โดน Tag รอบสอง
posted on 15 Jan 2007 22:16 by shakri in shakriโดนรอบสองจากน้อง rena น้องผู้อ่านเฮาท่านหนึ่ง
และนั่นทำให้เราประสบสภาวะ "ตัน"
.
.
.
(ฮา) เขียนนิยายยังไม่เคยตันเลยอะ T[]T ไม่ได้ ไม่ให้เสียชื่อลูกหลานต้นตระกูลไทย เราจะต้องผ่านศึกครั้งนี้ไปให้ได้ (เอาใหญ่ละ)
.
.
1. เป็นคนขี้ลืมมาก หรือจะเรียกว่าสมาธิสั้นก็เป็นได้
เป็นคนที่ถ้าทำอะไรอย่างหนึ่งอยู่ แล้วจู่ๆ มีอีกเหตุการณ์มาตัดมาแทรก จะลืมในทันทีว่าไอ้ก่อนหน้านั้นเราคิดกำลังจะทำอะไรต่อไป หรือถ้าไม่สนใจไอ้เหตุการณ์ที่มาแทรก เราก็จะลืมมันเช่นกันว่าเมื่อครู่จะทำอะไรลงไป บางครั้งถึงกับเดินวนไปวนมาในบ้านตัวเอง หาว่ากำลังจะทำอะไรวะ
บางครั้งคุยๆ เอ็มอยู่ เพิ่งกดเรียกหน้าต่างพี่นักเขียนท่านหนึ่งมา เพื่อจะคุยเรื่องที่ตั้งใจและจำได้มากว่าอาทิตย์ แต่จู่ๆ แม่เรียก ฉิบหาย...ลืม ต้องบอกว่าพี่คะ หนูมีเรื่องจะคุยกับพี่ แต่ตอนนี้หนูลืมแล้วว่าจะพุดไร ยังไงตอนนี้หนูขอคุยเรื่องอื่นก่อนนะ (และหลังจากนั้นพักหนึ่งถึงจะจำได้ เร็ว 5 นาที ช้า อีกสองสามวัน หรืออาทิตย์ก็น่าจะเคย)
แต่ข้าพเจ้าไม่เคยลืมพล็อต หรือรายละเอียดนิยายที่กำลังเขียนอยู่เลยสักครั้ง คาดว่าสมองถูกใช้ไปในเรื่องนิยายหมด ส่วนอื่นๆ เลยพิกลพิการ ตามลำดับ
ในอีกเคส ใครที่เคยทำให้เจ็บใจ เราไม่เคยลืม นานเท่าไหร่ก็ไม่เคยลืม
โกรธยาก เหมือนหายง่าย แต่อาฆาตนาน และเจ้าตัวก็ไม่รู้ด้วย เราสามารถยิ้มให้ได้เหมือนปกติ
.
.
.
2. เป็นคนที่ "เดจาวู" บ่อยมาก
ทุกคนคงทราบว่าเดจาวูคืออะไร ไม่ทราบก็หาข้อมูลเอาเอง ดั๊นขี้เกียจ... (ฮา) อาทิตย์นึงเดจาวูหลายหนมาก รู้สึกเมหือนเรื่องนี้มันเกิดแล้ว และมั่นใจว่าเกิดแน่ๆ แต่เราก็คิดว่ามันเป็นเรื่องของกลไกทางสมองมากกว่าอย่างอื่น มีคนบอกว่า เดจาวู มันคือการที่สมอง restore ตัวเอง เนื่องจากมีข้อมูลอยู่มากในระบบประมวลความคิด แล้วเราก็ใช้สมองมาก ต้องจำโน่นจำนี่เดี่ยวกับนิยาย (ไม่ค่อยจด หรือพิมพ์เก็บไว้น่ะ) กระทั่งว่าย้อนไปข้อหนึ่ง คือลืมเรื่องของตัวเอง จำนิยายได้
โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง... (ไม่เข้าใจไปอ่านข้อแรกอีกรอบ)
อ๊ะ จะว่าไปเหมือนตอนรัฐประหารจะเดจาวูบ่อย 555 ก่อนหน้านั้นก็สมองฟั่นเฟือน เห็น ผบ.ทบ. บอกทหารจะไม่ปฏิวัติ หะหะ สงสัยสมอง restore ข้อมูล : P เขาว่าคำนักการทูต Maybe อาจจะเป็นได้ทั้ง Yes และ No แต่ทำทหารนี่ No คือ Yes ชิมิ?
.
.
.
3. ชอบดูดวง...จริงๆ นะ
เป็นคนชอบดูดวง...แบบ อยากรู้ว่าพื้นดวงเราเป็นไง อนาคต หน้าที่การงาน ชีวิต จะเป็นไงบ้าง ในองค์รวม ไม่ได้ชอบดูแบบว่าถ้าหนูเป็นงี้ หนูควรทำไงคะหมอ หนูต้องแก้นั่นไหม เสริมนี่ด้วยหรือเปล่า เราไม่ใช่แบบนั้นเลยล่ะ เป็นพวกดูดวงเพื่อความสนุกสนาน โดยเฉพาะเรื่องเนื้อคู่ ชอบดูมากกก (เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ตั้งความหวังเลย ถ้าดูเรื่องงานก็จะมีตั้งความหวังน่ะ) เคยดูไพ่ทาโรต์ และดูลายมือแถวท่าพระจันทร์ รายหลังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่อะ ลุงที่ดูแกแปลกๆ แต่ก็ชิลชิล ฮาฮา
กระนั้นลุงยังทำนายเพื่อนเราถูกแน่ะ แกบอกว่าเนี่ย เราจะเรียนทางบัญชีนะ เพื่อน(อีหมีฮกเกี้ยนที่ท่านรู้จัก)ก็นึกในใจว่า(มาบอกทีหลัง) บัญชีเหี้ยไร กูจะเรียนทางนิเทศ ทางสิ่งพิมพ์ พอเอาเข้าจริง มันติดนิติที่มอ.สงขลา ไปไม่ได้ เลยเรียนบัญชีที่ม.กรุงเทพ โอ้...ลุงไม่เบานะเนี่ย มาดูดีกว่าว่าลุงจะพูดอะไรกะเราบ้าง อันที่จริงเรื่องอื่นจำไม่ได้ จำได้แต่เนื้อคู่ (ฮา) เพราะคิดว่างานยังไงเราก็ทำของเราเองล่ะ
ตอนนั้นอยู่ม.6 ก่อนเอนท์ไม่กี่วัน มันเปรี้ยวมาก มันไปดูดวงก่อนเอนท์ 555 ก็ที่ห้องๆ แถวท่าพระจันทร์แหละนะ ก็ดูพื้นดวงไปเรื่อยๆ เรากับเพื่อนอีกสองคนคือ เอเลี่ยนและหมีฮกเกี้ยนจะมีพื้นดวงคล้ายกัน เพราะราศีเมษหมดเลย (ในกลุ่มมีเมษเสีย 4 คน ยิ่งไปกว่านั้นมีคนเกิดวัน เดือน ปี เดียวกันด้วย)
เรื่องเรียน...ถามไปว่า จะเอนท์ติดไหมคะ (โอ คำถามวัดใจ) ตอนนั้นเลือกอันดับหนึ่ง นิติ จุฬาค่ะ พลาดไปราว 10 - 15 คะแนนนี่แหละ (ผลของการไม่อ่านหนังสือไรเลย) ก็เลยคิถึงแต่จุฬาอะ เพราะเป็นอันดับหนึ่ง ลุงแกดูๆ ดวงหรือมือไม่รู้ ลืม แกบอกว่า
"ติด...แถวๆ นี้แหละ" ...ผลคงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าตอนนี้มันอยู่ไหน? (อันนี้ก็แม่นอะนะ)
เนื้อคู่...โอ อันนี้ฮา และได้ใจดั๊นมาก ลุงแกบอกว่าเนี่ย จะมีเนื้อคู่เข้ามาในชีวิต 2 ช่วงนะ คือตอนอายุ 19 กับ 21 แล้วแกก็บอกต่อว่า ไอ้ตอน 19 อย่าไปเอา รอ 21 ดีกว่า แล้วลุงก็ไม่บอกไรอีก ก็เลยถามว่าลุงคะ แล้วหลังจากนั้นล่ะ แกก็ไม่พูดไร เพื่อนก็ถามแทนว่า หมายความว่า 21 แล้วใช่เลย แกก็พยักหน้าหงึกๆ เพื่อนก็เฮกัน บอกว่าเร็วนะแก
*หมายเหตุ* ตอนอายุ 19 ไม่เห็นเจอหมามาชอบมารักสักตัว 555 ชิชะอุเหม่ดูดู๋ จะตรงได้ไงฟะ เคืองๆ (ฮา) รอดูตอน 21 ละกัน อีกราว 3 เดือนหน่อยๆ เมษานี้ก็ 21 ละ
ทีนี้แกบอกต่อว่าเนื้อคู่มีฐานะนะ...อยู่ด้วยกันจะพากันรวยเลยล่ะ (แน่สิคะ ถ้าลุงบอกว่าพากันจน ลุงคงกลัวหมีสองตัวล้มทับ) จากนั้นลุงทำหน้าเครียด ย้ำว่าเครียดมาก จนเราตกใจ ก่อนที่แกจะพูดเสียงต่ำๆ
"อย่าขึ้นเครื่องบินนะ"
เราก็ตกใจ เฮ้ย ทำไมวะ ทำไมขึ้นเครื่องไม่ได้ เพราะว่าเราอยากไปเที่ยวเมืองนอกมาก ไปหลายๆ ที่อะ ก็เลยถามแกว่าทำไม แกบอกสั้นๆ
"ขึ้นแล้วได้แฟน"
.
.
.
โปรดฟังอีกครั้ง..
.
.
"ขึ้นแล้วได้แฟน"
ป๊าด....มีเงินจะวิ่งไปจองตั๋วบัดเดี๋ยวนั้นเลย (ฮา) เอาตัวเองคิดว่าจริงๆ จะจองตั๋วไปเที่ยวโดยเครื่องบินหลายหนแล้ว แต่ก็มีเหตุให้คลาดไปเสียทุกที ถ้าตอนอายุ 21 ได้ขึ้นเครื่องจริงๆ ตอนเดินขึ้นจะเดินไปหาที่นั่งคนหล่อๆ นะคะ (ที่เป็นงั้นเพราะต้องขึ้นพวกโลว์คอสต์ พวกแพงๆ ไม่คิดเสียเงิน วะฮะฮ่า)
เดี๋ยวก่อนค่ะ ยังไม่หมดเรื่องลุง ลุงแกมาทำหน้าเครียดใส่เราแล้วบอกว่า ทำใจหน่อยนะ ก่อนมีลูกคงต้องแท้งสักหนสองหน (เครียดจริงๆนะสำหรับเรา การแท้งนี่มันทรมานอะ เราว่า) ลูกจะตกดวงราชะ ทำคุณให้พ่อแม่ เลี้ยงง่าย ไม่ดื้อ แต่ขอให้เลี้ยงเขาแบบติดดิน ให้เขาเห็นว่าพ่อแม่ทำงานยังไง ให้เขาได้ช่วย ได้อยู่ใกล้ๆ แล้วก็จะทำคุณให้มหาศาล แล้วลุงก็ยังเปรี้ยวค่ะ ตบท้ายว่า
"มีสองคนพอนะ"
เว้ยเฮ้ย หมอดูสมัยนี้วางแผนครอบครัวให้ด้วย 5555 แม้..มันสนุกดีจริงๆ การดูดวง
.
.
.
4. สิ่งที่เห็น ไม่เหมือนกับที่เป็น
ถ้าอ่านบล็อก...คุยเอ็ม ส่วนใหญ่จะคิดว่าเราเป็นคนเฮฮา ยิงมุขได้ตลอด ก็จริงแหละ ส่วนหนึ่งเราก็เป็นแบบนั้น แต่อีกมุมที่ไม่อยากให้ใครมาแตะต้องก็มีอยู่ บางวันอาจจะอารมณ์ดี หัวเราะ แหย่คนโน้นคนนี้ แต่บางทีก็นั่งพิมพ์ไปร้องไห้ไปก็มีมีน้อยคนที่จะเจอเคสหลัง
ชีวิตเราก็เหมือนคนทั่วไป มีทุกข์ มีสุข และก็มีปมบางปมที่มันฝังใจ แต่ก็ไม่ได้บอกใครไป ไม่เห็นความจำเป็นอันใดที่จะเที่ยวโพนทะนาว่าฉันเป็นแบบนี้นะ พลีส~สงสารฉันที เข้าใจฉันหน่อย ฉันอยากจะคุยกับเธอ พูดๆๆ แล้วถามเราว่า คงเข้าใจคุณใช่ไหม เราไม่เข้าใจหรอก บางทีอาจจะไม่มีทางเข้าใจเลยก็ได้ เพราะเรากับคุณต่างกัน
บางเรื่องที่คุณพูดมา เหมือนไม่คิดอะไร แต่มันทำเราเจ็บ เจ็บมาก...เพราะเราก็มีเรื่องในใจอยู่ก่อนแล้วล่ะ แล้วบอกแล้วว่าเราเจ็บแล้วจำ ความสัมพันธ์ของมนุษย์หลายๆ คนกับเรา จึงมีรอยร้าวบางๆ ที่เขามองไม่เห็น ก็มีแต่เราเท่านั้นแหละที่เห็นเลยกลายเป็นว่าเรางอนคนง่ายมาก แต่ก็ไม่ได้บอกใครว่างอน ปล่อยๆ เก็บๆ มันไว้กับตัวเอง
ก่อนที่คุณจะพูดอะไรแล้วทำเมหือนว่าคนอื่นคง "เข้าใจเรานะ" คุณถามตัวเองก่อนดีไหมว่าคุณได้เข้าใจตัวเองและคนที่คุณคุยด้วยบ้างหรือเปล่า
อย่างนี้เขาเรียกเก็บกดหรือเปล่าน่ะ ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าเรื่องของตัวเองไม่ชอบให้คนอื่นรู้และมายุ่มย่าม ชอบคิด เก็บ คนเดียว เพราะคิดเสมอว่าเราจะตัดสินใจของเราเอง ไม่ว่าผลเป็นยังไงเราก็จะยอมรับ บางครั้งเรื่องที่คนบอกว่า ไม่ต้องสนหรอก ทำๆ ไปเถอะ ไม่ต้องห่วง เราก็ทำไม่ได้ เพราะเราคิดมากกว่าพวกเขาไปหลายเท่า คิดไปไกลกว่านั้นเยอะ เพราะเหตุนี้ตอนนี้เลยทุกข์กับอาการปวดหัวข้างเดียว (ปวดทีละข้าง แต่ปวดได้ทั้งสองข้างแน่ะ เริ่ดมากๆ สมดุลดี) แล้วก็มีอาการจิตตกมาก - มากที่สุด อยู่บ่อยๆ
ช่วงนี้ก็เป็นนะ แต่ดีมีงานมาช่วย นั่งทำต้นฉบับไป ใช้ความเป็น workaholic บำบัดความคิดๆอื่นๆ ทำแต่งานไปจะได้ไม่คิด
สักวันนึงอาจจะหนีไปให้ไกลๆ จากทุกอย่าง ขอโน้ตบุ๊คเครื่อง กล้อง ไอพอดไว้ฟังเพลง ก็พอแล้ว สักวันอาจจะได้หนีไปไกลๆ จริงๆ เหนื่อยเหลือเกิน เหมือนหมดแรง ล้าเต็มที
.
.
.
5....or More
นึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไร ใครอยากรู้อะไร ก็ลองถามมาดูแล้วกันค่ะ รีเควสต์มา ถ้าเขียนได้ก็จะเขียน






ต้องขึ้นหัวบล๊อกไหมเนี่ยว่า "blogนี้งดรับtag ใครส่งมาขอให้บ้านบึ้ม"
)
ขอบคุณครับ
#1 By ใต้ฟ้าพร่างดาว on 2007-01-16 22:19