[Pics] โหลดโหด - H.M.Blues คอนเสิร์ตร้องบรรเลงเพลงของพ่อ กับบทเพลงที่งาม...ประทับใจ
posted on 24 Dec 2006 02:28 by shakri in Travel
.
เมื่อวานได้ไปดูคอนเสิร์ต H.M.Blues ร้องบรรเลงเพลงของพ่อมาค่ะ ด้วยความอุปการะจาก Aisa ที่ให้บัตรข้าพเจ้าและแม่มา (ขอบคุณนะเคอะสา จุ๊บๆ ) พอบอกแม่ แม่กรี๊ดกร๊าดดีใจใหญ่เลย สองคนแม่ลูกเลยจะได้ไปดู ก็ตื่นเต้นกัน
กระทั่งวันจริง ไม่รู้ว่ารถจะติดไหม เลยออกจากบ้านตั้งกะบ่ายสามครึ่ง เพราะนัดสาไว้ตอนห้าโมง ทว่า...บ้านเรามันใกล้อิมแพ็คค่ะ ครึ่งชั่วโมงถึงแล้ว 555 ลงแท็กซี่กันสองคนแม่ลูกก็ยืนเหวอ ไปไหนดีวะ พอดีเหลือบไปเห็นานโอทอปเลยลงไปเดินกัน โดยที่คุณลูกสาวลากมารดาเข้าโซน "ชวนชิม" ก่อนเลย (ฮา) แอบคิดว่าปีนี้งานมันหงอยๆ เพราะรัฐบาลเขาไม่สนใจโอทอปแล้วหรือเปล่านะ ไม่โปรโมทเท่าที่ควร แต่ก็ยังมีของดี มีคุณภาพขายค่ะ รัฐบาลไม่สน กุสนค่ะ (ก๊าก)
เรื่องโอทอปไว้จะเล่าเอนทรี่หน้า วกกลับมาที่คอนเสิร์ตก่อน...แต่ก่อนไปคอนเสิร์ตขอเมาท์มารดาหน่อย แม่เล่นซื้อของกินเยอะพอควรเลย แล้วเราก็สะกิดแม่เรื่อยๆ ว่าแม่คะ จุดประสงค์หลักเราคือมาดูคอนเสิร์ตนะไม่ใช่มาช็อป (แต่ก็อดไม่ได้ 555)
พอสัก...สัก...กี่โมงหว่า โทรหาสาว่าอยู่บ่องใดแล้ว ก็พบว่าสาใกล้ถึง เลยเดินไปกรี๊ดเรือจำลองต่อ จากนั้นก็โทรไปอีกรอบ สาบอกอยู่หน้าโออิชิ ก็เลยเดินไปหา เจอคุณพ่อคุณแม่ของสา คุณพ่อใจดีให้บัตรเรายืมมาใช้ลดราคาโออิชิ 10% แต่ว่ามันต้องเซ็นชื่อเจ้าของบัตร ชิหายละ...จะเซ็นชื่อพ่อสาได้ไง - -" เลยบอกพี่เขาว่าเอ่อ เป็นบัตรลุงค่ะ ให้ยืมมาเมื่อกี้ พี่เลยบอกว่าเขียนตามบัตรเลยน้อง เราก็ เออ เอาวะ เขียนชื่อพ่อสาเป็นภาษาอังกฤษตามบัตร ฮา (เล่นง่ายนะเอ็ง) เลยอิ่มเลยค่ะ ซัดซูชิไป 6 ก้อนมั้ง
ระหว่างนั้นก็อยูในช่วงนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ กัน สาเอานิตยสารเกี่ยวกับ tales of abyss ให้อ่าน เราก็หลอกสาอ่าน Nodame Cantabile 555 แล้วก็มีคนติดความรั่วของเรื่องไปได้อีกคน (โอ้...สาวกทั้งหลาย จงมา) ช่วงนั้นก็หยิบโนดาเมะที่เอาให้สามาอ่านด้วยเล่มนึง แล้ว็นั่งเงียบ แต่ยังพอได้ยินคุณแม่สองคนนินทาคุณลูกระยะเผาขน ว่าพออ่านหนังสือแล้วไม่สนใจใครเหมือนกัน (สาบอกถ้าระเบิดลงข้างๆ คงจะรู้สึกตัวช้ากว่าปกติ)
นั่งๆ อยู่ก็มีความรู้สึกว่าเห็นดาราแฮะ...ที่แน่ๆ เห็นเจ๊คิ้ม! เจนนิเฟอร์คิ้ม โอ๊ย ตัวจริงเจ๊สวยนะ เก๋ เปรี้ยวมาก (แต่ไม่เท่าบนเวที) แล้วก็เห็นบี บัณฑิต สาวแก้วแต่ก็มองแป๊บเดียว..แล้วอ่านโนดาเมะต่อ (ฮา) จากนั้นก็ต่อแถวเข้าข้างในค่ะ ไปยืนรอที่ทางขึ้นชั้นบน ไปเล่นไฟที่มันฝังไว้ที่พื้นกัน 555 ฮาโคตร แม่ทั้งสองท่านเห็นพวกเราแล้วคงรู้สึกว่าเออ ลูกๆ มันรั่วๆ ไปด้วยกันได้แฮะ รั่วมาก [รูปอยู่ท้ายเอนทรีนะ]
- ที่จะเล่าต่อไปนี้ลำดับเวลาไม่ชัวร์นะคะ ลืมหมดแล้ว
- เบลออยู่แล้วค่ะ ใช้กล้องคอมแพ็คตัวเดิมแหละ H5 ซูมสุดแรงเกิด
- รูปไหนที่ตรามันซ้อนกันสองอัน มันเกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิค ตอนทำ action ใน PTS ช่างมัน ขี้เกียจแล้ว ย่อที 80 กว่ารูป 555
.
พอเข้ามาข้างในก็ได้พบกับแสงสีที่สวยมากๆ เลยค่ะ เขาเอาไฟสาดที่นั่งคนดูเป็นสีเหลืองทอง บนเวทีเป็นสีน้ำเงิน สวย และเราก็ต้องรออยู่นาน ด้วยสงสัยว่าทำไมคนไทยกับมาราทการดูมหรสพนั้นมันแย่จัง เวลาบอกมีชัด แต่กว่าคอนเสิร์ตจะเริ่มก็ตั้งสองทุ่มเศษๆ จริๆ น่าจะเริ่มราวทุ่มมั้ง แต่ช่างเถอะ คอนเสิร์ตดี ให้อภัย (แต่ตอนคนดูช่วงท้ายๆ ท่านหญิงคณะข้างๆ สามาดูด้วยละ เราก็ว่าทำไมแถวตอน ช่วงที่สองจากเวทีแถวหน้าสุดไม่มีคนเลย เพราะท่านจองไว้ทั้งแถว แล้วนั่งไปกะคนดูทั่วไปด้วยนะ ดูแล้วน่ารักดี ตอนไปดูทาทาปีที่แล้วก็เสด็จเหมือนกัน องค์เดิม)
.
ระหว่างที่คน(และแขกชุดเกือบสุดท้าย)ยังไม่มาก็มีการเปิด MV ให้ชม จำไม่ได้แล้วว่าอะไรตัวแรก แต่ขอพูดถึง MV King of Kings ก่อน ดูแล้วขนลุกมาก อันที่จริงเหมือนเป็น vtr มากกว่า เพราะมีคนมาพูดเกี่ยวกับพระราชดำรัส และการที่ตนองสนองพระราชดำรัสนั้นๆ มีทั้งคนหนุ่มๆ ที่หันทำเกษตร ดำเนินชีวิตตามหลักพอเพียง เลี้ยงตัวเองด้วยสิ่งที่ตนเองมี มีทั้งนายแพทย์รักษาช้าง ที่ทำไปไม่ได้หวังอะไร นอกจากเพื่อทำความดี มีชาวมุสลิมทางภาคใต้ที่พูดว่าเชื่อในพระราชดำรัสความสมานฉันท์ขององค์พ่อหลวง และ...มีภาพพระบรมสาทิศลักษณ์ซึ่งวาดโดยผู้กำกับผู้ล่วงลับ คุณเปี๊ยก โปสเตอร์ (อ่านชื่อเขาว่างี้อะ ก็ถามกันอยู่ว่าตายแล้วไม่ใช่เหรอ) คุณเปี๊ยกวาดได้เหมือนมาก ทั้งสีพระพักตร์ แววพระเนตร ไม่บอกก็คิดว่าภาพถ่าย ยิ่งประกอบเพลงยิ่งรู้สึกซึ้ง
จากนั้นก็เป็น MV ที่ CG เก๋โคตรๆ คือเพลง "ใกล้รุ่ง" โดย คริสตี้ กิ๊บสัน นักร้องชาวต่างชาติ ที่เติบโตในแผ่นดินไทย เธอร้องเพลงนี้ได้เพราะนะ เพราะมาก ธีมของ MV ดูเป็นอะไรที่ร่วมสมัย จะบอกว่าเป็นคอนเท็มโพลารีได้ไหม? เพราะว่าดูทั้งแฟนตาซีและดูเป็นพวก ป๊อปคลัเจอร์อยู่เหมือนกัน บรรยากาศเหมือนตอนเช้าล่ะ ใกล้รุ่งสมชื่อเพลง เป็นเช้าที่รื่นเริง เหมือนเป็นยามเช้าในป่าหิมพานต์! แทนที่พี่ๆ คนธรรพ์ นุ่งผ้าหยักรั้งเปลือนท่อนบนจะเล่นพิณ พี่ก็มาเป่าทรัมเป็ตแทน ทรัมเป็ตสีเงินๆ ขาวๆ กรี๊ดกร๊าดมาก มันเป็นอะไรที่เท่จริงๆ น่าทำออกมาขายหรือว่าให้โหลดน้อ ซื้อแน่(โหลดแน่) CG สวยและดูเข้ากันมาก ไม่ดูไทยจ๋า แต่ก็ไม่ได้ดูฝรั่งหรือญี่ปุ่น เป็นการผสมผสานที่เข้ากันอย่างลงตัว ดูแล้วก็เหมือนตัวนักร้อง เป็นคนต่างชาติ แต่โตในเมืองไทยและมีหัวใจของคนไทย เยี่ยม!
[ข่าวล่าสุดบอกว่าจะทำ DVD ออกมาให้เก็บสะสมกันค่า กรี๊ดๆ]
จากนั้นก็เป็น MV ที่เรากับสาเห็นตรงกันว่า "โกธิค" และ ธีมเหมือนงานอ.คาโอริ ยูกิ ที่เขียนซีรีส์เคน - God Child มากๆ โทนเป็นสีดำ น้ำเงิน เพราะมันคือเพลง อาทิตย์อับแสง Blue Day ขับร้องโดยจอย สิริลักษณ์ (เสียงนางฟ้าดีจริงๆ) จอยอยู่ในบ้านที่บรรยากาศทึมๆ เพราะเป็นสุริยคราส โอย แสงสีสวย สีหน้าคนร้องก็แสดงได้เยี่ยมมากๆ บรรยากาศงามกรี๊ด
และอีกพักหนึ่ง ไฟก็ดับลง พร้อมเพลงสรรเสริญพระบารมี มีการเริ่มบรรเลงดนตรีและชายคนนี้ก็ออกมา...
ตุ้ย ธีรภัจจ์ สัจจกุล กับเพลงที่เป็นชื่ออัลบั้ม H.M.Blues เท่มากๆ มันมากด้วย อ้อ แล้วที่ดีมากๆ ในงานนี้คือ จอขนาดใหญ่สองจอด้านข้าง มีเสื้อเพลงขึ้นให้เราได้ร้องตาม สบายเลย จำทำนองได้หมดแล้ว มีเนื้อให้ ได้ร้องเพลงของพ่อจริงๆ สมชื่ออัลบั้ม และชื่อคอนเสิร์ต
นี่ไปถ่ายนักดนตรีเขาเดินมาประชันกัน บรรยากาศมันขนาดไหนดูรูปเอา
จากนั้นก็เป็นสาวสวย และเสียงสวยอีกคน ที่มาขับร้องเพลงโรแมนติกมาก คือเพลง Can't you ever see สาวสวยขวัญใจหลายคน รัดเกล้า อามระดิษ พี่โต๊งเหน่ง เพิ่งเคยได้ยินพี่เขาร้องสด โอ๊ย หวาน สวีทมาก ขนลุกเลย (ร้องตามไปด้วยละ)
ตัวแค่นี้พี่เอาพลังเสียงมาจากไหนน่ะ
จากนั้นก็เป็นเพลงที่เข้ากับบรรยากาศช่วงนี้ คือเพลง ลมหนาว ขับร้องโดย โจ - ก้อง - จอห์น นูโว ร้องได้เย็นดีมากๆ แถมใส่เสื้อขาวกัน เป็นหนุ่มเสื้อขาว ได้บรรยากาศดี มีการฉายไฟเป็นรูปเกล็ดหิมะ ร้องตามเพลินอีกแล้ว
.
ที่เห็นอยู่นี่คือ ต้า Mr.Team กับเพลงยามเย็น โอยชวนเต้นมาก อยากเต้น TwT เป็นเพลงที่ครึกครื้นจริงๆ ยามเย็นเป็นบรรยากาศสนุกและชิลด้วย เราเองเวลาขี่จักรยาน หรือเดินเล่นตอนเย็นๆ เห็นท้องฟ้าสวยๆ ก็ผิวปากเพลงยามเย็นเป็นประจำ
.
จากนั้นก็เป็นควของพี่สุรสีห์ อิทธิกุล ในเพลง แสงเทียน เพราะเหมือนกัน(อันที่จริงเพราะมาก 55)ฉากหลังเป็นโคมลอย สวยมั่กๆ เพลงนี้ feat. กับพี่โก้ Mr.Saxman



.
เพลงนี้เป็นเพลงที่ชอบมากเพลงหนึ่ง เพลง เกาะในฝัน Dram Island โดย T-Bone ทีโบนร้องภาษาอังกฤษค่ะ ทำเป็นแนวอะไรหว่า เร็กเก้...มันได้บรรยากาศชายทะเลชิบเป๋ง แถมยังมีพ่นไฟอีก เหมือนพวกเวลาเที่ยวเกาะ ชายหาดแล้วมีควงกระบองไฟ ดนตรีสดเจ๋งมากพี่!
.
จากนั้นเวทีก็เยบไปพัก เพราะรอวงดนตรีวงหนึ่งคือ IONION วงดนตรีผู้พิการทางการมองเห็น ที่ร้องในเพลงยิ้มสู้ ซึ่งพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้โรงเรียนสอนคนตาบอด วงนี้เรียบเรียงเพลงได้เก๋มาก น่ารักๆมาก ฟังในแผ่นแล้วคิดใจ ร้องสดก็ดีใช้ได้เลย นักร้องนำไม่เหมือนคนตาบอด คิดว่าอาจจะไม่ได้บอดแต่กำเนิด เราก็ฟังเพลินไป แต่...

ที่มันประหลาดคือมีอีสี่ตัวมา joy...นั่นแหละ มาทำอะไรสนุกของมันอยู่ข้างนักร้อง มันทำไรไม่รู้ แต่มันเป็นซุปเปอร์แมนและตอนจบก็บินเข้าไป (นั่งขำกับสา ขำเสียชีวิต ว่ามึงออกมาทำไม)
.
และนี่คือนักร้องที่เรียกเสียงกรี๊ดได้มากที่สุด... รู้ไหมใคร?

ลองดูอีกทีสิ...
ไม่ใช่เพราะเธอคือ ปุ๊ อัญชลี แต่มาในเพลง Love Over Again แต่เธอคือปุ๊อัญชลีที่ใส่กระโปรงชุดราตรียาว กรี๊ดดดดดด พี่ปุ๊สวยมากกกก ร้องเพลงเพราะมาก ได้บรรยากาศแบบสแปนิช กีตาร์ก็เพราะมากแต่สุดๆคือ พี่ปุ๊ฮามากด้วย ร้องเสร็จมาบิดๆ บอกเนี่ย แก่แล้วเพิ่งเคยใส่แบบนี้ ขอบคุณดีไซน์เนอร์มากที่ทำให้พี่ปุ๊สวยได้ (ฮา) แล้วชีก็พูดอีกว่า เนี่ย จริงๆ ยังไม่อยากเข้าเวทีเลย แล้วชีก็สะบัดกระโปรงหลั่นล้า พร้อมหมุนตัว กระโดดกระด๊องกระแด๊ง เข้าเวทีไป 555 (ขำเสียชีวิต) นึกในใจพี่ปุ๊เป็นไรมากปะคะ
.
คนนี้ไม่มีรูปมา เพราะเคลิ้มจนลืมถ่ายรูปจริงๆค่ะ คือคุณ นุ้ย พีชแบนด์ มาในเพลงภิรมย์รัก เป็นเพลงรักที่ปิ๊งตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟัง วันนี้ชุด + ผมของเธอ และแสง ทำให้เรานึกถึเรล่า ใน nana และเสียงเธอก็เพราะ หวาน เหมือนกันเสียด้วย
.
นี่คือเพลงที่ทำให้เราชุ่มฉ่ำ โดยคุณ ศิริณี สมรรถนาวิน เพลงสายฝน เสียงเธอเล็กๆ ใสๆ แต่เย็นมาก ร้องแล้วนึกถึงเม็ดฝนเปาะแปะบนหลังคสังกะสี ไม่ก็ผิวน้ำในตุ้ม ที่ฝนตกแล้วรองน้ำได้ พอดื่มแล้วหวาน...เย็นชื่นใจ แต่ทันใดนั้นเอง สิ่งที่ทำให้คนนั่งฝั่งเรากรี๊ดก็เกิดขึ้น! (ลองมองกลางภาพบนสิคะ)
คะ...เครื่องบินโปรบฝนหลวงวิ่งจากมุมขวาบนของผู้ชมไปยังอีกฝั่งของฮอล พร้อมโปรยละอองเล็กๆ ลงมา ทีแรกคนไม่รู้กันหรอก กระทั่งคนนั่งฝั่งเราเฮกันขึ้นมา โหย พร็อพเปรี้ยวมาก 555 สวยมั่กๆ เริ่ดจริงๆ แล้วคนที่นั่งใต้เครื่องก็หวาดกันว่ามันจะตกไป แต่ก็ไม่ตกค่ะ ปลอดภัย (ลำใหญ่เอาการ) อันที่จริงตอนกรี๊ดเครื่องบินอยู่นั้น ถ้าไม่ได้สาสะกิดบอกว่าไม่ถ่ายรูปเหรอคุณ ก็คงไม่มีรูปมาให้ดู เอิ้ก(กรี๊ดเพลิน)
.
จากนั้นเป็นคิวของนักร้องลูกทุ่งมากความสามารถ คุณ สุนารี ราชสีมา ที่มาร้องเพลง ค่ำแล้ว ได้ไพเราะมาก เพลงนี้ตอนเราฟังเราว่าคุณสุนารีร้องเหมือนเพลงกล่อมเด็ก และพอมาดูการแสดงสด สองข้างของจอทีวีเป็นรูปปลาตะเพียนสีเขียวๆ หมุนไปมาเป็นโมบาย...ฟังแล้วอยากหลับจริงๆนะ ไม่ใช่พี่สุคงร้องไม่ได้ฟีลแบบนี้ พี่สุลืมเนื้อไปท่อนนึง แต่ไม่เป็นไร พี่สุขอโทษ (ถึงไม่ขอโทษก็ไม่โกรธ เพราะที่พี่ร้องมามันเพราะมากๆ อยู่แล้ว)
.
พี่สุนารี ได้แนะนำนักร้อคนต่อไปคือเจ๊คิ้ม เจนนิเฟอร์คิ้ม ที่แต่งตัวแบบที่เจ้บอกว่าเป็นขบถของบรรดานักร้องในวันนี้ เพาะเซ็กซี่มาก (ฮา แต่สวยมากเช่นกัน) เจ้คิ้มมาชวนพี่สุคุย ก่อนให้พี่สุเข้าเวทีไป


แต่เจ้ยังไม่ร้องเพลง เจ้เปิดทอล์กโชว์ก่อน แกบอกว่าแกขึ้นมาหลายเวทีมากๆ แต่ไม่เคยตื่นเต้นอย่างนี้ ขอคุยแก้เครียดก่อน ไม่งั้นพลาดแน่ๆ แบบที่พลาดทุกเวที แกพูดว่าด้วยเรื่องชุด แกบอกว่าเคยไปงานร้องเพลงแล้วแกก็แต่งแนวๆ ที่แกแต่งเนี่ยละไป แกส่งสปายไปในหมู่คนดู ไปได้ยินแปะแก่ๆ สองคนคุยกัน ตอนเจ้กำลังจะร้อง
แปะ 1 - อีเป็งใคอะ
แปะ 2 - (เจ๊ทำท่าครุ่นคิดเลียนแบบแปะ) อีเป็งลาวโป๊
ฮา....กันทั้งฮอลล์ เจ๊บอก ว่างั้นดิฉันไม่โกรธ แต่กรุณาบอกว่าเซ็กซี่สตาร์แทนได้ไหมคะ (ก๊าก) แล้วแกก็พูดบอกคนดูว่า อั๊วม่ายช่ายลาวโป๊ อั๊วเป็งนักร้อง
และแล้วคุณเจนนิเฟอร์ คิ้ม ก็ขับขานบทเพลงให้พวกเราฟัง เพลงที่มาจากฝีมือการอเรนจ์ของสาวที่เล่นเปียโนอยู่ เธอชื่อ "คีตา"(หน้าตาน่ารักมาก) อยากตะโกนบอกเธอว่าอเรนจ์ได้เพราะมาก เปียโนก็หวานโคตรๆ ทำได้ไง ยิ่งบวกกับเสียงเจ๊คิ้ม มันเป็นเพลงรักหวาน และมีจังหวะได้น่าฟังโคตรๆ

.
และหนุ่มเสียงนุ่ม จั๊ก ขวิน ก็ขึ้นมาร้องเพลงหวานๆ I never Dream เป็นเพลงที่พระเจ้าอยู่หัวพระราชนิพนธืพระราชทานให้สมเด็จพระนางเจ้า หวานมาก สวีทมาก โอย หลงใหล
.
และนี่คือสิ่งที่ตอบข้อสงสัยว่าเหมือนเราเห็นผู้ชายในชุดทหารบกบนชั้นสอง ตอนรอเข้าแถวจะเข้างาน...(อย่าบอกว่าดิฉันประสาทสัมผัสดีเกี่ยวกับเครื่องแบบล่ะ) พี่เขามาโบกธงในเพลงแผ่นดินขอเราใช่ไหมนะ
แล้วนักร้องชายที่เห็นบอกว่าเป็นครูจากบ้านอคาเดมี่ก็ออกมาร้องเพลง แผ่นดินของเรา...เพราะมากค่ะ เป็นเพลงที่ร้องตามด้วยหัวจิตหัวใจเลยทีเดียวเชียว
แอบถ่ายวาทยากร เท่มาก
แล้วเพลงมาร์ชก็ดัง...ทั้งหมดมาจากดุริยางค์ทหารบก มาเพื่อประกอบเพลง มาร์ชราชวัลลภ และมาร์ชธงชัยเฉลิมพล เดินมาเท่มากๆ เท่โคตร (พบว่าตัวเองเป็นคนเดียวแถวๆ นั้นที่นั่งผิวปากเพลงมาร์ชทั้งสองเพลง แหงล่ะ ก็ดูสวนสนามทุกปี)
แล้วนักร้อผู้หญิง ที่เป็นลูกสาวใครสักคนลืมชื่อ ก็ออกมาร้องเพลงความฝันอันสูงสุด (คนตรงกลาง ชุดขาว) แค่ท่อนเดียว และเรียบเรียงกลายเป็นเพลงแผ่นดินของเรา ทำเอาขนลุก เพราะมากๆ น้ำตาจะไหล เป็นชุดเพลงที่ประทับใจมากกกก ประทับใจจริงๆค่ะ
.
แล้วจากนั้นก็เป็นผู้ชายคนนี้ รู้ไหมใคร (เบลอแต่เดิมค่ะ ไม่ได้แต่ง 555 แต่ทำให้มันดูเบลอมีศิลป์หน่อยน่ะ กั้กๆ)
เขาคือพี่เบน ชลาทิศ กับโต๋ ศักดิ์สิทธิ์ (ผู้เรียบเรียงเพลง) ทั้งคู่มาร้อง บรรเลง เพลง แสงเดือน...เป็นแสงเดือนที่ฟังแล้วเห็นภาพยอดหญ้าไหวๆ ด้วยล่ะ เป็นแสงเดือนที่งามและเย็น...ฟัแล้วเคลิ้ม พี่เบนร้องสดเพราะมากกกก เสียงพาวฯ โฮลด์เสียงยาวดี แถมเวลาขยี้เสียงนะ โอ๊ย กรี๊ดมากมาย
ขวาสุดนี่ไงนุ้ย พีชแบนด์ เป็นคอรัสค่ะ เสียงสวยจัง
พี่เบนเชิญทุกคนมายืนโชว์ตัวค่ะ แล้วก็โยนเข้าเพลงต่อไป บอกว่าเป็นพี่ชายที่พวกเขารู้จักกันมานาน จะเป็นใครไม่ได้นอกจาก... "นภ พรชำนิ" กับเพลงที่หวานเหลือเกิน หวานจับใจ คือเพลง somewhere somehow เป็นเพลงที่พระเจ้าอยู่หัวพระราชนิพนธ์ให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ

พี่นภร้องเพลงนี้ได้อ่อนโยน และอ่อนหวานมาก เหมือนเนื้อและทำนองเพลงที่สวีทสุดๆ จนสาบอกว่า ในหลวงทรงโรแมนติกจริงๆ รู้ได้เลยเมื่อฟังเพลงนี้ เราเองก็คิดเหมือนกันว่าถ้ามีผู้ชายแต่งเพลงแบบนี้ให้ ถ้าเราไม่รับรัก อย่าน้อยก็หวั่นไหวแทบขาดใจแน่ๆ เพราะจริงๆ
.
แล้วผู้ชายที่ทำให้ทั้งฮอลล์กรี๊ดสนั่นก็มา...(พอๆ กับพี่ปุ๊เลย) เขาคือชายที่ปกติเป็นแต่เสื้อยีนส์ เสื้อยืด วันนี้เขามากับเสื้อเช้ตและไทท์! มาถึงก็คว้าไมค์ยกก่อนเลย เขาคือ...
พี่หนุ่ย อำพล ลำพูน! ร็อกมือขวาที่วันนี้มาชวนเราตบมือ (ฮา) พี่หนุ่ยเท่มากๆ ในเพลง ชะตาชีวิต เพราะจริงๆ เท่โคตรๆ สาบอกว่าแกเหมือนพนักงานบริษัท (เออก็จริง) เลยบอกไปว่าก็เป็นชะตาชีวิตคนทั่วไปไง แบบว่าชะตาชีวิตกุต้องเป็น salary man ทั้งชีวิตสินะ (ฮา)
กระหน่ำรูปพี่หนุ่ยอย่างลำเอียง
.
แล้วเราก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นนกยูง...เอ๊ะ เพลงไรวะมีนกยูง...
อ๊ะ ไม่ใช่ นั่นมันไก่เพลงใกล้รุ่งต่างหาก! ใกล้รุ่งที่คริสตี้ร้อง เพราะมากกก คริสตี้ทั้งร้องทั้งเต้น เป็นใกล้รุ่งละตินที่น่าเอาไปเต้นบอลรูมโคตรๆ จะบอกว่าคริสตี้เต้นแล้วดูไฮโซวกว่านักร้องหลายคนอีกนะ...เต้นดี ร้องสดดีมาก แต่ว่าบังเอิญไก่น่ารักกว่าเราเลย...
ลืมถ่ายคริสตี้ (ตอนจบไก่ตัวบนเต้นจนลืมเดินกลับมาโพสต์ท่าจบ ฮาโคตร)
คุยกับสาว่าถ้าเราปิดตา ก็ไม่รู้เลยว่าฝรั่งร้อง (เมื่อเทียบกะอีคุณพัฒน์ หรือชาคริต ที่ออกเสียงชื่อนางเอกจากจำเรียง จำเรียงจ๊ะ เป็นชำเรียง ชำเรียงชะ แล้วมันอนาถ - -") คริสตี้บอกว่ามีบุญมากที่ได้มาเติบโตบนแผ่นดินไทย มีพ่อหลวงเหมือนที่พวกเรามี... ใช่แล้วล่ะ เชื้อชาติไหนไม่สำคัญ หัวใจที่เป็นไทยเหนืออื่นใดในโลก
โพสต์พี่ไก่ด้วยความลำเอียงพอๆ กะพี่หนุ่ย
.
แล้วคนที่สะกดคนทั้งฮอลล์ได้ก็คือจอย สิริลักษณ์ นักแสดงสาวที่เรียกได้ว่าเธอมี "พรสวรรค์" อย่างแท้จริง สวย...เล่นละครเก่ง และยังร้องเพลงได้เพราะมาก และเธอก็ไม่ได้ทำให้เราผิดหวังเมื่อร้องเพลง อาทิตย์อับแสง - Blue day ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
บรรยากาศบนเวทีออกสไตล์โกธิคอีกแล้วค่ะ เพราะมีตุ๊กตามนุษย์ มาเต้นบัลเลต์ แบบช้าๆ เนิบๆ เมหือนตุ๊กตาอยู่ข้างๆ ชนิดที่ว่าเดินออกมาจากเวทีได้เนียนเหมือนดอลลี่ออกมามากกว่าเดิน
คุยกับสา (อีกแล้ว - ก็นั่งข้างกันนี่หว่า) ว่าจอบเก่งมาก เล่นละครก็เก่ง ร้องได้หมด ไม่ว่าจะงิ้ว ลูกทุ่ง และเพลงแนวนี้ บอกได้เลยว่าอาทิตย์อับแสงร้องไม่ง่าย และยากที่การถ่ายทอด เพราะเป็นเพลงออกแนว blues เศร้าๆ หวานๆ และจอยก็ performance ได้ดีมาก โดยสีหน้าของเธอเวลาร้อง ทั้งเศร้าแต่ก็หวาน เหมือนคนทุกข์เพราะรัก ยามสุขก็หวานนัก ยามต้องหักใจลาก็เศร้าแสน พี่จอยยอดมากค่ะ
.
ต่อไปเป็นหนุ่มเสียงห้าว...ปีเตอร์ คอร์ปฯ กับวง trivener มาร้องเพลง Oh I say มันมาก บอกได้เลยว่าเราฟังในซีดีแล้วไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะอะไรไม่รู้ แต่แสดงสดแล้วมันดีกว่ามากถึงมากโคตร
โยกหัวกันมันเชียว อุอุ
.
จากนั้นก็เป็นคิวของหนุ่มที่ไม่รู้ว่าใคร ไม่ได้มองจอ แต่รู้ทันทีเพราะเห็นผมแก...รู้ได้ใน 5 วิ
พี่ฟอร์ด นั่นเอง วันนี้พาเสียงเสน่ห์ มาร้องเพลงคำหวาน จากเพลงว้าน หวาน กลายเป็นเพลงรักสนุกสนาน อารมณ์เหมือนคนหยอกเย้ากัน พาให้คนทั้งฮอลล์โยกตัวตาม โดยเฉพาะคอรัสสาว ดูโยกกันมันไม่สนคนดู (ฮา) ฟังไปต้องขยับขา ไม่ก็ส่ายหัวตลอด ไม่งั้นไม่ได้ฟีล
.
แล้วก็มีความมันต่อเนื่อง
ในการดูคอนเสิร์ตครั้งนี้ ที่เราหวังอยากฟังมากที่สุดก็คือเพลง When (หรืออีกหลายชื่อในภาษาไทยคือ ไกลกังวล, เกิดเป็นไทย ตายเพื่อไทย) ซึ่งในคอนเสิร์ต เพลงนี้ขับร้องโดย ธานัท ธัญญหาร (แบบในซีดี) แต่ในคอนเสิร์ตเหมือนคนที่ชื่อครูบิ๊กแห่งเอเอฟเป็นคนร้อง คนเดียวกันปะน่ะ - -"
รู้แต่ว่าเป็นการเอาเพลงมาทำเป็นร็อกแอนด์โรล (หรือ Jive - ไจฟ์ หว่า) ได้มันมาก ฟัแล้วอยากลีลาศจังหวะนี้เลย อยากมากถึงมากที่สุด ฟังแล้วนั่งเฉยไม่ได้ ต้องปรบมือ โดยสาให้คำแนะนำว่าปรบมือต้องโยกเอวด้วย เป็นการบริหาร (ฮา) แต่ฟังแล้วอยากลีลาศจริงๆ ให้ตายสิ เราว่าเราเกิดช้าไปหลายสิบปี ถ้าเราเกิดช่วงที่เพลงแนวนั้นดังคงมีความสุข
.
แล้วทุกอย่างก็มาถึจุดสิ้นสุด ไฟในฮอลล์ดับลง คนดูปรบมือ เร่งให้นักดนตรี นักร้องออกมาไวๆ เพ่อที่พวกเราจะได้ฟังเพลงที่เพราะจับใจอีกเพลงหนึ่ง นั่นคือเพลงที่แต่งขึ้นใหม่ บรรจุอยู่ในอัลบั้ม H.M.Blues ร้อง บรรเลง เพลงของพ่อ แบบปกขาว
และนั่นคือเพลง King of Kings เพลงที่เหมือนความรู้สึกของคนที่ได้รับทราบถึงพระราชกรณีกิจตลอดเวลา 60 ปีที่ผ่านมา นักร้องทุกคนยืนเรียงแถวหน้ากระดาน เพื่อร้องเพลงที่จะร่วมสรรเสริญพระเกียรติของพระเจ้าอยู่หัวฯ
ชั่วขณะที่เพลงนี้ดัง และคนทั้งหลายก็ร่วมกันร้องเพลงนี้นั้น ทั่วทั้งฮอลล์ก็กลายเป็นสีเหลืองทอง คล้ายภาพประทับใจของคนไทยที่เกิดขึ้นหลายครั้งหลายคราในปีนี้
King of Kings
ทำนอง: พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
เนื้อร้อง: สุรักษ์ สุขเสวีArranger: พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
Vocals: รวมศิลปิน
เหนือบัลลังก์ราชัน ใต้ไตรรงค์ธงไทย โลกระบือลือไกล
กษัตราผู้เปี่ยมน้ำพระทัย ผู้ครองแผ่นดินนี้พระทรงคอยปัดเป่า ทุกข์และความกังวล หลอมรวมใจปวงชน
ประหนึ่งดังพระนามภูมิพล มหาราชเกริกไกรโลกต่างชื่นชมพระบารมี ล้ำศักดิ์เลิศศรีไปยังแดนไกล
สูงส่งทัดเทียมเทพไท สดุดีไว้ หนึ่งเดียวนี้* King of Kings, King of Kings
ปกครองไพร่ฟ้า ด้วยความรัก ด้วยธรรมโดยแท้จริง
King of Kings, King of Kings
ราชันผู้ยิ่งใหญ่ ก้องไปทั้งฟ้าดิน
พระทรงครองในทศพิธราชธรรม พระชี้นำให้มีความรักและสามัคคี
King of Kings.พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อย ทุกข์พระวรกาย เพื่อปวงชนชาวไทย
ได้อยู่บนผืนแผ่นดินร่มเย็น ยั่งยืนสืบไป
และเมื่อคอนเสิร์ตนี้เริ่มต้นด้วย H.M.Blues เพลงของพ่อ...เพลงที่แสดงถึงพระราชอารมณ์ขันของพระเจ้าอยู่หัว...คอนเสิร์ตนี้จึงต้องจบด้วย H.M.Blues เช่นกัน
เสียงดนตรีเร่งเร้า ครึกครื้น สนุกสนาน พร้อมกับใบหน้าของนักร้องและนักดนตรีที่มีแต่รอยยิ้ม และความปลื้มปิติ ที่ได้ทำให้เป้าหมายของโครงการสำเร็จ คือการที่คนไทยได้ร้องเพลงของพ่อ...เพลงของพระเจ้าอยู่หัว พร้อมๆ กัน ด้วยความสุขและความซาบซึ้งในพระอัจฉริยภาพของพระองค์
นักดนตรีเองก็มีการประชันกัน ระหว่าง อ.ภาธร ศรีกรานนท์ ประธานกรรมการที่ปรึกษาโครงการและพี่โก้ Mr.Saxman ถือว่าเป็นโชคดีของพวกเราที่ได้ดูนักดนตรีชั้นยอดถึงสองท่านได้มาประชันกันในเพลงพระราชนิพนธ์
อาจารย์ท่านนี้ช่วงหนึ่งได้มีการมากล่าวให้ข้อมูลเกี่ยวกับเพลงพระราชนิพนธ์ เป็นเกร็ด ก่อนเริ่มเล่น และช่งกลาๆง การแสดงก็ยังมาเล่นเพลงบรรเลงสองเพลงที่มาอเรนจ์ได้มันมากคือเพลง ศุกร์สัญลักษณ์และพระมหามงคล
จากนั้นมีช่วงหนึ่งที่อาจารย์มาพูด บอกว่าดีใจที่เห็นงานนี้สำเร็จได้ อาจาร์พูดไป ร้องไห้ไป เพราะตื้นตัน เป็นเราเราก็คงร้อง เพราะความสุขที่งานสำเร็จเนี่ย ถ้าใครไม่เคยตั้งใจทำอะไรก็ไม่มีวันได้รับรู้แน่ๆ
ช่วงท้ายที่เราไม่ได้ถ่ายรูป อาจารย์มาพูดอีกครั้งเพื่อปิดท้าย และบอกให้ทุกคนพูดคำสามคำพร้อมๆ กัน และทุกคนก็ทำด้วยความเต็มใจ เหมือนที่เราจะทำต่อไปนี้
แม้คอนเสิร์ตจะจบลง แต่เพลงพระราชนิพนธ์ที่พระเจ้าอยู่หัวพระราชนิพนธ์ พระราชทานให้ลูกไทยทุกคน เชื่อว่าจะยังคงบรรเลงไปตราบนานเท่านาน เป็นอมตะเหนือยิ่งสิ่งใด และจะดังก้องในหัวใจของพวกเราทุกคน
ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ




































































#1 By ฟิวส์ on 2006-12-24 19:45