก็เหอะ
น้องๆ จ๋า น้องบางคนว่าแค่เดือนละ 2-3 ครั้งตอนเช้าน่ะโหดแล้ว พี่จะบอกให้ว่า การเรียนตรงนั้นช่วยได้เยอะขนาดไหน ตอนนั้นวันมหิดลจะเลือกคนจากกิจกรรมไปตั้งแต่ ม. 1 - ม. 6 ไปวางพวงมาลาค่ะ พี่ก็ไปเหมือนกันเดินลงจากรถ ไม่มีการต้องบอกกันเลยว่าให้จัดแถว เตรียมตัว ไม่มีค่ะ ทุกคนเดินแบบรู้หน้าที่ แถวตรงมาก ไม่ต้องวัดตำแหน่งอะไรเลย ไม่มีค่ะ
พอเดินถึงที่ คุณครูให้สัญญาณ ก็ลงนั่งกับพื้นร้อนๆ แดดเปรี้ยงๆ คนเต็มลาน แพทย์ พยาบาลเดินกันขวักไขว่ ไม่ต้องตะโกนบอกด้วยนะ ทั้งหมดหมอบกราบตามสัญญาณ เรียบร้อย จะเดิน จะนั่ง จะหมอบ จะกราบ งดงาม เพียบพร้อม อ่อนช้อยสมเป็นกุลสตรีไทย ทั้งลานเงียบกริบ ทุกคนหยุดยืนดูหมดเลย
น้องลองคิดสิว่ามันน่าภูมิใจไหม แพทย์ พยาบาล คนไข้ ญาติคนไข้ ทุกคนหยุดยืนดูด้วยความชื่นชมเพราะเราจะเยื้อง จะกราย ก็งดงาม ดูดีมีสกุลรุนชาติ มีตระกูลเผ่าพงศ์คอนสั่งคอยสอนให้กิริยามารยาทงดงาม
พอเดินกลับมีแต่คนยิ้มให้ แล้วพี่ได้ยินเสียงคนถามไล่หลังว่านักเรียนโรงเรียนไหนคะ (รู้สึกจะถามคุณครูดวงใจนะ) พอคุณครูบอกว่าโรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ค่ะ คนแถวนั้นก็ร้องว่า มิน่าล่ะถึงอบรมเด็กแต่ละคนถึงได้ดีขนาดนี้ โหยพี่นะแทบจะลุกขึ้นมาเต้นระบำรำฟ้อน ร้องกรี๊ดด้วยความดีใจ แต่ก็ต้องเก็บหางสุดฤทธิ์ แล้วเวลาเดินนะ ก็ไม่ใช่จะทำหน้าเป็นปลาตาย ต้องอมยิ้มนิดๆ ให้ดูดี มีความเป็นคน ไม่ใช่หุ่นยนต์ แต่ก็อย่าเกินงามจะเป็นกึ่งโปรยเสน่ห์ อันนั้นน่าเกลียดค่ะ
ชักยาวแฮะ กดส่งก่อนละกันนะ เดี๋ยวมาต่อ เรื่องโรงเรียนนี่คุยกันไม่จบไม่สิ้นค่ะ

#13 By kurumi on 2007-06-23 00:37

แหะๆ แอบไปพิมพ์เอนทรี่ของตัวเองบ้าง ไว้ไปเยี่ยมชมกันบ้างนะคะ แบบว่าอันนี้ขี้เกียจพิมพ์อ่ะ
http://forever16.exteen.com/20070517/entry
เอ้าเด็กเขมะฯ แสดงพลังกันหน่อย

#14 By kurumi on 2007-06-23 02:45

อ่าาา.. ขอเสริมอีกนิดค่ะ (พูดซะหวานมะๆ)

เพลงประจำโรงเรียนที่มีชื่อว่าเขมะรำึลึก น่ะคะ เป็นเพลงที่แปลงเนื้อร้องมาจากเพลง Come Back To Sorrento หรือที่เรารุจักกันในชื่อของอิตาลีคือTorna A Surriento ค่ะ เพลงนี้จะมีทำนองเพลงที่ไพเราะมากๆ เป็นเพลงที่มีจังหวะวอล์ซค่ะ ฟังทีไรก้อจะคิดถึงโรงเรียนทุกที..
ถ้าใครยังนึกไม่ออกก้อลองย้อนนึกถึงละครปริศนา เวอร์ชั่น ติ๊ก เจษฏาภรณ์-เทย่า
ตอนที่คุณชายกำลังเต้นรำกับปริศนาในงานอะไรสักอย่าง เขาจะเล่นเพลงนี้ตลอด หรูมะๆ เพลงนี้ Frank Sinatra ก้อเคยได้ขับร้องเพลงเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษด้วย!!

ยังไงๆก้อลอง search เพลงมาลองฟังแต่ทำนองก้อได้นะคะ.. เพราะค่ะ ขอบอก!!!

#15 By คนที่หนึ่ง (125.25.205.183) on 2007-06-23 06:37

^
^
นังหนึ่งพูดเพราะ ตัวปลอมแหงเลย...
แหงบๆ พี่กะลังนึกเนื้อเพลง ศรีศุโชคไม่ได้ทั้งหมดแหละทีเพลงเขมะฯ รำลึกล่ะนึกได้ เวรจริง
...ศรี ศรีศุภโชค ศรี ศรีศุภชัย
วันนี้มีงานการใหญ่ คล้ายเป็นวันมิ่งมงคล
ขอเชิญ...
อะไรสักอย่าง
กรี๊ดดดดด อัลไซเมอร์ ต้องมีทำนองหรือใครขึ้นต้นอ่ะ พี่ยิ่งเบลอๆ อยู่ นี่อยู่ที่ทำงานด้วย โฮก ใครก็ได้ หาเนื้อหรือต่อเนื้อให้พี่ทีสิ

เพลงเขมรัฐกะแขกเชิญเจ้าอีก ลืมอ่ะ ต้องมีคนขึ้น แปลกนะ ถ้าไม่ตั้งใจนึกล่ะร้องได้จบเลย แต่พอจะนึกมาพิมพ์อ้าวนึกไม่ออก โฮ

เขมรัฐนี่จำทำนองได้เลย ออกจะเร็วผิดเพลงอื่น เมื่อก่อนนะ เขาจะเปิดกรอกหูพวกเราเช้าๆ ทั้ง 4 เพลงเลย ตอน 8 โมงน่ะ เสียงเพลงเรียกเตรียมตัวลงมาเข้าแถว พี่ว่าหมีน้ำตาลก็น่าจะทันนะแต่อาจจะสมัยประถมอะไรแบบนั้น

พี่ทันสมัยที่ยังไม่สร้างหอประชุมด้วยซ้ำ เคยเรียนแล้วมีเสียงก่อสร้างช่วยสอนไงน้อง ประถมต้นนะ

ตอนขึ้นม. 4 เขาก็คัดเด้กออกเลย ครึ่งหนึ่ง พี่กับเพื่อนๆนะ ร้องไห้กันจะตาย แถมตอนนั้นมีแค่ 3 สาย คือมีแค่ฝรั่งเศส สมัยนี้เห็นว่ามีเพิ่มอีก 2 ภานี่ อิจฉาจัง

ใครก็ได้หาให้พี่ที โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ

#17 By kurumi on 2007-06-23 19:17

...ศรี ศรีศุภโชค ศรี ศรีศุภชัย
วันนี้มีงานการใหญ่ คล้ายเป็นวันมิ่งมงคล
ขอเชิญเทพอภิบาล จงโปรดประทานลาภผล
ขอให้ท่านสุขกาย ให้ทรงสบายพระกมล
ขอให้ยืนยาวชนม์ อยู่กว่าร้อยขวบกาล... บลาๆๆ

พอจำเนื้อร้องได้อ่ะ แต่ไม่รุว่าจะถูกรึเปล่าหลังจากนี้ ดีไม่ดี หลังๆนิจะสลับผิดท่อนอีก ไม่กล้าเอาลง...

อีจตุ!!
ผิดหรอยะ ที่หนึ่งจะพูดเพราะน่ะ...
เมื่อวานนี้หนึ่งเจอรักแรกอึ๊ยมาย่ะ!!!
โอ...เพื่อนพี่หวังเหยา รุ่นพี่ที่คณะโคตรหล่อว่ะ!!!
พูดภาษาไทยได้ด้วย โฮะๆๆ เห็นแล้วละลาย..

#18 By คนที่หนึ่ง (125.25.194.156) on 2007-06-23 20:58

...ศรี ศรีศุภโชค ศรี ศรีศุภชัย
วันนี้มีงานการใหญ่ คล้ายเป็นวันมิ่งมงคล
ขอเชิญเทพอภิบาล จงโปรดประทานลาภผล
ขอให้ท่านสุขกาย ให้ทรงสบายพระกมล
ขอให้ยืนยาวชนม์ อยู่กว่าร้อยขวบกาล
ให้ศัตรูพ่ายแพ้ ให้มีแต่รุ่งเรือง
เกียรติศักดิ์ฟุ้งเฟื่อง ชั่วกัลปาวสาน

น้อมใจพร้อมใจ มาช่วยอวยชัยในวันมงคล
น้อมใจพร้อมใจ มาช่วยอวยชัยในวันมงคล
ให้พระชนม์ท่านยืน ให้พระชนม์ท่านยืน
ชุ่มชื่นฤดี ชุ่มชื่นฤดี
สุขเกษมเปรมปรีดิ์ ให้ทวีลาภผล
ทั้งเกียรติทั้งยศ ทั้งเกียรติทั้งยศ ปรากฏแก่ตน
หวังใดให้ยล(ดล)ดุจ(จะ)หวังดั่งปอง

พรใดไพจิตร เสมือนดังใจข้าคิด
ขอทวยเทพทรงฤทธิ์ มาช่วยประสิทธิ์พรสนอง
โชคชัยยิ่งล้ำ ดั่งคำข้าพร้อง
ปวงชนแซ่ซร้อง เกียรติก้องเกริกไกร

ขอจงประสบศุภโชค สุขสันติสุขนิรทุกข์ภยันตราย
ขอจงดำรงชีพยืนยง อีกทั้งเกียรติยศปรากฏทั่วทิศถิ่นไทย

- - - - - - - - -

ขอบคุณคุณคนที่หนึ่งที่พิมพ์มาครึ่งเพลงนะคะ ประหยัดเวลาไปเยอะ (หัวเราะ) เออ...ฉันสงสารคนที่แกไปปิ๊งเขาว่ะ ทีแรกฉันอ่านเป็นเหยาหมิง ก็ว่าแกจะไปปิ๊งยีราฟหรืออย่างไร

- - - - - - - - - -

แขกเชิญเจ้า

เหล่าข้าพระบาท
ของวโรกาสสุรฤทธิ์อดิสร
ขอฟ้อนส่ายรำร่ายถวายกร
ถวายพระพรแทบพระบาทา

ผู้ทรงพระคุณ ยิ่งบุญบารมี
ทั่วเขมะนี้สุขพร้อมถ้วนหน้า
เฉลิมพระเกียรติพระชน-
มายุยืน สำราญฤทัย

สุรศักดิ์ประสิทธิ์
สุรฤทธิ์กำจาย
ทรงสบายวรกาย
ทรงสบายพระทัย

ถวายอินทรีย์ต่างมาลีบูชา
ถวายดวงตาต่างประทีปจำรัสไข
ถวายดวงใจต่างธูปหอมจุณจันฑ์

ถวายดวงจิตอรรถฤทธิ์วรคุณ
ที่ทรงการุณผองข้ามาแต่บรรพ์
ถวายชีวันรองบาทจนบรรลัย

สุรศักดิ์ประสิทธิ์
สุรฤทธิ์กำจาย
ทรงสบายวรกาย
ทรงสบายพระทัย

ร่วมกันร้องทำนองลำนำ
ร่วมกันร้องทำนองลำนำ
มาฟ้อนมารำให้รื่นเริงใจ
มาฟ้องมารำให้รื่นเริงใจ

ร่วมกันร้องทำนองลำนำ
ร่วมกันร้องทำนองลำนำ
มาฟ้อนมารำให้ถูกพระหทัย
มาฟ้องมารำให้ถูกพระหทัย

ให้พร้อมให้เพรียง เรียงระดับ
เปลี่ยนสับ ท่วงทีหนีไล่
เวียนไปได้จังหวะกัน

บ้างก็ฟ้อนส่ายกรีดกรายออกมา
บ้างก็เริงร่าทำท่ากางกั้น
เข้าทอดสนิท ไม่บิดไม่ผัน
ผูกพัน..ผูกพัน สุขเกษม
ปลื้มเปรม ปลื้มเปรมปรีดี


อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก
พี่ร้องทีผิดคีย์ออกไปไกลถึงทะเลจีนใต้เลยอ่ะ ศรีศุภโชคนี่มีตกไปนิดป่ะ ว่าต้องสร้อยตรงไหนป่ะเนี่ย พี่ว่าเหมือนมันตกเครื่องหมายสร้อยอ่ะ หรืออัลไซเมอร์อีกแล้ว กรี๊ด

แขกเชิญเจ้าจำท่อนแรกไม่ได้ว่าจังหวะวรรคที่ 4 คือแบบไหน นอกนั้นได้นะ ยกเว้นคีย์ที่ออกทะเลไปแล้ว เอ... มันวกไปสร้อยป่ะตอนท้ายอ่ะ อืมมมมม แก่แล้ว

หมีจ๋า ยังขาดเขมรัฐนะน้อง อีก 1 จ้า อีก 1 เอามาให้ครบ พี่จะได้ไปเปิด cat. ใหม่เอาเอนทรีเขมะเลยไหมน้อง หรือเอาบลอคใหม่เอารวมชาวเขมะ โฮะๆๆๆ

นัท KMS # 64 (620, AFS - USA#35)

#20 By kurumi on 2007-06-23 22:59

พวกชาวเขมรัฐ นี้ล้วนแต่พลัดบ้านเมืองเข้ามา
พวกชาวเขมรัฐ นี้ล้วนแต่พลัดบ้านเมื่องเข้ามา

บุกป่าฝ่าดง มุ่งตรงมานี้ี
เพื่อเห็นแสงสี เมืองศรีสง่า
รู้สึกตื่นเต้น ได้เห็นเมืองงาม
ที่เราพยายาม ไม่เสียแรงมา

พวกชาวเขมรัฐ นี้ล้วนแต่พลัดบ้านเมืองเข้ามา
พวกชาวเขมรัฐ นี้ล้วนแต่พลัดบ้านเมืองเข้ามา

บลาๆๆ

จตุต่อที...

#21 By คนที่หนึ่ง (125.25.194.156) on 2007-06-23 23:29

รุ่นพี่เขมะนี่เอง ขอบคุณที่คอมเม้นบลอกนะคะ
อ่านแล้วรู้สึกรักโรงเรียนยิ่งกว่าเดิมอีกค่ะ เราเองก็จะจบม.6ปีนี้แล้วค่ะ

ตอนนี้โรงเรียนครบรอบ 75 ปี มีการปรับเปลี่ยนในหลายๆอย่างค่ะ
ที่ชอบมากคือมีการอัดเพลงโรงเรียนใหม่ ยังรับประกันความเพราะค่ะ ฟังแล้วรู้สึกเหมือนอยู่ในโบสถ์ อลังการมาก

ขอแอดบลอกหน่อยนะคะ

ปล.ถูกใจที่พี่พูดเรื่องเครื่องแบบมากเลยค่ะ อยากให้รุ่นน้องได้ฟังกันจัง

#22 By Ares on 2007-06-27 23:42

เพิ่งมาแปะ

แป๋มก็เรียนโรงเรียนสตรีมา เซนต์โยเซฟ บางนา แล เท่าที่จำได้ ก็มีการเรียนมารยาท แต่ไม่ถึงเข้มข้น นึกเสียดายไม่น้อย

เมื่อมาเรียนโรงเรียนรัฐบาล ที่นักเรียนแทบจะเข้าแถวไม่เป็น ข้าวกินแล้วไม่เคยเก็บจาน เดินผ่านครูก็แทบจะชน เล่นบอลในห้อง ดีดกีต้าร์กลางคาบทั้งๆที่ครูสอนและร้องเพลงกลบเสียงครู อบรมเท่าไรก็ไม่ได้ผล

แต่ที่นี่คือสังคมอีกแบบ ครูได้พยายามกล่อมเกลาอย่างที่สุด เด็กที่ดีก็มีมาก น่ารักมากๆ เด็กไม่ดีก็มีเยอะ แต่ก็ต้องมองไปที่ภูมิหลังของเด็กคนนั้น

เด็กที่แต่งตัวเปรี้ยวจัด แก้มแดง ปากก็ร้าย ชอบนินทา ท้าตบ เป็นเด็กที่ครอบครัวมีปัญหาจริงๆ บางคนเห็นพ่อแม่แล้วก็ตกใจ พ่อแม่ประเสริฐเหลือเกิน แต่เอาลูกไม่อยู่เพราะมีคนเดียว ลูกคือราชินีของบ้าน บางคนเราก็ต้องหนักใจเพราะแม่ก็กรายกรีดยิ่งกว่า ลูกไงแม่งั้นเลย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องลงโทษลูกสาวแสนสวย(เหรอวะ)ของเขาด้วย ลูกเขาออกจะบอบบาง (ก้าง) น่าสงสาร (เหอะ) ได้เห็นเลย ร้อยพ่อพันแม่

เคยมีกรณีที่น่าเวทนา คือ กรณีลูกสาวหนีไม่มาเรียน ได้ความว่าหนีไปบ้านเพื่อน เมื่อมาคุยที่โรงเรียน สิ่งที่พ่อทำกับลูกคือตบจนลูกกระแทกพื้น ด่าอย่างรุนแรง แล้วจะกระทืบซ้ำ พ่ออารมณ์ร้ายอย่างน่ากลัว ก็ไม่รู้ว่าเขาทำเพราะเขาเสียใจกับลูกมาก หรือเพราะเขาเป็นเช่นนี้จนลูกเองก็ทนไม่ไหว ลูกสาวร้องไห้กอดขาพ่อแล้ว พ่อก็ยังด่าลูกออกปากตัด

ครูต้องมารั้งพ่อออกไป ในขณะที่แม่ก็ได้แต่ร้องไห้

เราได้เห็นเด็กที่คิดหลากหลาย ความเก่งและเกรดก็ไม่ได้บ่งว่าคนนั้นจะรอดได้ในสังคม และมีสมองแค่ไหน

วิชาสังคม ม.หก อาจารย์ที่สองห้องเลขคี่(คนละคนกะเราที่เป็นเลขคู่น่ะ) ให้โจทย์เป็นข้อเขียน ถามว่าจะใช้หลักธรรมใดมาแก้ปัญหาภาคใต้ได้

ห้องหนึ่ง ที่พวกอาจารย์ชมนักหนาว่าเก่ง ฉลาด ดีเด่นนู่นนี่ ได้ดีสุดก็แค่ 19/20 ไม่กี่คน แต่ห้องสุดท้ายที่อาจารย์ตราหน้าว่ามันคือส่วนเกิน โดด กุ๊ย ไร้สมอง สามารถตอบปัญหาด้วยดวงตาที่"เข้าใจ" และ ความคิดที่เปิดกว้าง ยอมรับ ตอบง่ายๆนะ ศีลห้า ธรรมดาเหลือเกิน อริยสัจสี่นี่แหละ รู้แค่สองอย่างนี่ แต่เป็นพื้นฐานของการแก้ความขัดแย้งทุกอย่าง

ห้องอื่น โชว์ภูมิ อ่านเยอะ ลอกจากที่อ่านตำราเลย แต่พวกเขาเอาสิ่งที่เห็นและรู้สึกตอบ

ไม่แปลกเลยที่อาจารย์จะแจกเต็ม และอาจารย์ก็ยุติธรรมกับพวกเขามากด้วยการเป็นทนายแก้ภาพลบของพวกเขา

มันเป็นเรื่องแปลกนะ คือ ปกติพวกหนุ่มๆห้องนี้จะเข้าไปสอบแบบส่งๆไปเหอะ กาๆแล้วออกมานั่งร้องเพลงดีดกีต้าร์ให้อาจารย์มาเอ็ดตะโร ต้องคอยเดินแซวห้องอื่นเพื่อแกล้งสนุกๆ แต่พอวิชาสังคมวิชานั้น มันมีความเงียบและจริงจังในการทำข้อสอบ

และทำให้อาจารย์ไม่ผิดหวังเลย


"ผมใช้สมองไม่ค่อยเก่งหรอก แต่ถ้ามีอะไรที่ต้องใช้แรง พวกผมจะช่วยเต็มที่"
แล้วพวกเขาก็ทำจริงๆ เวลามีงานต้องการคนเล่นดนตรีก็มาบอกให้มันเล่น มันก็ทำเลย เวลาต้องลงมือทำสักอย่าง พวกบอกว่าเป็นเด็กเรียนก็ไม่เคยมาช่วย อ้างว่าจะต้องเตรียมเอนท์(ก็ไม่ให้มันสอบติดอะไร) พวกห้องสุดท้ายที่ตั้งใจจะเรียนมหาวิทยาลัยต่อก็ติดที่ดีๆทางวิชาชีพกันตัดหน้าห้องอื่นแล้ว คนที่ไม่เรียนต่อก็ประกอบอาชีพสุจริตได้


เพื่อนโรงเรียนเก่ามาเจอเราก็ตกใจหน่อยที่เราสู้คนมากขึ้น คำด่าสบถหยาบอะไรรู้หมด ทันคนมากขึ้น เพราะที่โรงเรียนเราก็เหมือนสังคมจำลอง มันมีความจริงที่ไม่เฟค ไม่เรียบร้อยก็ไม่เรียบร้อย(แม้อาจารย์จะพยายามจะทำให้เหมือนเรียบร้อย)

ทุกวันนี้ก็ภูมิใจกับโรงเรียนตัวเองนะ แม้จะเหมือนโรงเรียนเถื่อนๆ แต่ก็เป็นที่ที่เราเจออะไรมากมาย แม้จะแค่สามปีที่อยู่ก็ตาม แต่ก็หล่อหลอมหลายๆอย่างให้ เรื่องรักพี่น้องนี่สำคัญ เราอาจจะดุ และเป็นพี่ที่ดุ แต่เราก็สามารถฮากับน้องได้ เข้ากับน้องได้ น้องก็เข้ามาหาบ้างคุยกับเราบ้าง มีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกดี

ปีนี้น้องสอบเข้าจุฬาฯได้เจ็ดคน โอ้ว พี่มันแทบจะพากันปิดร้านเลี้ยง มันดีใจง่ะ ปีนี้ได้หันไปยิ้ม แล้วยักคิ้วใส่พวกห้องหนึ่งเพื่อนกัน ไงละเอ็ง ปีที่แล้วปล่อยพวกวิทย์ได้หน้า เข้าได้สี่คน ปีนี้ห้องจีนฉันได้สามคนฟร่ะ (จากปีที่แล้วที่เป็นเราคนเดียวจากสายศิลป์ภาษา-เด็กจีน-ที่ได้ นอกนั้นวิทย์หมด กับห้องศิลป์คำนวณ)

ได้เจอน้องที่แป๋มไดแนะแนว เขาติดคณะที่อยากเข้าในจุฬาฯมาสวัสดี และขอบคุณ

#23 By KuRiKa on 2007-06-28 00:24

คิดถึงโรงเรียนที่สุดเรยพี่น้ำตาล
รู้สึกเหมือนกันว่า เราได้อะไรจากที่นี่เยอะมากๆ
เพลงเป็นเด็กประจำด้วย
รักที่นี่เหมือนเป็นบ้าน เป็นครอบครัวที่อบอุ่น

พอจบออกมาแล้ว...มองกลับไป
รู้สึกดีจริงๆ ที่โชคชะตาฟ้าลิขิตให้ได้มาเรียนที่นี่
ความเป็นเขมะ มันหล่อหลอมให้เราเป็นเราอย่างทุกวันนี้
ภูมิใจ จริงๆกับเลือดน้ำเงินแดง
ภูมิใจที่จะบอกใครๆว่า ...เราเป็นเด็กเขมะ...

#24 By pleng (124.121.64.209) on 2007-07-08 23:08

เข้ามาเสริชชื่อโรงเรียน เลยเข้ามาเห็นบล๊อกของน้อง คิดว่าเป็นน้องนะคะ ขอบอกไม่รู้ว่าจบรุ่นไหน รุ่นน้องทราย เจริญปุระ 1 ปีอะค่ะ ถ้าเป็นรุ่นพี่ก็ขออภัยจริงๆค่ะ รุ่นที่เปลี่ยนระบบสอบเอ็นเป็นปีแรกอะค่ะ
อยากบอกว่าเขียนดีมากเลยค่ะ อ่านแล้วนึกถึงตอนอบรมมารยาทตอนเช้าๆ ขี้เกียจมากๆเลยค่ะตอนนั้นน่ะ แล้วนึกถึงครูที่สอนนะคะ
ครูอ้อ สุดสวาท ได้ข่าวว่าลาออกไปแล้ว แล้วก็ครูฝ่ายปกครองทั้งหลายทั้งครูอารี ครูธาริณี เห็นแล้วต้องรีบเอามือตะปปหัวว่ามีอีวิทอยู่บนหัวหรือเปล่าเนอะ ขอบอกหมดอีวิทไปเป้นกระบะแล้วมั้ง คิดแล้วเสียดายเงิน

ไว้เข้ามาอ่านอีกค่ะ อ่านแล้วรู้สึกดีค่ะ

#25 By b_jangs@yahoo.com (125.24.141.21) on 2007-07-18 20:01

นึกถึงโรงเรียนเลย search มาเจอบล็อคของน้อง..ขอบคุณมากที่ทำให้ความหลังวันเก่าๆๆหวนกลับมาอีก พี่เองก็เรียนป.1-ม.6 เหมือนน้องเลยบ่นด่าไปเรื่อยแต่พอจบมารู้เลยว่าที่นี่ให้มากกว่าการศึกษา ให้เพื่อน ให้เลือดขส.ติดตัวมา...พี่พลีส

#26 By (58.9.139.138) on 2007-07-27 17:50

ว่าจะแค่แวะเข้ามาอ่านแล้วเม้นต์รวบยอดทีเดียวหลังสอบ แต่เห็นหัวข้อนี้แล้วอดไม่ได้ค่ะพี่ แหะๆ

คิดถึงโรงเรียนยังไม่มีสีจริงๆเลยค่ะ T ^ T ตอนแรกดูภาพแล้วงงเห็นลายไม้...เอ นี่มันห้องเรียนยุคไหนหนอ
เพราะตอนนี้มันเป็นสีเขียว/สีแดงกันไปหมดแล้วค่ะ
ขนาดกระดานดำยังทาสีทับ

แล้วก็ช่วงปีที่แล้วมีการเปลี่ยนแปลงพอดูเลยค่ะ...จำได้ว่าหลังๆเริ่มสวดมนต์กันแบบไม่เปิดแอร์ เปิดแต่พัดลม = =" หรือตอนนั้นมันหน้าหนาวน้อ?

ส่วนเรื่องมรรยาทนี่เพื่อนเล่าให้ฟังว่าตอนไปสัมภาษณ์มีแต่คนชมค่ะ พอเอาไปเล่าให้ครูดวงใจฟัง ครูท่านปลื้มใหญ่
เป็นอะไรที่ติดตัว ไม่มีวันลืมจริงๆค่ะ

...อ่านกี่ทีก็คิดถึงค่ะ...ไว้วันหยุดนี้กลับไปอีกซักรอบดีกว่า~

ปล.เห็นรูปถ่ายชุดระบำสเปนแล้วเลยนึกขึ้นได้ว่าปีนั้นประทับใจชุดนี้มากที่สุดค่ะ สุดยอด > <b

#27 By YammY on 2007-07-30 13:09

55 มาเฟียหรือนี่ เราเปนสิดเขมะรุ่นที่ 75 ก้าบบบบบบบบ ครูใจดีมากๆ(บางคนนะ)เราชอบพี่แพรวอะ 55 เขินๆๆๆๆ เราอยากต่อม.4ที่นี้แต่ไม่รู้จะต่อม.4ได้อะป่าว(รุ่นพี่บอกหน่อยดิ) // *-* // อยากรู้ว่า...

#28 By ตุ๊กตา (58.9.165.237) on 2007-08-02 19:09

#29 By (58.9.96.34) on 2007-08-14 18:08

พี่ นู๋เปงเด็กรุ่น75 (ม.6ปีนี้)

อ่านแล้วทราบซึ้งมากๆ ค่ะ

.
.

เพื่อนส่งมาให้อ่าน
แล้วจะส่งให้เพื่อนๆหลายคนอ่านอีกเยอะๆ

ถูกใจที่พูดถึงเครื่องแต่งกายมากๆ
เดี๋ยวนี้กระโปรงเหนือหัวเข่าแล้ววว วว ว ว
(โอ้โห น่ากัวมากๆ 55 5+)

#30 By ••,, ploize__* (58.9.152.134) on 2007-08-20 23:25

เรียนอยู่ป.3/4 เขมะสิริฯ

#31 By (58.9.165.124) on 2007-08-21 18:17

อ่านแล้ว คิดถึงความหลัง หลายปีมาแล้ว คุณครูพิมพา ยังจำลูกศิษย์ชื่อเหมือนคุณครูอรือเปล่านะ แต่ลูกศิษย์คนนี้ยังจำคุณครูได้เสมอ คุณครูพูดว่า "นี่เธอชือเหมือนฉันเลยนะ"

#32 By (203.157.219.13) on 2007-08-30 11:51

อ่าน blog ของน้องแล้วคิดถึงโรงเรียนจังเลยค่ะ พี่จบม 6 ปี 42 จำได้เลือนๆว่าเป็นรุ่นที่สองที่ใช้ gpa หรือไงเนี่ยแหละค่ะ ได้ยินมาว่าปีนี้โรงเรียนจะจัดงานครบรอบ 75 ปี ยังสงสัยอยู่ไม่รู้เพื่อนๆจะไปไหม

#33 By mimosa (124.170.125.192) on 2007-10-04 21:28

ได้มาอ่านอันนี้แล้วรู้สึกคิดถึงโรงเรียนมากขึ้นไปอีกค่ะ

เพิ่งจบไปเมื่อปีที่แล้วนี่เองนั่งรถผ่านโรงเรียนทีไรเป็นต้องชะเง้อ

ปีที่แล้วที่ได้ไปหมอบกราบที่ศิริราชมาตอนแรกๆก็มีเขินๆบ้าง

แต่พอทำเสร็จแล้วเป็นอะไรที่รู้สึกดีจริงๆ

เวลาได้ยินผู้ใหญ่พูดอย่างชื่นชมนี่ตัวอยากจะลอยขึ้นมาเลย

#34 By โบว์ (58.9.130.151) on 2007-10-21 21:41

หวัดดีค่ะ
พี่เป็นศิษย์เก่าถ้านับไม่ผิดคงรุ่น66 จบปี2541อ่ะ (แก่เชียว)
ผ่านมาโดยบังเอิญ อยากบอกว่าชอบที่น้องเขียนจัง
เรื่องเครื่องแบบโดนใจมาก หลายครั้งที่เห็นเด็กที่แต่งตัวไม่เรียบร้อย
ก็อดคิดไม่ได้ว่า สมัยก่อนมีน้อยมากๆ แค่ไม่กี่คนจริงๆ
กระโปรงก็ยาวกรอมเท้าทีเดียว สมัยนี้เปลี่ยนไปเยอะจัง
แต่เราก็ทันันนะ ได้อบรมมารยามกับครูดวงใจและครูประทินเหมือนกัน
ไม่มีที่ไหนให้เราเหมือนที่เขมะเลย ได้ทัั้งมารยาท และเพื่อนดีๆ
รวมทั้งน้องๆที่ดีด้วย เวลาเห็นคนไหว้ไม่สวยนั่งไม่งาม
ยังอดคิดไม่ไ้ด้ว่าน่าส่งไปเรียนกับครูทั้งสองท่าน
ประเพณีของโรงเรียนเราดีจริงๆ ดีใจนะที่ได้เจอรุ่นน้องมีความคิดดีๆเช่นนี้
เราเลือดน้ำเงินแดงเหมือนกันจ้า

#35 By พี่โบว์(รัง) (58.64.71.3) on 2007-10-24 04:03

เมื่อตอนประมาณปีหนึ่งปีสองที่มหาลัยศิลปากรวังท่าพระตรงศาลาดนตรีเนี่ย คณะดุริยางค์มาเล่นดนตรีแล้วก็เล่นเพลงนี้ ฟังแล้วซึ้งมากๆ คิดถึงโรงเรียนสุดๆ เป็นความรู้สึกที่พูดออกมาไม่ได้เรย ก็ยืนปลื้มอยู่คนเดียว (เพราะไม่รู้จะไปอธิบายให้ครัยฟังถึงจะเข้าใจด้วยแหล่ะ) เพราะทั้งบรรยากาศบวกกับความรู้สึกเนี่ย ยังรู้สึกได้ถึงทุกวันนี้เรย พอฟังเพลงนี้ก้อเรยคิดถึงทั้งมหาลัยแล้วก้อโรงเรียนด้วยเรยยย (^.^)vcry

#36 By xoxoxo (125.25.139.123) on 2007-10-24 23:37

ยาววววววววววววววววววมากกกกกกกกก

แต่ก็อ่านจนจบ

โรงเรียนที่มีประวัติยาวนาน มักจะสั่งสมสิ่งดี ๆ ไว้เยอะ ตั้งแต่อาคาร สถานที่ ไปจน ขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งเป็นสิ่งดี ๆ เสียมากนะ

ถ้ามีลูกสาว น่าให้เข้าโรงเรียนนี้เนอะ จะจำไว้เลย ค่าเทอมแพงป่ะเนี่ย ส่งหลานสาวไปเรียนก่อนดีกว่า แก่นเหลือเกิน

สมเด็จพระบรมราชชนกท่านทรงมีพระคุณเอนกอนันต์ต่อหลายวงการมาก รวมทั้งทหารเรือด้วย แอบปลื้มและซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ท่านทรงมีต่อกองทัพเรือเหมือนกันครับ

#37 By เจ้าชายน้อย on 2007-10-28 15:44

อยากทราบที่อยุ่ของคุณครูบังอร คิดว่าท่านเลิกสอนไปแล้วมั้งคะ ถ้าใครมีช่วยบอกหน่อยนะคะ เพราะอยากทราบข่าวของท่าน
รุ่น 2525

#38 By (24.218.12.150) on 2007-11-02 01:07

เป็นศิษเก่านานมากแล้ว แต่อยากกลับไปที่เขมะมากๆ ไม่รู้ว่าจะได้ไปเมื่อไหร่ ก็นานมากแล้ว ก็ตอนนั้นจะมีกลุ่ม atom ประมาณนั้น ก็อยากบอกว่าคิดถึงคุณครูและโรงเรียนนี้มากๆค่ะ

#39 By พี่เปิ้ล (61.90.156.115) on 2007-11-12 16:38

หวัดดีค่ะ หนูรุ่น79คะ วันนี้ได้อ่านบล็อกของพี่แล้วรุ้สึกรักรร.มากยิ่งขึ้นๆๆๆๆๆไปอีกคะ แบบว่ารุ้สึกภาคภูมิใจที่เราเองอยู่รร.นี้รุ้สึกเป็นเกียรติมากๆปีนี้ทางรร.ของเราได้จัดงาน75ปีดูค่อนข้างอลังการมากกกเท่าที่รุ้มาบอกว่าจะมีโต๊ะประมาณ250โต๊ะจัดงานวันเสาร์ที่17พย.ใครพลาดงานนี้คงเสียดายมากมาย รุ้สึกว่าพวกรุ่นพี่จะใส่ชุดเดรสกันมาด้วย ดูหรูนะค่ะตึกตอนนี้แบ่งเป็น2ตึก ตึกด้าน8ห้องและด้าน6ห